ช่วงนี้...เป็นช่วงแห่งการปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ อย่าง...สำหรับตัวของผู้เขียนเองเป็นข้าราชการมานาน เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงมากมายตั้งแต่เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว กับระบบการบริหารงานภาครัฐ...สมัยก่อนไม่มี IT ทำให้การทำงานเป็นไปแบบเรื่อย ๆ เรียนรู้จากการอ่านหนังสือตามเอกสารที่ภาครัฐจัดส่งมาให้ตามหน่วยงาน...เพราะผู้เขียนเป็นคนชอบอ่านหนังสือ จึงทำให้ทราบและเรียนรู้ถึงระบบการทำงานของภาครัฐว่ามีทิศทางและเป้าหมายเช่นไร...
มาปัจจุบันนี้ ทำให้เห็นว่าภาครัฐเน้นย้ำถึงเรื่อง "คน" เป็นสำคัญ...การพัฒนาคนเริ่มเกิดขึ้น...โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพต้องเกิดควบคู่ไปกับส่วนราชการ...การพัฒนาคนจะเกิดขึ้นได้นั้น ผู้เขียนมีความเห็นว่า...ต้นกำเนิดต้องเป็นที่ตัวของแต่ละบุคคลเป็นหลัก...คนที่ทำงานราชการหรือองค์กรต่าง ๆ ต้องมีการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ...ต้องสร้างความตระหนักให้กับตนเอง มีจิตสำนึกในการที่จะต้องมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอๆ...มิใช่บรรจุเริ่มแรกแล้วก็ทำงานไปเรื่อย ๆ เฉื่อยๆ ไม่สนใจสิ่งใดในโลกนี้...อย่าลืมว่า ทุกวันนี้ โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เพราะมี IT เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ในทุก ๆ วันมากขึ้น...ทุกคนจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาตนเองให้ทันโลก เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วนำมาปรับ ประยุกต์ใช้กับตนเองให้ได้...และนี่คือ ผลของการเมื่อรู้แล้ว สามารถนำความรู้นั้นมาปรับ ประยุกต์ใช้ให้อยู่ได้กับยุคสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลง
สมัยก่อนยังไม่มี IT การทราบข่าวสาร ข้อมูล อาจล่าช้า จึงเป็นการพัฒนาที่ใช้เวลานานมาก...แต่มา ณ ปัจจุบัน มี IT เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้เห็นถึงการพัฒนาเกิดขึ้นรวดเร็ว...มนุษย์ทำงานจึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนตนเองให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคมและโลกแห่งการปรับเปลี่ยน...ในความคิดของผู้เขียน สิ่งสำคัญอันดับแรกในการปรับเปลี่ยนตนเอง นั่นคือ การคิดในเชิงระบบ...คือ ฐานของการทำงานและการคิดในเชิงระบบ หากเราสร้างความคิดเป็นเชิงระบบ สิ่งที่จะทำเราจะทำเป็นระบบ...ไม่ว่าสิ่งใด ๆ หากสร้างระบบที่ดีแล้ว อนาคตจะมีระบบที่มั่นคง ถาวร...เปรียบเทียบกับการทำอะไรที่ไม่มีระบบ จะทำให้ล้มหรือพังได้ง่าย ๆ...การทำสิ่งใดที่มีระบบ จะทำให้ฐานล่างเกิดความแข็งแรงและมั่นคงต่อไปได้ในอนาคต
ยุคประเทศไทย ๔.๐ หากมองดูภาครัฐต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงและยั่งยืน...หากเทียบกับองค์กรหรือมหาวิทยาลัย นั่นคือ มหาวิทยาลัยต้องสร้างคนในมหาวิทยาลัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี...คือ ต้องสร้างระบบให้กับบุคลากรในมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เพราะมีปัจจัยมากมายที่จะต้องร่วมมือกันสร้างให้มหาวิทยาลัยเกิดความเข้มแข็ง...เพราะการสร้างมหาวิทยาลัยมิใช่ที่ตัวผู้บริหารฝ่ายเดียว แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือกันของทุกฝ่าย...เรียกว่า ทุกคนมีส่วนร่วมการทำให้เกิดองค์กรแห่งความสุข หรือมหาวิทยาลัยแห่งความสุข...ซึ่งภายในมหาวิทยาลัยจะประกอบไปด้วย คนทำงาน + สถานที่ทำงานที่น่าอยู่ (มหาวิทยาลัยที่น่าทำงาน) + ความร่วมมือกันในมหาวิทยาลัย (ชุมชนสมานฉันท์)...ทั้ง ๓ ส่วนนี้ จะทำให้เกิดมหาวิทยาลัยแห่งความสุข
ซึ่งในส่วนแรก...คนทำงานในมหาวิทยาลัยจะต้องยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงและร่วมมือกันในการปรับเปลี่ยนมหาวิทยาลัยให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม เรียกว่า ร่วมคิด ร่วมทำ ลดความขัดแย้ง...คนภายในจะต้องเริ่มมีการพัฒนาสมรรถนะของตนเอง เช่น การนำเสนอความคิดเห็น...การบริหารจัดการ...การคิดวิเคราะห์...การคิดสร้างสรรค์...การคิดค้นนวัตกรรม...ความสามารถทางภาษา...ความสามารถด้านเทคโนโลยี...การเป็นสมาชิกที่ดีในมหาวิทยาลัย...การบริหารการเงิน...การดูแลสุขภาพ...ความเชี่ยวชาญในงาน...สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ทุกคนในมหาวิทยาลัยต้องร่วมมือกันสร้างให้เกิดให้ได้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แต่ละคนต้องร่วมมือกันสร้างเป็นวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดขึ้นให้ได้ เป็นพื้นฐานของการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับกับประเทศไทย ๔.๐...หากแต่ละองค์กรทำได้ในอนาคต นี่คือ พื้นฐานความสุขของประเทศไทย ๔.๐
สำหรับเรื่องสถานที่เป็นไปตามบริบทของแต่ละแห่ง ส่วนในเรื่องของความร่วมมือกันในมหาวิทยาลัย...ต้องร่วมมือกันสร้างให้เกิด หากทำได้ในทั้ง ๓ ส่วน จะทำให้เห็นถึงองค์กรหรือมหาวิทยาลัยแห่งความสุข...อาจมีบ้างกับเรื่องการขัดแย้ง เป็นธรรมดาของการทำงานร่วมกันที่ทำให้คนเรามีความคิดที่แตกต่างกัน แต่ความต่างในความคิดจะถูกหักล้างด้วยการมีเหตุและผลว่าฝ่ายใดจะเหนือกว่ากัน...นี่คือ การอยู่ร่วมกัน หรือทำงานร่วมกัน...สำหรับเรื่องต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยหรือองค์กรแต่ละแห่งจะเริ่มลงมือปฏิบัติร่วมกันได้เมื่อไร เรียกว่า มีความพร้อมกันเมื่อไร...มหาวิทยาลัยใดเริ่มก่อนก็จะมีโอกาสเกิดความสุขได้ก่อน ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ...สิ่งสำคัญของยุคนี้ คือ เรื่องการเปิดใจยอมรับกับการเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนสิ่งที่ดี ๆ ให้เกิดขึ้น เป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนยอมรับ เป็นการสร้างความสุขหรือคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัย...สำหรับกระบวนการ วิธีการ ขึ้นอยู่กับแต่ละบริบทของมหาวิทยาลัย
ในการทำงานของผู้เขียน ๆ จะบอกน้อง ๆ เจ้าหน้าที่เสมอว่า...การทำงานในยุคนี้สำหรับวุฒิการศึกษา คือ พื้นฐานเริ่มแรกของคนที่ควรมีความรู้ และเมื่อเราเข้ามาในโลกของการทำงานแล้ว สิ่งที่จะต้องเริ่มทำนั้นคือ...ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เรียนรู้งานในหน้าที่ที่ทำ พัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ และทำความเชี่ยวชาญในงานของตนเองให้ได้ดีที่สุด สั่งสมประสบการณ์ในการทำงานให้เกิดขึ้นให้ได้ มีความลึกในงานที่ตนเองได้ปฏิบัติ...และยุคนี้ ควรหัดคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจัย ในงานที่ทำให้เป็นด้วย เพราะในอนาคตมีความสำคัญมาก ๆ ต่อตนเอง โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่เราจะต้องนำมาใช้กับชีวิตของการทำงาน
...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๑