โครงการเสริมทักษะภาษาไทยกับนิสิตครูปันความรู้สู่น้อง : ถอดบทเรียนการสอนแบบเป็นฐาน(Base Method) บนแนวคิดการศึกษาแบบเรียนรวม(inclusive education)
ภาณุพงศ์ ธงศรี : ผู้ถอดบทเรียน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิระพร ชะโน : อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ
โครงการเสริมทักษะภาษาไทยกับนิสิตครูปันความรู้สู่น้อง ณ โรงเรียนหนองไฮภูเขาทอง ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ภาควิชาหลักสูตรและการสอน สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาทักษะ ความสามารถด้านการอ่าน และการสรุปใจความ ในรายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ให้ผ่านเกณฑ์การประเมินโดยใช้แบบทดสอบ วัดความสามารถทางด้านการอ่าน และแบบสังเกตพฤติกรรมอย่างน้อย ร้อยละ 60 ทั้งยังเป็นการฝึกให้นิสิตผู้เข้าร่วมโครงการเป็นผู้ที่มีจิตอาสาไปพัฒนาชุมชน รวมไปถึงฝึกให้นิสิตผู้เข้าร่วมโครงการ มีทักษะและประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนแบบเรียนรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 โรงเรียนหนองไฮภูเขาทอง ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 จำนวน 50 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปี 2561
สาขาวิชาภาษาไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของการอ่านและการสรุปใจความอันจะเป็นพื้นฐานในการศึกษาและการพัฒนาคน ประกอบกับนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการให้นักเรียนอ่านออก เขียนได้ และมีมาตรการการประเมินผลให้เป็นรูปธรรม ซึ่งผลการประเมินความสามารถโครงการเสริมทักษะภาษาไทยกับนิสิตครูปันความรู้สู่น้อง โรงเรียนหนองไฮภูเขาทอง ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ประจำปีงบประมาณ 2561
. จากการสำรวจปัญหาและสอบถามผู้บริหาร ครูผู้สอนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีความต้องการในการพัฒนานักเรียนให้มีความสามารถด้านการอ่านการเขียนและการคิดวิเคราะห์ให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับที่สูงขึ้น ด้วยการนำรูปแบบหรือนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านการเขียนและการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนหนองไฮภูเขาทอง ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3
โดยมีความต้องการให้นิสิตสาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นผู้นำนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านการเขียนและการคิดวิเคราะห์ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนหนองไฮภูเขาทอง ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 โดยนิสิตเป็นผู้ลงมือจัดฐานกิจกรรมและมีครูผู้สอนเป็นผู้ร่วมสังเกตการณ์และให้ข้อเสนอแนะ
จากการวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียนหนองไฮภูเขาทอง สิ่งที่ผู้บริหาร ครูผู้สอนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความต้องการที่จะเข้าร่วมโครงการ ภายใต้ชื่อโครงการ“เสริมทักษะภาษาไทยกับนิสิตครูปันความรู้สู่น้อง” โรงเรียนหนองไฮภูเขาทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ภาควิชาหลักสูตรและการสอน สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีความต้องการให้มีการนำนวัตกรรมการเรียนรู้ซึ่งสาขาวิชาภาษาไทยได้ออกแบบและพัฒนาร่วมกัน มาใช้ในการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านการเขียนและการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนหนองไฮภูเขาทอง ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ให้อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดวิเคราะห์ได้และมีความสามารถทางการเรียนมากยิ่งขึ้น โดยใช้การเรียนรู้เป็นฐานต่าง ๆ ที่ช่วยประสิทธิภาพในการเรียนรู้ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ฐานดังนี้ 1) ครื้นเครงเพลงไตรยางศ์ 2) เสริมสร้างถ้อยสำนวน 3) คิดครวญวรรณกรรม วรรณคดี 4) davinci รหัสภาพ
ผลการดำเนินโครงการเสริมทักษะภาษาไทยกับนิสิตครูปันความรู้สู่น้องตามวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) ผลการพัฒนาทักษะ ความสามารถด้านการอ่าน และการสรุปใจความในรายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา พบว่า คิดเป็นร้อยละ 89.7 ซึ่งผ่านเกณฑ์ การประเมินการวัดความสามารถทางด้านการอ่านและแบบสังเกตพฤติกรรม ที่ตั้งไว้ร้อยละ 60 2) ผลการประเมินพฤติกรรมจิตอาสาของนิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ใน “โครงการเสริมทักษะภาษาไทยกับนิสิตครูปันความรู้สู่น้อง” โรงเรียนหนองไฮภูเขาทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 มีความจิตอาสาอยู่ในระดับมากที่สุด โดยคิดเป็นร้อยละ 90.92 3) นิสิตผู้เข้าร่วมโครงการมีทักษะและประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนแบบเรียนรวมได้ อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนในห้องเรียน

จุดเด่นของโครงการ
การดำเนินโครงการเป็นโครงการต่อเนื่อง นักเรียนกลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนที่เลื่อนชั้นจาก ระดับชั้นประถมศึกษา โรงเรียนหนองไฮภูเขาทอง ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3
ผู้ดำเนินได้สำรวจเนื้อหาภาษาไทยที่เหมาะสมกับช่วงวัย ส่งผลให้นักเรียนส่วนใหญ่มีความพร้อมและมีพื้นฐานในการเรียนรู้ สามารถเรียนรู้ได้เร็ว เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ การทำกิจกรรมทั้งกิจกรรมกลุ่มและเดี่ยว ความต่อเนื่องของโครงการทำให้มีโอกาสในการสังเกต ความเปลี่ยนแปลง พัฒนาการหรือปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน เมื่อพบปัญหาทำให้สามารถพัฒนาและแก้ไข จุดบกพร่องได้ทันท่วงที
แนวทางการพัฒนา
ควรมีการดำเนินโครงการต่อเนื่องกับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายเดิม อย่างน้อย 3 ปี เพื่อสังเกต พัฒนาการด้านการอ่าน และการสรุปใจความของนักเรียน ปรับปรุงรูปแบบการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนานักเรียน กลุ่มเป้าหมายเดิมให้มีความสามารถด้านการอ่านและการสรุปใจความ ติดตามผล การเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางการในการพัฒนาหรือแก้ไขในจุดบกพร่องของผู้เรียนและปรับปรุงขั้นตอนการจัดกิจกรรมให้ สอดคล้องกับระยะเวลาที่โรงเรียนกำหนด และขยายผล จากการดำเนินโครงการ โดยนำโครงการไปพัฒนานักเรียนในโรงเรียนอื่นที่มีปัญหาด้านการอ่านและการเขียน
อุปสรรคและปัญหา
1. ระยะทางจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไกลเกินไป จึงทำให้นิสิตเกิดความเมื่อยล้าจาก การเดินทาง ส่งผลให้การจัดกิจกรรมไม่เต็มที่เท่าที่ควร
2. สภาพอากาศที่ร้อนเกินไป ทำให้ผู้เรียนไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรม หรือเกิดความเหนื่อยล้าจากการทำกิจกรรม
3. มีเด็กบางคนไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรมหรือไม่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
4. เนื้อหาบางส่วนยากเกินไปสำหรับผู้เรียนบางระดับชั้น โดยเฉพาะชั้นประถมศึกษาตอนต้น
5. ผู้เรียนยังมีปัญหาเรื่องการปรับตัว โดยเฉพาะชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพราะเป็นช่วงเวลาเปิดภาคการศึกษาใหม่
6. การประสานบางส่วนยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควรทำให้เกิดความล่าช้า
แนวทางแก้ไข
1. เพิ่มช่วงเวลาพักระหว่างการทำกิจกรรม และมีบริการน้ำดื่มและขนมสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า และช่วยให้ทำกิจกรรมได้เต็มที่มากขึ้น
2. สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เรียนและเสริมแรงจูงใจเพื่อให้ผู้เรียนสนใจและกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม
3. สังเกตพฤติกรรมผู้เรียนในระหว่างการสอนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับให้เหมาะกับผู้เรียนที่มีความแตกต่างกันทั้งในด้านพื้นฐานความรู้และความสนใจ
4. เพิ่มฝ่ายประสานงาน และช่วยกันแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
1. การวางแผนและเตรียมความพร้อมที่ดีทำให้การดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์
2. มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจน ทุกฝ่ายตั้งใจทำงานและช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่
3. สื่อการเรียนรู้น่าสนใจ และผู้เรียนก็ชื่นชอบและให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมอย่างดี
4. เนื้อหาที่สอนสอดคล้องกับรายวิชาของผู้เรียน ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเรียนและในชีวิตจริงได้
5. ได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนอย่างดีจากผู้บริหารโรงเรียน คณะครู และอาจารย์ที่ปรึกษา
6. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทัศนคติและการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนิสิตและผู้เรียนทำให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความราบรื่นและประสบความสำเร็จ
ข้อเสนอแนะ
1. ควรเพิ่มระยะเวลาในการจัดกิจกรรม เพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง
2. นิสิตควรเตรียมความพร้อมในด้านเนื้อหาและการสอนให้แม่นชัดเจนแม่นยำ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ควรสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้สนุกสานและมีการเสริมแรงเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เรียน
4. การจัดโครงการครั้งต่อไป ควรเลือกโรงเรียนที่ไม่ไกลมาก เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางและสามารถเพิ่มเวลาในการจัดกิจกรรมได้มากขึ้น
5. ควรเพิ่มจำนวนยานพาหนะให้เพียงพอต่อจำนวนนิสิต











