ปลุกเยาวชน-ปลุกสำนึกจิตสาธารณะ
อนุรักษ์ “คลองสวนมะเดื่อ” ให้ยั่งยืน
คลองสวนมะเดื่อ ในพื้นที่ หมู่ 4 ต.ห้วยขุนราม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงชุมชน ก่อนจะไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยมีน้ำตกสวนมะเดื่อเป็นแหล่งต้นน้ำ และเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญ ทว่าเกือบ 20 ปีที่ผ่านมาถูกปล่อยรกร้าง ไร้การดูแล จึงมีสภาพเสื่อมโทรมและกลายเป็นแหล่งมั่วสุม
ดังนั้น กลุ่มพลังจิตอาสา และสมาชิกชมรมอาสาประชารัฐ ในฐานะกลุ่มดำเนิน “โครงการสร้างจิตสำนึกและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคลองสวนมะเดื่อ” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ชวนน้องๆ นักเรียนโรงเรียนห้วยขุนรามวิทยา ร่วมกันฟื้นฟู พัฒนาปรับสภาพพื้นที่ ด้วยการเก็บขยะ ปลูกต้นไม้บริเวณน้ำตกคลองสวนมะเดื่อ และจัดทำระเบียบการใช้สถานที่ เพื่อให้พื้นที่ 16 ไร่ ของน้ำตกสวนมะเดื่อกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นสถานที่ออกกำลังกาย ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมชาติให้กับคนในพื้นที่
ภาณุมาศ พิมพ์ขาล ประธานกลุ่มอนุรักษ์คลองสวนมะเดื่อ เล่าถึงสภาพปัญหาของของลำคลองและน้ำตกสวนมะเดื่อ ว่าน้ำตกสวนมะเดื่อ ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ร่วมกับแหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาว ช่วงแรกจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก แต่พอนานเข้าคนน้อยลง เพราะบริเวณน้ำตกเริ่มมีสภาพเสื่อมโทรม อาหารเอนกประสงค์และห้องน้ำ มีสภาพชำรุด ขาดการดูแล ต้นไม้ขึ้นรกร้าง กลายเป็นแหล่งมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น
นอกจากนี้ ตลอดแนวลำคลองก็เสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว เพราะมีการลักลอบตัดต้นมะเดื่อส่งขาย ยามหน้าแล้งก็มีการวางท่อใช้เครื่องสูบน้ำตลอดแนวลำคลอง ทำให้น้ำแห้ง ผักพื้นบ้านที่ขึ้นตามริมน้ำซึ่งเป็นแหล่งอาหารของชุมชนก็ลดลงไปด้วย ทำให้สภาพพื้นที่คลองและน้ำตกสวนมะเดื่อไม่เหมาะกับการใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและออกกำลังกายอีกต่อไป
“เรามีวัตถุดิบทางธรรมชาติ แต่จากการจัดการไม่ถูกระบบ ใช้ประโยชน์ไม่ถูกวัตถุประสงค์ คลองและน้ำตกสวนมะเดื่อจึงมีสภาพทรุดโทรมอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ปี” ภาณุมาศ บอก
ดังนั้นชาวคลองสวนมะเดื่อจึงลุกขึ้นมาทำโครงการเพื่อสร้างจิตสำนึกในอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมคลองสวนมะเดื่อ โดยเริ่มที่ตัวเด็กเยาวชน เพื่อให้บริเวณดังกล่าวนี้กลับมาสมบูรณ์ พร้อมเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นสถานที่นันทนาการ ออกกำลังกาย และเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติได้อีกครั้งหนึ่ง
โดยเริ่มจากการตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดประชุมรวบรวมสภาพปัญหาและคืนข้อมูลแก่ชุมชน จากนั้นจึงนำเด็กและเยาชนมาเข้าค่ายสร้างจิตสำนึกและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จัดทำผังแผนที่ปลูกป่า ร่วมกันกำหนดกติกา ระเบียบการใช้สถานที่ และพัฒนาพื้นที่ออกกำลังกายและสิ่งปลูกสร้าง อาคารและห้องน้ำ ทางเดิน จัดทำแปลงสวนสมุนไพร เป็นต้น
“เมื่อสภาพตลอดแนวลำคลองกลับมาอุดมสมบูรณ์ และบริเวณน้ำตก ได้รับการปรับปรุงให้มีสภาพพร้อมใช้งานแล้ว จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามา สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ขณะเดียวกันคนในชุมชนจะได้มีสถานที่พักผ่อน ออกกำลังกาย ใช้เป็นแหล่งนันทนาการหรือจัดงาน และเป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติให้กับเด็กๆ อีกด้วย เขาจะได้รู้ถึงประวัติของคลองสวนมะเดื่อ ได้รู้จักพันธุ์มะเดื่อว่ามีกี่สายพันธุ์ ต้นไหนกินได้ ต้นไหนกินไม่ได้ เป็นห้องสมุดให้เด็กๆ ได้เรียนรู้วิถีธรรมชาติที่ครบถ้วนทั้งป่าไม้และสายน้ำ” ประธาน กลุ่มอนุรักษ์คลองสวนมะเดื่อ กล่าว
สาเหตุที่เลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กและเยาวชน ภาณุมาศ บอกว่า พบเห็นบ่อยครั้งที่เยาวชนในชุมชนยังขาดเรื่องจิตสำนึกรักสิ่งของในชุมชน ศาลาข้างทาง ป้ายบอกทาง หลังคาอาคารสถานที่ต่างๆ ถูกทำลายด้วยความคึกคะนอง ถ้าไม่ได้รับการปลูกฝังที่ดี โตไปก็จะแก้ไขได้ยาก ดังนั้นจึงต้องหันมาปลูกฝังให้รักและหวงแหนสมบัติที่เป็นสาธารณประโยชน์กันบ้าง เพราะทุกเวทีมักอบรมเรื่องยาเสพติด ปัญหาทะเลาะวิวาท ปัญหาเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร แต่เวทีของการอบรมเรื่องจิตสาธารณะมีน้อยมาก จึงอยากจะปลุกจิตสำนึกเยาวชน ให้เคารพกฎ กติกาของสังคม ควบคู่กับการมีสัมมาคารวะ
“เด็กเป็นพื้นฐานของการพัฒนาทุกๆ เรื่อง ถ้าเราข้ามไป การพัฒนาที่ยั่งยืนก็จะไม่บังเกิด ถ้าเราปลูกจิตสำนึกกับเด็ก รู้ถึงคุณค่าแหล่งน้ำ และป่าที่อนุรักษ์ เพราะที่นี่คือห้องเรียนที่เป็นประโยชน์กับเด็กได้มากมาย” ประธานกลุ่มอนุรักษ์คลองสวนมะเดื่อ กล่าว
อย่างกิจกรรมที่กลุ่มอนุรักษ์คลองสวนมะเดื่อจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยการชวนน้องๆ นักเรียนจากโรงเรียนห้วยขุนรามวิทยากว่า 160 คน ร่วมกันฟื้นฟูปรับสภาพพื้นที่ ด้วยการเก็บขยะ ปลูกต้นไม้บริเวณน้ำตกคลองสวนมะเดื่อ และจัดทำระเบียบการใช้สถานที่ เพื่อให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นสถานที่ออกกำลังกาย ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมชาติให้กับคนในพื้นที่อีกด้วย
น.ส.อรทัย ศรีสว่าง นักเรียนจากโรงเรียนห้วยขุนรามวิทยา กล่าวถึงการมีส่วนร่วมในครั้งนี้ว่า เมื่อก่อนมีคนมาเที่ยวเยอะ แต่พักหลังคนน้อยลงเพราะไม่มีคนดูแลรักษา ขยะก็ไม่มีคนเก็บ อยากให้คนที่มาเที่ยวช่วยกันรักษาความสะอาด
“เวลาว่างหนูและเพื่อนก็จะชวนกันมาทำจิตอาสาด้วยการเก็บขยะที่น้ำตก เพื่อให้พื้นที่สะอาด จะได้มีนักท่องเที่ยวเข้ามา” น้องอรทัย บอก
เช่นเดียวกัน ด.ช.รุ่งสุริยา หนูคำ บอกว่า เขามาเที่ยวน้ำตกกับครอบครัวบ่อย มีคนมาเที่ยวเยอะ แต่ไม่ค่อยมีคนมาดูแล คนเลยไม่ค่อยอยากมาอีก เป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติด ส่วนวันนี้ได้มาปลูกต้นไม้ ทำความสะอาด พัฒนาน้ำตกร่วมกับเพื่อนก็รู้สึกดี นอกจากนี้ยังได้ความรู้เรื่องประโยชน์ของต้นไม้อีกด้วย
แม้จะหางบประมาณเข้ามาจัดการมากมาย ท้ายสุดแล้วคลองสวนมะเดื่อก็คงจะถูกทำลายอยู่เรื่อยไป หากทุกคนยังขาดจิตสำนึกและขาดการมีส่วนร่วม ดังนั้นการสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับเด็กและเยาวชนให้รู้สึกความเป็นเจ้าของร่วมกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน