838. เรียน Positive Psychology จากหนังดัง "Wonder"


เมื่อวานไปดูหนังเรื่อง Wonder ...หนังที่ไม่คิดจะดูแต่แรก แต่ที่สุดก็เอ๊าลองดู พอไปดูก็ค้นพบว่าหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ละเมียดละไมที่สุด ที่เคยดูมา ได้ทั้งหัวเราะ ร้องให้ไปกับเรื่อง  ... ควรดูมากๆ  หนังเป็นเรื่องราวของเด็กชายออกี้ ที่มีความปรกติของใบหน้าที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด ต้องผ่านการผ่าตัดหน้ากว่า 27 ครั้ง  ด้วยการต้องผ่าตัดบ่อยๆ และเกรงว่าลูกจะมีปัญหาที่โรงเรียน พ่อแม่เลยเลือกที่ Home School เด็กคนนี้ คือแม่สอนเองเลย แต่เนื่องจากเด็กเริ่มโตขึ้น ก็จำเป็นต้องเข้าโรงเรียน 

ก่อนเดินเข้าโรงเรียนไปเรียนชั้นป. 5 พ่อสอนออกี้ว่า ถ้าเป็นวิชาอื่น เวลาครูถาม ยกมือแค่ครั้งเดียว ต่อชั้น แต่พอถึงชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ออกี้ถนัดที่สุด ให้ยกมือตอบ ตอบเข้าไป เอาให้เด่นไปเลย ... 

วางกลุยทธ์กันน่ารักมากๆ

เมื่อไปโรงเรียนแน่นอนครับ ไม่มีใครทัก มีแต่คนกลัว ก็เด็กๆ นั่นเอง เจอเพื่อนแกล้ง เพื่อนรังเกียจ  จนกระทั่งทุกคนต่างเจอความเครียดหมด ไม่ว่าจะเป็นออกี้เอง พี่สาว หรือพ่อแม่ พี่สาวเองก็ถูกเพื่อนรักที่คนกันมาตั้งแต่อนุบาลเลิกคบ  

แต่ออกี้ที่โดดเดี่ยวก็พยายามมองทุกอย่างอย่างมีความหวัง  ไม่มีใครคบ ก็พยายามสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนรอบๆ ตัว ด้วยการใช้จุดแข็งของตนเองที่เก่งวิทยาศาสตร์ ...ออกี้เริ่มมีเพื่อน 

แน่นอนต่อมาก็ยังถูกเพื่อนหักหลัง กลั่นแกล้ง ครูก็เข้ามาช่วย แต่เรื่องนี้กลับไม่ Drama มากเหมือนในหนังทั่วไป ไม่ว่าใครผิด ใครทำ ครูใหญ่จะพยายามทำความเข้าใจ ท่านบอกว่า เบื้องหลังของคนทำผิด ก็ล้วนมีที่มาที่ไปทั้งสิ้น 

แน่นอนครับทุกอย่างคลี่คลายไปเรื่องออกี้ได้รับการยอมรับมากขึ้น พี่สาวก็ชีวิตเปลี่ยน  แน่นอนออกมาดีเหมือนหนังทั่วไป ไม่ต้องห่วง ผมไม่อยาก Spoil หนัง ไปดูกันนะครับ

แต่ผมอยากถอดบทเรียนของหนังเรื่องนี้มากๆๆๆ

เพราะพอผมดู ผมเห็นเลยว่าเรื่องนี้ถ้ามองในเชิง Positive Pscyhology หนังกำลังสอนให้เรามองเรื่อง Character Strengths and Virtues หรือจุดแข็งเชิงบุคลิกภาพและคุณธรรม ...เรียกกันย่อๆ ว่า Character Strengths  

เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของวงการจิตวิทยาครับอาจารย์ Martin Saligman และอาจารย์ Christ Patterson ท่านมองเห็นช่องโหว่ในแวดวงการประเมินบุคลิกภาพทางจิตวิทยาครับ คือมีแต่คู่มือประเมินว่าคนเราจะมีปัญหาอะไรบ้าง แต่ไม่มีคู่มือประเมินจุดแข็งของคน ...จะดีกว่าไหม ถ้ามนุษย์เราจะรู้ว่าตัวเองมีจุดแข็งอะไร จุดที่แข็งที่ซ่อนเร้นอยู่ตรงไหน มันคืออะไร มีอะไรที่สามารถต่อยอดไปใช้พัฒนาศักยภาพตัวเอง ให้เข้มแข็งเบ่งบานไปได้หรือไม่ ...ไม่มีครับ   อาจารย์ทั้งสองเลยพัฒนาแบบสอบถาม ที่ผมว่าสุดยอดมาก โดยการไปวิจัยจุดแข็งของคนทั่วโลก อ่านตำรา คำภีร์ แม้กระทั่งหนัง Pokemon เพื่อดูว่าบุคลิกภาพที่คนในทุกสังคม ทุกศาสนายอมรับมีอะไรบ้าง  ...ท่านพบว่า มีอยู่ 24 แบบ และจัดเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้ครับ  

ตอนนี้มี Website ให้คุณสามารถเข้าไปประเมินตนเองได้ฟรี (มีเสียตังค์ ด้วย จะมีข้อแนะนำให้ ผมทำแบบเสียตังค์ครับ ละเอียดดี เอามาเป็นคู่มือชีวิตได้เลย)

เข้าไปที่นี่ครับ  http://www.viacharacter.org/ww...


ถ้าคุณทำแบบสอบถาม มันจะจำแนกให้คุณเห็นจุดแข็งหลักของคุณ 4-5 ตัว กลุ่มนี้เรียกว่า Signature Strengths รองลงไปจะเป็น Middle Strengths   สุดท้ายจะเป็น Lesser Strengths กลุ่มนี้คุณจะมีน้อยหน่อย

เราสามารถเอาจุดแข็งหลักของเราไปแก้ไขสถานการณ์อะไรก็ได้ในชีวิตครับ   คุณต้องดึงมาใช้ เรียนรู้มันบ่อยๆ  ส่วนจุดแข็ง Middle Strengths นี่คุณเอามาใช้ตามสถานการณ์  ส่วนสุดท้ายคือ Lesser Strengths นี่บางที่คุณไม่ค่อยใช้ และบางทีสร้างปัญหาให้คุณ ...ตัวนี้ต้องพัฒนา หรือไม่ก็แทนด้วย Signature Strengths หรือไม่ก็เอา Signature Strengths และ Middle Strengths มาพัฒนาหรือใช้แทนไปเลย  

เอาเป็นว่า Character Strengths เป็นจุดแข็งเชิงบุคลิกภาพและคุณธรรม ที่ได้รับการยอมรับจากวัฒนธรรม  

เมื่อได้รับการยอมรับ คุณจะประสบความสำเร็จ  

แต่ไม่ใช่ทุกคนจะดึงจุดข็งมาใช้ บางครั้งมีแต่ไม่เอามาใช้ หรือเอามาใช้ไม่ถูกจังหวะ หรือไม่พัฒนาต่อยอดให้ลุ่มลึกพอ คุณอาจเกิดภาวะการใช้มากไป (Overused) หรือใช้น้อยไป (Underused)  

เช่นคุณมี Social Intelligence มากๆ นั่นคือการรู้แรงจูงใจของคน และรู้วิธีการที่จำทำให้คนอื่นรู้สึกดี ...  ถ้า Overused ก็ใช้ไปในทางทุจริต เคยเห็นคนเก่งสังคมมากๆ แล้วติดคุกไหมครับ ..มีครับ เคยสอบได้ที่หนึ่งของประเทศ ตอนนี้ติดคุกหัวโต เพราะ Overused ไป ..  

หรือมี Leadership นั่นคือกระตุ้นให้ทีมลงมือทำ ...แต่แค่บางทีมครับ ทีมที่คุณสนใจเท่านั้น ทีมอื่นปล่อยปละละเลย ..บางบริษัทสนใจเฉพาะฝ่ายบัญชี เก็บตัวเลข ควบคุมต้นทุน...แต่ไม่เคยสนใจหัวใจทีมขายเลย ..ที่สุดทีมขายออก บริษัทรายได้ลด ...นี่ครับ Underused ชัดๆ    

เราต้องเอามาใช้ให้ถูกที่ ถูกทาง ถูกกาลเทศะถึงจะไปไกล 

มาเข้าเรื่องครับ ...

ผมว่าเรื่อง Wonder สอนเราให้รู้จักหาและรู้จัก Character Strenghts ให้ถูกที่ถูกทาง  

เป็นที่สุดๆ ของที่สุดของการสอนเรื่องนี้เลย มาดูกันครับว่าอย่างไร 

อย่างแรกเลยคุณพ่อเห็นออกี้มีจุดเด่นด้านวิทยาศาสตร์ คือชอบวิทยาศาสตร์รักการเรียนรู้ในวิทยาศาสตร์มากๆ นี่คือจุดแข็งหนึ่งที่ถ้าออกี้มาทำแบบสอบถามนี้ น่าจะตกอยู่ที่กลุ่ม Love of Learning  ตรงนี้น่าจะเด่น ...

ตัวนี้เองครับที่พ่อให้เขาใช้มากที่สุด ทำให้เขาสามารถดึงเพื่อนเก่งๆ มาร่วมวงได้  ผมว่าพ่อเขาเก่งมากๆ  

Love of Learning เป็นเรื่องของการรักการเรียนรู้ครับ Love of Learning นี่เป็นคนที่มีลักษณะที่เชี่ยวชาญความรู้ ทักษะใหม่ๆ ด้วยการที่เขาจะพัฒนาต่อยอดความรู้ของตนเองอย่างเป็นระบบ  ไม่ต้องให้มีใครบังคับ    ออกี้ ต่อเติ่มความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของตนเองมาตั้งแต่เล็กเพราะมีความฝันว่าอยากเป็นนักบินอวกาศ และที่บ้าน พี่สาว และเพื่อนพี่สาวก็เชียร์ จะเห็นว่าห้องนอนออกี้เป็นวิทยาศาสตร์หมด และชอบใส่หมวกนักบินอวกาศด้วย สมองของออกี้อยู่กับวิทยาศาสตร์จนเป็นธรรมชาติไปแล้ว   

การที่ออกี้ใช้ตัวนี้ดึงดูดความสนใจของเพื่อน นี่ใช่เลยครับ  

แต่หัวใจของเรื่องผมว่าอยู่ที่จุดแข็งหนึ่งที่ผมเชื่อว่า ไม่ว่าใครที่อยู่รอบตัวออกี้ พ่อแม่ ครู ..ถ้าทำแบบสอบถามนี้ ผมเชื่อว่าจะมี Signature Strengths  ที่สำคัญเหมือนกันคือ Forgiveness  หรือการให้อภัย  

ผมว่าเรื่องนี้ยิ่งใหญ่ตรงนี้ครับ  

Forgiveness  หรือการให้อภัย   เป็นจุดแข็งที่อยู่ในกลุ่ม Temperance หรือการควบคุมตนเอง  

Forgiveness  หรือการให้อภัย   คือการที่คุณมีความเมตตา การยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบของผู้อื่น สุดท้ายก็คือ การให้โอกาสกับผู้อื่น 

นี่ถือเป็นคุณธรรมหลักของคนในเรื่องเลย

เขาทำอย่างไรครับ

คนในเรื่องไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่พี่สาวครูจะพยายามดูแลลูก ลูกศิษย์ด้วยความเมตตา...

เขาทำอย่างไร เขาจะให้กำลังใจกันครับ เขาจะพยายามให้ความช่วยเหลือแบบที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายอึดอัด มีการถามความรู้สึกกันตลอด  ให้โอกาสเผชิญหน้ากับปัญหา แต่ก็พร้อมที่จะดูแลความรู้สึกกันตลอด

และที่สำคัญแม้จะถูกรังแก .. และมีการจับฝ่ายที่รังแกได้ ทุกคนกลับพยายามช่วยกันมองว่า มันมีเหรียญสองด้านเสมอ ...ใช่ครับ คนที่สร้างปัญหาให้ออกี้ ก็เหมือนกับคนที่สร้างปัญหาให้เรา ..ถ้าเราไปดูลึกๆ หนังเรื่องนี้จะชี้ให้คุณเห็นเลย ...เบื้องหลังคนที่มารังแกคนอื่น ก็มีความบอบช้ำซ่อนเร้นอยู่ บางคนพ่อแม่เลิกกัน บางคนพ่อแม่เห็นแก่ตัว   ...บางคนเป็นเด็กยากจน ที่พยายามให้ตัวเองเป็นที่ยมอรับในหมู่ลูกคนรวย...

ใช่ครับ ไม่มีอะไร มีที่มาทั้งสิ้น และถ้าคุณให้โอกาสเขาอีกครั้ง ...ไม่ใช่งอน..ไม่พูด เลิกคบแม่ง...  ไม่ใช่นะครับ ให้โอกาสจริงๆ  ทุกคนที่ร้ายๆ กับออกี้ก็จะเห็นตัวเอง และกลับมาเป็นคนดีเหมือนเดิม

คนที่ร้ายๆ จริงๆแล้วอยากดีทุกคนครับ ขอให้คุณอดทน ให้อภัย  

เขาควบคุมสถานการณ์ในชีวิตตัวเองไม่ได้ต่างหาก ถ้าคุณควบคุมตัวเองได้ สถานการณ์ต่างจะเริ่มนิ่งๆ  นั่นก็จะเริ่มทำให้คนที่ร้ายกับคุณควบคุมตัวเองได้ และที่สุดอาจทำให้เขากลับไปควบคุมสถานการณ์ที่เขาเองไม่เคยควบคุมได้ ได้อีกครั้ง  

การให้อภัยมันไปอะไรที่ลึกจริงๆ 

มาที่คุณเองครับ คถ้าคุณให้อภัยแล้ว คุณยังรู้สึกว่าคุณควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ต้องถามกลับว่าคุณได้เมตตาคนอื่นจริงๆ ด้วยการพยายามช่วยเขาหรือไม่ ได้ยอมรับความไม่สมมบูรณ์แบบของคนอื่นไหม ได้ให้โอกาสเขาจริงๆไหม 

ถ้าได้ทำแล้วยังไม่ work ลองถามตัวเองเอาจุดแข็งอื่นๆ ของตนเองมาใช้ไหม บางทีต้องผสมไป เรื่องนี้ออกี้ใช้  Love of Learning หรือความสามารถในการเรียนรู้ไปช่วยคนอื่น ที่เขาก็ไม่สมบูรณ์แบบเรื่องการเรียนรู้  ที่สุดมันเป็นการเติมเต็มครับ 

และที่สุดก็ประสบความสำเร็จ ..เพราะได้รับการยอมรับ หนทางก็เปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ พอคุณสำเร็จ ได้ใช้จุดแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ คนรอบตัวก็พลอยเติบโตก็ด้วย คุณแม่ของออกี้ก็เริ่มเห็นทางสว่างในชีวิตตนเอง เพราะท่านเองต้องใช้เกือบทั้งชีวิต ทิ้งทุกอย่างมาดูแลออกี้ ตอนนี้ก็ได้เริ่มใช้จุดแข็งของตัวเองแล้ว ...

สุดยอดมากครับ  

เลยถามว่าวันนี้คุณให้อภัยใครหรือยัง

เอาเป็นว่าถ้าชีวิตมันติดขัด อาจเป็นไปได้ว่าคุณยังไม่ค้นพบจุดแข็งตนเอง หรือเอามาใช้มากไป หรือน้อยไป ...

วิธีการที่ผมอยากเสนอแนะมีง่ายๆครับ

  1. เข้าไปค้นหาจุดแข็งของตนเองที่นี่
  2. ลองนึกถึงตอนที่คุณทำอะไรสำเร็จชนิดเป็นความภูมิใจในชีวิตเลย คุณใช้จุดแข็งอะไรบ้าง แต่ละด้านใช้อย่างไร ขั้นตอนมันเป็นอย่างไร ..
  3. ลองตั้งเป้าหมายใหม่แล้วเอาจุดแข็งนั้นมาใช้ซ้ำ
  4. เรียนรู้จาก Idol ในชีวิต ที่ดูเป็นต้นแบบของคุณ...ลองศึกษา ถอดแบบดูเขามีจุดแข็งอะไร แล้วเขาใช้งานมันอย่างไร
  5. เอามาปรับปรุงการใช้จุดแข็งของคุณ
  6. อะไรทีเป็นปัญหาลองเอาจุดแข็ง Signature และ Middle Strengths มาผสมผสาน ลองใช้ดู แล้วดูผล 
  7. ศึกษาทดลองไปเรื่อยๆครับ ใช้เวลาสักพัก รับปประกันครับ ชีวิตดีขึ้นแน่นอน


...แล้วมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

สุดท้ายขอบคุณคนทำหนังเรื่องนี้นะครับ น่ารักมากๆ ช่วยกันไปอุดหนุนนะครับ

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ 

บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ www.aithailand.org

หมายเลขบันทึก: 643181เขียนเมื่อ 10 ธันวาคม 2017 10:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 ธันวาคม 2017 11:29 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (3)
แก้วกานต์ ภูมิศรีแก้ว

ชื่นชมและขอบคุณมากๆสำหรับความรู้ที่แบ่งปันค่ะ มีประโยชน์มากโดยเฉพาะการนำ Positive Psychologyไปใช้กับการสอนนักเรียนอาชีวะที่ครูต้องให้อภัย ให้โอกาส เน้นศึกษาCharacters Strengths Virtues การแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาทพฤติกรรมไม่พึงประสงค์จะหมดไป...behavior is caused พฤติกรรมทุกอย่างล้วนมีสาเหตุ..... ขอบคุณบทวิเคราะห์ถอดบทเรียนดีๆที่ท่านแบ่งปันค่ะ

มีอะไรอยากรู้เพิ่มเติม ผมยินดีแบ่งปัน ติดต่อมาได้นะครับ 

     ขอบคุณคนทำหนัง ขอบคุณอาจารย์ ขอบคุณแบบฟอร์มประเมินตัวเอง ครับ

     ได้ประโยชน์และข้อคิดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข้อสรุป 7 ข้อตอนท้ายสุดยอดมากครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี