รัฐบาลกำหนดให้สามจังหวัดภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC – Eastern Economic Corridor) ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นคุณ และส่วนที่เป็นความน่าวิตก สำหรับคนในพื้นที่ ข้อเสียต่อชาวบ้าน จากนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกยังอยู่ในความทรงจำ
วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ ทีดีอาร์ไอจัดการประชุมปรึกษาหารือเรื่องการวิจัยและพัฒนาระบบการศึกษา ซึ่งจัดเป็นประจำทุกๆ สองสามเดือน วันนี้เสวนากันเรื่อง ร่างแนวคิดเขตการศึกษาพิเศษ ซึ่งจะจัดในสามจังหวัด EEC โดยวันนี้ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธาน ทีดีอาร์ไอ ทำหน้าที่นำเสนอเอง
ในร่างแผน จะเสนอรัฐบาลให้ออกกฎหมาย ให้สามจังหวัดนี้เป็นเขตการศึกษาพิเศษ เปิดช่องให้โรงเรียน สมัครใจออกจากระบบเดิม เข้าไปอยู่ในระบบใหม่ ที่โรงเรียนเป็นอิสระและมีระบบการทำงานที่หวังว่าจะก่อผลลัพธ์ ของการเรียนรู้ของนักเรียน และของครู ดีขึ้นกว่าเดิม และสนองความต้องการของพื้นที่ได้ดี ค่อยๆ สร้างการเปลี่ยนแปลงทีละขั้นๆ
ผู้แทนจากจังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า วิธีการแบบละมันละม่อม ให้สมัครใจ แบบที่ทีดีอาร์ไอและทีมเทพ (TEP – Thailand Education Partnership) รวม ๑๒ องค์กรนั้น จะไม่ทันกาล เขาเสนอให้กฎหมายบังคับให้ทุกสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ออกจากการบังคับบัญชาของต้นสังกัดเดิม มาอยู่ใต้ร่มใหม่ในพื้นที่ คือต้องการมาตรการที่รุนแรงและรวดเร็ว เพื่อให้มีเป้าหมายและยุทธศาสตร์พัฒนา คุณภาพคนในเขต EEC ให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่อสังคมในพื้นที่ ที่ EEC ก่อขึ้น ซึ่งหากรับมือไม่ทัน ความเหลื่อมล้ำทางสังคมในพื้นที่จะรุนแรง ซึ่งเวลานี้ก็เริ่มเห็นแล้ว และต่อไปจะมีแรงงานหลากหลายระดับ เข้าไปทำงานในพื้นที่ ก่อความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง
ผมให้ความเห็นต่อที่ประชุมใน ๖ ประเด็นคือ
- ผมตีความว่าระบบการศึกษาใหม่ที่จะสร้างขึ้นในเขตการศึกษาพิเศษ ๓ จังหวัด คือการเปลี่ยน mindset ทางการศึกษา จากการจัดการศึกษาตามหลักสูตรและมาตรการสำเร็จรูปที่กำหนดมาจากส่วนกลาง มาเป็นจัดระบบการศึกษาที่เป็นระบบเรียนรู้ (Learning Systems) มีการตั้งเป้า กำหนดยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติ ดำเนินการ เก็บข้อมูล นำมาใคร่ครวญไตร่ตรองร่วมกันเพื่อการเรียนรู้ และปรับปรุงระบบ เป็นวงจรต่อเนื่อง
- มีการใช้การประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ตามแนว 21st Century Learning ซึ่งประเมินทั้ง ๓ มิติ ของการเรียนรู้ คือ ASK (A = Attitude, S = Skills, K = Knowledge) สำหรับใช้เป็นเครื่องมือ ของวงจรเรียนรู้ ผมตั้งชื่อการทดสอบนี้ว่า 21CAT (21st Century Achievement Test) สำหรับใช้แทน ONET ซึ่งสอบเฉพาะการเรียนรู้มิติ K เท่านั้น
- ระบบความก้าวหน้าของผู้บริหารและครู ให้หันไปเน้นที่ผลงาน Effect Size ต่อ achievement ด้าน การเรียนรู้ของนักเรียน คำนวณจากการทดสอบ 21CAT
- ต้องไม่ลืมจัดการพื้นที่เรียนรู้ 2/3 ของนักเรียน ซึ่งอยู่นอกโรงเรียน
- ผมตีความว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ต้องการ Area-Based Education Management Platform
- ผมเสนอให้เอาจริงเอาจังต่อการสร้าง IT Platform เสริมการเรียนรู้อย่างเอาจริงเอาจัง และเป็นการเรียน แบบ activity-based ตามด้วยการไตร่ตรองสะท้อนคิด
วิจารณ์ พานิช
๑๗ ต.ค. ๖๐