GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เงินอิเล็คทรอนิกส์

e money

เงินอิเล็กทรอนิกส์ ( E Money)

     ในการจับจ่ายซื้อของตลอดจนการชำระหนี้ต่างๆ ต้องใช้เงินตรา เงินตราที่เราคุ้นเคยกันดีคือ ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ ทั้งเหรียญกษาปณ์และธนบัตรเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เหรียญกษาปณ์ชำระหนี้ได้คราวละตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การซื้อสินค้าหรือบริการโดยไม่ต้องจ่ายเงินแต่ใช้บัตรเครดิตหรือเครดิตการ์ด ไม่ถือว่าเป็นการชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการ บัตรเครดิตไม่ถือว่าเป็นเงินตราหรือสิ่งที่แทนเงินตรา แต่เป็นเพียงบัตรที่สามารถซื้อของหรือบริการ โดยสินเชื่อหรือติดหนี้ไว้ก่อนได้

     ในปัจจุบันเป็นยุคอิเล็กทรอนิกส์ หรือยุคดิจิตอล มีการนำอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับการชำระค่าสินค้า และบริการแทนเงินตราและแทนบัตรเครดิตกันแล้ว ซึ่งเรียกกันว่าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E Money ผู้ที่ใช้เงิน E Money ไม่จำเป็นต้องมีรายได้สูงเช่นผู้ถือบัตรเครดิต ผู้ที่ยังไม่มีรายได้ เช่นเด็กนักเรียน หรือผู้คนทั่วไปไม่ว่าจะมีรายได้มากน้อยเพียงใด ก็มีการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์กันอย่างกว้างขวางพอสมควร โดยผู้ใช้อาจไม่รู้ว่าสิ่งที่ใช้อยู่นั่นคือ เงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E Money เช่น บัตรโทรศัพท์ บัตรพลาสติคที่ชำระค่าอาหารตาม Food Court ของศูนย์การค้าต่างๆ ตั๋วเดือนขึ้นรถไฟฟ้า เป็นต้น

     เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E Money กันค่อนข้างจะกว้างขวาง วงเงินที่หมุนเวียนมีเป็นจำนวนมาก ประชาชนผู้ใช้บริการเริ่มมีมากขึ้น และมีผู้ประกอบกิจการที่ออกบริการเกี่ยวกับเงินอิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลผู้ออกหรือผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อคุ้มครองสาธารณชน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ขณะเดียวกันการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎหมายว่าด้วย ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ด้วย จึงมีการพิจารณาที่จะกำหนดให้การได้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเพื่อคุ้มครองสาธารณชน

     สำหรับความหมายของคำว่าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ในเบื้องต้นได้ให้ความหมายไว้คือ มูลค่าที่ตราไว้ที่สื่ออิเล็กทรอนิกส์(เช่น บัตรพลาสติคมีแถบเเม่เหล็ก ที่ผู้ให้บริการออกให้แก่ผู้ใช้บริการจะระบุชื่อหรือไม่ก็ตาม โดยผู้ใช้บริการได้ชำระเงินไว้ล่วงหน้า เพื่อนำไปใช้ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ ค่าใช้จ่าย หรือชำระหนี้อื่นใดแทนเงินสด สรุปก็คือ ต้องใช้เงินสดไปซื้อการ์ดมาแล้ว แต่ว่าจะซื้อเป็นเงินเท่าใด เมื่อซื้อการ์ดมาแล้วใช้การ์ดจ่ายค่าสินค้าหรือค่าบริการได้  

     จากที่กล่าวมาแล้ว สามารถเห็นข้อแตกต่างระหว่างเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E Money กับเครดิตการ์ด ซึ่งอาจสรุปได้ว่า บัตร E Money เมื่อรูดแล้วหนี้หมด แต่เครดิตการ์ดเมื่อรูดแล้วกลับเป็นหนี้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): e-money
หมายเลขบันทึก: 63888
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

คงต้องใช้บัตรอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นหนี้ ทางที่ดีใช้เงินสดจะดีกว่ามั่งเงินใกล้หมดเมื่อไหร่ก็รู้เพื่อหาทางใช้เงินให้ถึงสิ้นเดือนก่อนสิ้นใจ