34. ใจคือความพล่านทุรน
ถาม ผมเป็นชาวสวีเดน ตอนนี้ผมสอน หฐโยคะ (Hatha Yoga) ในเม็กซิโกและในอเมริกา
ตอบ เธอเรียนมาจากไหน?
ถาม ครูของผมอยู่ในอเมริกา เป็นสวามีชาวอินเดีย
ตอบ แล้วเธอได้อะไรจากโยคะบ้าง
ถาม ผมได้สุขภาพที่ดีและเป็นวิธีทำมาหากินของผม
ตอบ ก็ดีนะ แล้วเธอต้องการแค่นั้นหรือ?
ถาม ผมแสวงหาความสงบของใจ
ผมรู้สึกรังเกียจสิ่งโหดร้ายที่ทำโดยชาวคริสเตียนที่อ้างว่าทำไปในนามของพระเจ้า
ผมเป็นคนไม่มีศาสนาอยู่ระยะหนึ่ง
จากนั้นผมเริ่มสนใจโยคะ
ตอบ แล้วเธอได้อะไร?
ถาม ผมศึกษาปรัชญาของโยคะ และมันช่วยผมได้
ตอบ มันช่วยเธอได้อย่างไร?
มันมีสัญญาณอะไรที่ทำให้เธอสรุปว่าเธอได้รับความช่วยเหลือแล้ว?
ถาม ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือสุขภาพของผมดีขึ้น
ตอบ แน่นอนว่าการรู้สึกว่ามีสุขภาพแข็งแรงทำให้เรารู้สึกดี
การมีความรู้สึกดีคือทั้งหมดที่เธอคาดหวังจากโยคะหรือ?
ถาม ความรู้สึกดีจากสุขภาพที่แข็งแรงเป็นรางวัลของหฐโยคะ
แต่โยคะให้อะไรมากกว่านั้น
มันช่วยตอบคำถามได้หลายอย่าง
ตอบ สำหรับเธอ โยคะหมายถึงอะไร?
ถาม คำสอนทั้งหมดของอินเดีย – วิวัฒนาการ การเวียนว่ายตายเกิด กรรม และอื่นๆ
ตอบ เอาละ เธอได้ความรู้มากมายเท่าที่เธอต้องการ
แต่เธอได้ประโยชน์อะไรจากมันบ้าง?
ถาม มันทำให้ผมมีความสงบใจ
ตอบ จริงหรือ? ใจของเธอมีความสงบหรือ?
การค้นหาของเธอสิ้นสุดแล้วหรือ?
ถาม ยังเลยครับ
ตอบ มันแน่อยู่แล้ว
มันไม่มีวันสิ้นสุดหรอก เพราะความสงบของใจมันไม่มีอยู่จริง
ใจหมายถึงความไม่สงบ ความร้อนรน นั่นแหละคือใจ
โยคะไม่ใช่คุณลักษณะของใจ และไม่ใช่สภาวะของใจ
ถาม มีการวัดค่าความสงบบางอย่างที่ผมได้รับจากโยคะ
ตอบ ถ้าเธอสังเกตอย่างใกล้ชิด และเธอจะเห็นว่าใจกำลังกรุ่นด้วยความคิด
มันอาจว่างเปล่าในบางครั้ง แต่มันเป็นแค่ชั่วครู่ แล้วมันจะย้อนกลับไปหาความร้อนรนกระวนกระวายตามปกติของมัน
ใจที่เงียบๆไม่ใช่ใจที่สงบสันติ
เธอบอกว่าเธอต้องการทำให้ใจของเธอเงียบ
แล้วเธอผู้ต้องการทำให้ใจเงียบมีความสงบสุขหรือเปล่า?
ถาม ผมไม่รู้สึกสุขสงบ ผมจึงไปรับการช่วยเหลือจากโยคะ
ตอบ เธอไม่เห็นความขัดแย้งตรงนี้หรือ?
เป็นเวลาหลายปี เธอแสวงหาความสงบของใจ
เธอไม่สามารถหามันพบ เพราะสิ่งที่มีธรรมชาติไม่อยู่นิ่ง จะไม่สามารถสงบสุขได้
ถาม แต่มันก็ดีขึ้นบ้าง
ตอบ ความสงบที่เธอกล่าวอ้างว่าเธอได้พบ เป็นสิ่งเปราะบางมาก แม้สิ่งเล็กๆก็สามารถทำให้มันแตกทำลายได้
สิ่งที่เธอเรียกว่าความสงบสุข เป็นเพียงการไม่มีอยู่ของความไม่สงบ
อย่างนี้ไม่มีค่าพอที่จะเรียกว่าความสงบสุขหรอก
ความสงบสึขที่แท้จริง ต้องไม่มีอะไรรบกวนได้
เธอมีความสงบสุขของใจที่อะไรก็โจมตีไม่ได้หรือเปล่า?
ถาม ผมกำลังพยายามอยู่
ตอบ การพยายามก็เป็นรูปแบบหนึ่งของความร้อนรน
ถาม ถ้าอย่างนั้นจะเหลืออะไร
ตอบ ตัวตนที่แท้ไม่จำเป็นต้องถูกทำให้สงบ
ตัวมันเองคือความสงบสุข ไม่ใช่กำลังสงบ
มีแต่ใจเท่านั้นที่ร้อนรนกระวนกระวาย
ทั้งหมดที่มันรู้จักคือความร้อนรนกระวนกระวายในหลากหลายรูปแบบและระดับชั้น
ความร้อนรนที่ทำให้รู้สึกดีก็ระดับสูงหน่อย ความร้อนรนที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดก็ระดับต่ำลง
สิ่งที่เราเรียกว่าความก้าวหน้า เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงจากความรู้สึกไม่ดีไปสู่ความรู้สึกดี
แต่การเปลี่ยนแปลงเองไม่สามารถนำพาเราไปสู่สิ่งหนึ่งซึ่งไร้การเปลี่ยนแปลง เพราะทุกสิ่งที่มีการเริ่มขึ้นต้องมีการสิ้นสุด
สิ่งจริงแท้ไม่มีกี่เริ่ม มันเพียงเผยตัวออกมาในลักษณะของสิ่งไม่มีการเริ่มต้นและไม่มีการสิ้นสุด แผ่ซ่านไปในทุกสรรพสิ่ง มีอำนาจ มันขับเคลื่อนสิ่งอื่นแต่ตัวมันเองไม่มีการขับเคลื่อน ไร้การเปลี่ยนแปลงอย่างนิรันดร
ถาม แล้วเราต้องทำอย่างไร?
ตอบ ด้วยการฝึกโยคะ เธอได้สะสมความรู้และประสบการณ์
นี่ไม่สามารถปฏิเสธได้
แต่ทั้งหมดนี้มันมีประโยชน์อะไรสำหรับเธอ?
โยคะหมายถึงการรวมกัน การเชื่อมต่อ
แล้วเธอได้รวมกับอะไร เชื่อมต่อกับอะไร?
ถาม ผมพยายามเชื่อมต่อบุคลิกภาพของผมกลับไปหาตัวตนแท้จริง
ตอบ บุคลิกภาพ (vyakti) เป็นแค่ผลผลิตของจินตนาการ
อัตตาตัวตน (vyakta) เป็นเหยื่อของจินตนาการนี้
จงทำให้ตัวเธอเป็นสิ่งที่เป็นเธอ ไม่ใช่สิ่งที่ผูกยึดเธอไว้
คนไม่สามารถมีอยู่ด้วยตัวเอง อัตตาตัวตนนั่นแหละที่เชื่อว่ามีคนและรู้ว่าคนเป็นของมัน
เหนืออัตตา (vyakta) คือสิ่งที่ไร้การเกิดดับ (avyakta) เป็นแหล่งกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง
การที่พูดว่า ต้องให้บุคคลหลอมรวมกับตัวตนที่แท้นั้นไม่ถูก เพราะแท้จริงแล้วไม่มีบุคคล มันเป็นเพียงภาพในใจซึ่งมีอยู่อย่างหลอกๆด้วยอิทธิพลของความเชื่อ
จริงๆแล้วไม่มีสิ่งใดที่แยกจากกัน และไม่มีอะไรต้องมาหลอมรวมกัน
ถาม โยคะ ช่วยในการแสวงหาและค้นพบตัวตนที่แท้
ตอบ ถ้าเธอทำอะไรหายไป เธอย่อมหาพบได้
แต่เธอจะไม่สามารถพบสิ่งที่ไม่เคยได้หายไปจากเธอ
ถาม ถ้าผมไม่เคยได้ทำอะไรหายไป ผมก็น่าจะบรรลุธรรมไปแล้ว
แต่ผมยังไม่บรรลุธรรม ผมยังแสวงหาอยู่
การที่ผมยังแสวงหาอยู่ก็น่าจะป็นข้อพิสูจน์ว่าผมได้ทำบางอย่างหายไปมิใช่หรือ?
มันแค่แสดงว่าเธอเชื่อว่าเธอทำมันหายไป
แต่ใครล่ะที่เชื่อ? แล้วอะไรที่ถูกเชื่อว่าหายไป?
เธอทำบุคคลแบบที่เธอเป็นอยู่อย่างนี้หายไปหรือ?
ตัวตนอันไหนที่เธอกำลังแสวงหา?
เธอคาดหวังว่าจะพบอะไร?
ถาม ผมคาดหว้งว่าจะพบความรู้ที่แท้เกี่ยวกับตัวตน
ตอบ ความรู้ที่แท้เกี่ยวกับตัวตนไม่ใช่ความรู้
มันไม่ใช่อะไรบางอย่างที่เธอจะพบได้โดยการแสวงหา โดยการค้นหาที่โน่นที่นี่
มันจะไม่มีอยู่ในกาลเวลาหรือสถานที่
ความรู้เป็นแค่ความจำ เป็นรูปแบบของความคิด เป็นนิสัยทางใจ
ทั้งหมดนี้ได้รับการกระตุ้นโดยความเพลิดเพลินและความเจ็บปวด
การที่เธอถูกผลักดันด้วยความเพลิดเพลินและความเจ็บปวดนี่แหละ ทำให้เธอต้องแสวงหาความรู้
การเป็นตัวเองที่แท้จริงเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการผลักดันใดๆโดยสิ้นเชิง
เธอจะไม่สามารถเป็นตัวตนที่แท้ด้วยเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่ง
เธอเป็นตัวตนที่แท้อยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลใดๆมาสนับสนุน
ถาม ด้วยการปฏิบัติโยคะ ผมควรได้พบความสงบ
ตอบ มันมีความสงบที่แยกต่างหากจากตัวเธอด้วยหรือ?
เธอพูดจากประสบการณ์ตรงของเธอหรือพูดตามที่อ่านมาจากหนังสือ?
ความรู้จากหนังสือมีประโยชน์ในการเริ่มต้น แต่ในเวลาไม่นาน เธฮต้องทิ้งมันไป เพื่อแลกกับประสบการณ์ตรง ซึงธรรมชาติของประสบการณ์ตรงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถบรรยายได้
ถ้อยคำสามารถนำมาใช้ในการทำลายได้เช่นกัน ภาพต่างๆถูกสร้างขึ้นมาได้จากถ้อยคำ และถูกทำลายได้ด้วยถ้อยคำเช่นกัน
เธอพาตัวเองมาถึงสภาวะปัจจุบันนี้ได้โดยทางการคิดด้วยคำพูด เธอต้องออกจากมันโดยทางเดียวกัน
ถาม ผมได้รับความสงบภายในบ้างเป็นบางขณะ ผมควรทำลายมันหรือเปล่า?
ตอบ สิ่งที่เธอได้รับ สามารถสูญหายไปได้
ต่อเมื่อเธอได้เข้าถึงความสงบที่แท้ ความสงบที่เธอไม่เคยทำหายไป ความสงบที่จะอยู่กับเธอ เพราะมันไม่เคยหายไปจากเธอ
แทนที่จะแสวงหาสิ่งที่เธอไม่มี จงค้นหาว่าอะไรที่เธอไม่เคยทำหาย
สิ่งที่อยู่ตรงนั้นก่อนการเกิดขึ้นและหลังจากการดับลงของทุกสิ่ง สิ่งซึ่งไม่มีการเกิด ไม่มีการตาย
สภาวะซึ่งมั่นคง ไร้การเคลื่อน ซึ่งไม่ได้รับผลจากการเกิดและการตายของกายหรือใจ นั่นคือสภาวะที่เธอต้องเข้าถึง
ถาม การเข้าถึงสภาวะเช่นนั้นจะทำได้ด้วยวิธีใด?
ตอบ ในชีวิต ไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่ก้าวผ่านอุปสรรค
อุปสรรคของการเข้าถึงตัวตนที่แท้อย่างแจ่มชัดคือ ความต้องการความเพลิดเพลิน และความกลัวความเจ็บปวด (รักสุข เกลียดทุกข์)
มันคือแรงผลักดันที่เนื่องกับความเพลิดเพลินและความเจ็บปวด ที่ขวางทางอยู่
การเป็นอิสระจากแรงผลักดันทั้งปวง สภาวะซึ่งไม่มีความต้องการเกิดขึ้น นั่นคือสภาวะธรรมชาติ
ถาม การเป็นอิสระจากความต้องการเช่นที่ว่า จำเป็นต้องใช้เวลาหรือเปล่า?
ตอบ ถ้าเธอปล่อยให้มันเป็นเรื่องของเวลา ก็ต้องใช้เวลาหลายล้านปี
การเป็นอิสระจากความต้องการอันแล้วอันเล่า เป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานมาก จนไม่สามารถบอกได้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่
ปล่อยให้ความต้องการและความกลัวทำหน้าที่ของมันไป นำความสนใจทั้งหมดของเธอมาที่ผู้ซึ่งกำลังเฝ้ารู้เฝ้าดู เขาอยู่เบื้องหลังการรับรู้ความต้องการและความกลัว
ถามว่า “ใครต้องการ?”
จงให้แต่ละความต้องการนำเธอกลับไปหาตัวเธอที่แท้จริง
ถาม ทุกความต้องการและความกลัว มาจากแห่งเดียวกัน – นั่นคือ ความโหยหาความสุข
ตอบ ความสุขที่เธอสามารถคิดถึงและโหยหา เป็นแค่ความพึงพอใจทางกายหรือทางใจ
ความเพลิดเพลินทางสัมผัสของกายและทางใจ ล้วนไม่จริง ไม่ใช่ความสุขสูงสุด
ถาม แม้ความเพลิดเพลินทางสัมผัสของกายและทางใจ และความรู้สึกดีโดยทั่วไป ซึ่งเกิดขึ้นจากสุขภาพกายและใจที่ดี น่าจะเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความเป็นจริง
ตอบ มันล้วนอยู่บนพื้นฐานของจินตนาการ
บุคคลที่ได้รับก้อนหินมาแล้วเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขามีคือเพชรล้ำค่า ย่อมมีความยินดีอย่างยิ่ง จนกว่าเขาจะตระหนักถึงความผิดพลาดของตน ในทำนองเดียวกัน ความเพลิดเพลินจะสูญเสียความหอมหวนของมัน และความเจ็บปวดจะสูญเสียความทิ่มแทงของมัน เมื่อเธอรู้จักตัวตนที่แท้
เธอจะเห็นความเพลิดเพลินและความเจ็บปวดอย่างที่มันเป็น – การตอบสนองตามเหตุปัจจัย ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นตามธรรมดา การดึงดูดและการผลักแบบพื้นๆ ซึ่งมีขึ้นจากความทรงจำหรืออคติที่มีอยู่เดิม
โดยทั่วไป เธอจะคาดหวังได้ว่าอย่างไรจึงจะทำให้เกิดความรู้สึกเพลิดเพลินและเจ็บปวด
มันขึ้นอยู่กับนิสัยที่สั่งสมและความเชื่อ
ถาม สำหรับผม ความเพลิดเพลินอาจเป็นจินตนาการ แต่ความเจ็บปวดเป็นของจริง
ตอบ ความเพลิดเพลินและความเจ็บปวดไปด้วยกันเสมอ
ถ้าเธอเป็นอิสระจากอย่างหนึ่ง เธอก็จะเป็นอิสระจากอีกอย่างหนึ่งด้วย
ถ้าเธอไม่แคร์ความเพลิดเพลิน เธอจะไม่กลัวความเจ็บปวด
แต่มันมีความสุข ซึ่งไม่ใช่ทั้งความเพลิดเพลินหรือความเจ็บปวด ซึ่งอยู่เหนือทั้งสองสภาวะโดยสิ้นเชิง
ความสุขที่เธอรู้จัก สามารถบรรยายได้ และสามารถวัดได้
แต่สิ่งที่เธอพูดถึงได้ ย่อมอยู่ภายนอกตัวเธอ
การบอกว่าสิ่งที่อยู่ภายนอกตัวเธอเป็นตัวเธอ ย่อมเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง
ความจริงแท้ อยู่เหนือทั้งสิ่งถูกรู้และผู้รู้ อยู่เหนือระดับใดๆ อยู่เหนือทุกความแตกต่าง
ความจริงแท้ ไม่ใช่แหล่งกำเนิด หรือรากฐาน หรือต้นตอของสิ่งถูกรู้และผู้รู้
สิ่งถูกรู้และผู้รู้มาจากความไม่รู้ความจริงแท้ ไม่ได้มาจากความจริงแท้ ซึ่งบรรยายไม่ได้ อยู่เหนือการมีอยู่และการไม่มีอยู่
ถาม ผมได้ไปเรียนกับครูหลายคนและศึกษาหลักคำสอนมาแล้วหลายรูปแบบ แต่ไม่มีใครให้ในสิ่งที่ผมต้องการ
ตอบ ความต้องการค้นพบตัวตนที่แท้จะได้รับผลสำเร็จอย่างแน่นอน แต่เธอต้องมุ่งมั่น ไม่ต้องการสิ่งอื่นนอกไปจากนี้
แต่เธอต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และไม่ต้องการสิ่งอื่นใดนอกจากสิ่งนี้สิ่งเดียวจริงๆ
ในระหว่างนั้น เธอต้องการหลายอย่างไปด้วยพร้อมๆกัน และไปหมกมุ่นกับสิ่งเหล่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น วัตถุประสงค์หลักของเธออาจจะล่าช้าออกไป จนกว่าเธอจะฉลาดขึ้นและหยุดการถูกฉุดรั้งไปทางโน้นทางนี้ ซึ่งไม่ได้ไปในทางเดียวกัน
จงค้นหาเข้าไปภายใน อย่างไม่คลอนแคลน ปล่อยวางความสนใจต่อสิ่งภายนอกโดยสิ้นเชิง
ถาม แต่ความต้องการและความกลัวของผมยังมีอยู่
ตอบ มันจะอยู่ที่ไหนได้ นอกจากในความทรงจำของเธอ?
จงตระหนักว่ารากฐานของมันอยู่ในความคาดหวังที่เกิดจากความทรงจำ และนั่นจะทำให้หยุดการครอบงำของมันได้
ถาม ผมเข้าใจเป็นอย่างดีว่าการช่วยเหลือสังคมเป็นงานที่ไม่สิ้นสุด เพราะการปรับปรุงและการเสื่อมสลาย ความก้าวหน้าและความถดถอย เป็นของคู่กัน
เราเห็นมันทุกหนแห่งในทุกระดับ แล้วอะไรที่เหลืออยู่?
ตอบ ไม่ว่าเธอจะทำงานอะไรอยู่ – ทำให้เสร็จสมบูรณ์
อย่ารับงานใหม่จนกว่าจะถูกบีบโดยสถานการณ์ของความทุกข์และความพ้นจากทุกข์
ค้นหาตัวเองให้พบก่อน และการอำนวยพรที่ไม่สิ้นสุดจะตามมา
ไม่มีอะไรให้ผลกำไรแก่โลกมากเท่ากับการละทิ้งผลกำไร
บุคคลผู้ไม่คิดในแง่ของการเสียและการได้ คือบุคคลผู้ไม่มีพฤติกรรมรุนแรง เพราะเขาจะอยู่เหนือการขัดแย้งทั้งปวง
ถาม ใช่ครับ ผมชื่นชอบแนวคิด อหิงสา (ไม่ใช้ความรุนแรง) เสมอมา
ตอบ คำว่า อหิงสา แปลว่า ไม่ทำร้าย
มันไม่ใช่การทำความดีที่สำคัญ แต่เป็นการหยุดทำร้าย การไม่เติมความทุกข์ให้มากขึ้น
การทำให้คนอื่นพอใจ ไม่ใช่อหิงสา
ถาม ผมไม่ได้พูดเกี่ยวกับการทำให้คนอื่นพอใจ แต่ผมอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
ตอบ ความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียวที่ควรค่าแก่การให้ คือการเป็นอิสระจากความต้องการความช่วยเหลือที่มากขึ้น
การช่วยซ้ำซากไม่ใช่การช่วย
อย่าพูดเรื่องการช่วยผู้อื่น จนกว่าเธอจะสามารถวางเขาไว้เหนือความต้องการช่วยเหลือใดๆ
ถาม บุคคลจะไปถึงการไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆได้อย่างไร?
และเราจะสามารถช่วยให้คนอื่นไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร?
ตอบ เมื่อเธอได้เข้าใจว่าการมีอยู่ทั้งหมด ที่มีความแบ่งแยกและมีขีดจำกัด ล้วนเจ็บปวด และเมือเธอตั้งใจและสามารถอยู่อย่างบูรณาการกับสิ่งอื่น เป็นหนึ่งเดียวกับทุกชีวิต ในฐานะของการมีอยู่เป็นอยู่ที่บริสุทธิ์ นั่นแหละ เธอได้ไปเหนือความต้องการความช่วยเหลือทั้งปวง
เธอสามารถช่วยคนอื่นได้โดยการให้ธรรมะและตัวอย่าง และเหนือสิ่งอื่นใด โดยการมีอยู่เป็นอยู่ของเธอ
เธอไม่สามารถให้ในสิ่งที่เธอไม่มี และเธอย่อมไม่มีในสิ่งที่เธอไม่ได้เป็น
เธอให้ได้เฉพาะสิ่งที่เธอเป็นเท่านั้น – และนั่น เธอสามารถให้ได้อย่างไม่สิ้นสุด
ถาม แต่ มันจริงหรือเปล่าครับ ที่การมีอยู่ทั้งหมดล้วนเจ็บปวด
ตอบ อะไรอีกเล่าที่เป็นสาเหตุของการที่ใครๆก็ค้นหาความเพลิดเพลิน?
คนที่มีความสุขจะแสวงหาความสุขหรือ?
ผู้คนอยู่ด้วยความร้อนรนกระวนกระวายเพียงใด วิ่งวุ่นไขว่คว้าตลอดไม่เคยหยุด
นั่นเป็นเพราะพวกเขาตกอยู่ในความเจ็บปวด พวกเขาจึงแสวงหาการบรรเทาในความเพลิดเพลิน
ความสุขทั้งหมดที่พวกเขาจินตนาการได้ อยู่ในคำมั่นของความเพลิดเพลินซ้ำๆ
ถาม ถ้าสิ่งที่ผมเป็น อย่างที่ผมเป็น คือบุคคลที่ผมเชื่อว่าเป็นผม ไม่สามารถมีความสุข แล้วผมจะทำอย่างไร?
ตอบ เธอทำได้แค่เพียงหยุดการเป็น – อย่างที่เธอดูเหมือนจะเป็นอยู่ตอนนี้
ไม่มีอะไรโหดร้ายในสิ่งที่ฉันพูด
การทำให้บุคคลตื่นขึ้นจากฝันร้าย คือความเมตตากรุณา
เธอมาที่นี่เพราะเธอตกอยู่ในความเจ็บปวด และทั้งหมดที่ฉันพูดก็คือ ตื่นขึ้นสิ รู้จักตัวเอง เป็นตัวเอง
การสิ้นสุดของความเจ็บปวดไม่ได้อยู่ในความเพลิดเพลิน
เพมื่อเธอตระหนักว่าเธออยู่เหนือทั้งความเจ็บปวดและความเพลิดเพลิน ห่างไกลและทำร้ายไม่ได้ เมื่อนั้นการแสวงหาความสุขจะสิ้นสุดลง และความโศกเศร้าที่เป็นผลตามมาก็สิ้นสุดลงด้วย
เพราะความเจ็บปวดมีเป้าหมายที่ความเพลิดเพลิน และความเพลิดเพลินสิ้นสุดลงที่ความเจ็บปวด วนเวียนไปเช่นนี้ไม่มีที่สิ้นสุด
ถาม ในสภาวะสูงสุด ไม่มีความสุขหรือ?
ตอบ ไม่มีความสุขและไม่มีความโศกเศร้า มีเพียงอิสรภาพ
ความสุขขึ้นอยู่กับบางสิ่งบางอย่างและสามารถสูญหายได้ อิสรภาพจากทุกสิ่งขึ้นไม่อยู่กับอะไรเลย และไม่มีวันสูญหาย
อิสรภาพจากความโศกเศร้าไม่มีสาเหตุ ดังนั้นมันจึงไม่สามารถถูกทำลายได้
จงตระหนักถึงอิสรภาพนั้น
ถาม ผมเกิดมาเพื่อรับทุกข์เนื่องจากสิ่งที่ผมทำมาในอดีตมิใช่หรือ?
แล้วอิสรภาพจะเป็นจริงสำหรับผมได้หรือเปล่า?
ผมเกิดขึ้นมาด้วยความตั้งใจของผมเองใช่ไหม?
หรือผมเป็นแค่สิ่งหนึ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้น?
ตอบ การเกิดและการตายเป็นแค่การเริ่มต้นและสิ้นสุดของกระแสเหตุการณ์ในความรู้ตัวเท่านั้นเองมิใช่หรือ?
เพราะความิดว่าเธอแปลกแยกจากสิ่งอื่น แล้เธอมีขีดจำกัด จึงทำให้การเกิดและการตายเป็นความเจ็บปวด
การบรรเทาจากความเจ็บปวดเพียงชั่วคราว เราเรียกว่าความเพลิดเพลิน – และเราสร้างปราสาทในอากาศ คาดหวังความเพลิดเพลินไม่สิ้นสุดซึ่งเราเรียกว่าความสุข
ทั้งหมดนี้คือความเข้าใจผิดและการใช้งานแบบผิดๆ
จงตื่นขึ้น จงไปเหนือมัน มีชีวิตที่แท้จริง
ถาม ความรู้ของผมถูกจำกัด อำนาจของผมแทบไม่มี
ตอบ ตัวตนที่แท้เป็นต้นตอของทั้งความรู้และอำนาจ ตัวมันเองอยู่เหนือความรู้และอำนาจ
สิ่งที่ถูกสังเกตได้มีอยู่ในใจ
ธรรมชาติของตัวตนที่แท้คือความตระหนักที่บริสุทธิ์ การเป็นผู้เฝ้าดูเฝ้ารู้ที่บริสุทธิ์ ไม่ได้รับผลกระทบจากการมีอยู่หรือไม่มีอยู่ของความรู้หรือความชอบ
จงมีตัวตนที่อยู่ภายนอกร่างกายของความเกิดและความตาย นั่นจะแก้ปัญหาทั้งหมดของเธอได้
ปัญหาพวกนั้นมีอยู่เพราะเธอเชื่อว่าตัวเธอเกิดเพื่อตาย
จงเลิกหลอกตัวเองและเป็นอิสระ
เธอไม่ใช่บุคคล
ศรี นิสาร์กะทัตตะ มหาราช
“I AM THAT”