ชีวิตที่มีความหมาย คือ ชีวิตที่พัฒนาขีดความสามารถ มีสติแก่กล้า นำพาองค์กรสู่เป้าหมาย มีปัญญาสมบูรณ์เกื้อกูลนักเรียน ผู้ปกครอง เพื่อให้ตนเองมีคุณค่า ในท่ามกลางความสงบเย็น และเป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม...

ผมบริหารจัดการ..งานบริหารสถานศึกษา ทีนับวันงานจะมากขึ้นเป็นลำดับ..งานส่วนหนึ่ง..เป็นงานนโยบายและ งานอีกส่วนหนึ่งเป็นงานพัฒนาเพื่อการเจริญเติบโตของโรงเรียน..ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

เริ่มงานในตอนเช้า..เหมือนกันทุกวัน ช่วยกันกับครูและเด็ก เก็บกวาดถนนหน้าอาคาร ทำไม่นานเพราะใบไม้มีไม่มาก และทิ้งใบไม้ได้สะดวกในบ่อใบไม้ที่ติดตั้งไว้หลายจุด..๑๕ นาที ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย..

ผมเคาะระฆังทันที..ครูจะแยกย้ายไปสอนซ่อมเสริมนักเรียน..เด็กส่วนหนึ่งมาอ่านหนังสือให้ผมฟัง บางวัน..ก็คิดเลขเร็วสลับกันไป มี ๒ วันที่นักเรียนชั้น ป.๓ - ๖ ต้องซ้อมดนตรี..ส่วนวันศุกร์สุดสัปดาห์..ก็สุขหรรษาไปตามเรื่องราว..

นักเรียน..ในชุดเสื้อสีฟ้า..รวมตัวกันที่สนามฟุตซอล จับกลุ่มแล้วแยกย้ายกันไป ชั้นเด็กเล็ก ..ฝึกกายบริหารมือเปล่า และสนุกกับการละเล่นพื้นบ้าน..เด็กโต..กายบริหารมวยไทย..ที่ต้องใข้ทั้งศาสตร์และศิลป์ โดยมีรุ่นพี่คอยสอนรุ่นน้อง..ผมเรียกกิจกรรมวันนี้ว่า..สำนึกดีตามวิถีไทย..ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียน..

๐๘.๓๐ น.ถึงเวลาเรียน..นักเรียนเข้าเรียนกันหมดแล้ว ผมเดินดูความเรียบร้อย..ภายในเล้าเป็ดและไก่..ให้อาหารปลาและกบ..เดินผ่าน..บ้านปลาดุก..รู้สึกคิดถึง..ปลาดุกเข้าโรงอาหารไปหมดแล้ว..คณะครูสนับสนุนให้ ผอ.เลี้ยงต่อ..ผมก็ไม่รีรอ..จัดไป

วันนี้..ต้องเบิกเงินโครงการอาหารกลางวัน ที่ต้องใช้สัปดาห์หน้า..ครูการเงินทำบันทึกเสนอขอเบิกเงิน ๘,๔๐๐ บาท สำหรับนักเรียน ๘๔ คน คนละ ๒๐ บาท/คน/๕วัน..ผมรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง..เมื่อวันเปิดเทอม ยังเบิกที่เด็ก ๗๘ คน หรือ ๗,๘๐๐ บาท..อยู่เลย

ไม่ทันจะได้ออกไปธนาคาร รถบรรทุกน้ำของเทศบาลวิ่งเข้ามา ผมทำเรื่องขอน้ำไว้ ๑ เที่ยว เพื่อให้มาช่วยรดในแปลงนา ที่ผมปลูกงาดำ..เพื่อให้มีความชุ่มชื้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกของการปลูกงาดำที่เริ่มเจริญเติบโต..

ก่อนออกไปธนาคาร..ถามครูว่าจะซื้ออะไรไหม..ครูบอกว่า..ข้าวสารในครัวหมด ผอ.ซื้อเข้ามาด้วยนะ ขอเป็นหอมมะลิ..ครูอีกท่านหนึ่ง..ขอให้ผอ.ช่วยไปร้านถ่ายเอกสารให้ด้วย..หนูถ่ายข้อสอบสำหรับสอบเก็บคะแนนภาคเรียนที่ ๑....ได้ครับ..

ซื้อข้าวสารเสร็จสรรพ ครูโทรศัพท์มาบอกว่า..หนูต้องไปประชุมที่โรงเรียน..เกี่ยวกับการเป็นกรรมการประกวดและแข่งขันงานศิลปหัตถกรรม ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๐..ผมก็บอกให้รีบไป ทั้งที่ใจไม่ยอมรับในเรื่องแบบนี้เลย

ขับรถกลับโรงเรียน..นึกอะไรไม่ออกนอกจาก..งานธุรการที่ตั้งใจจะสะสางคงต้องวางไว้ก่อน..นัดเด็ก ป.๕ ไว้ว่าจะมอบหมายงานพิเศษให้ทำ เวลานี้..ต้องเพิ่ม ป.๖ อีกห้องหนึ่ง..เพราะครูไปประชุม..ทำอะไรกันดีล่ะ..

ตั้งคำถามเดิมๆมาหลายปี ว่าเมื่อไหร่งานนโยบายให้ประกวดแข่งขันมันจะเลิกกันเสียที..สพฐ.ก็น่าจะให้คนบนสำนักงานของตน เลิกคิดโครงการแบบนี้ได้แล้ว..หลายโรงเรียนขาดครู แต่ต้องไปเป็นกรรมการฯ บางโรงเด็กเก่งที่มีไม่กี่คน ไปแข่งกันทุกปี..ทิ้งเด็กหลังห้อง..ให้ไม่มีครูอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่รู้ว่าส่งเสริมคุณภาพกันแบบไหน..ที่ปิดกั้นโอกาส ทำให้เด็กขาดครู..เพราะครูทิ้งห้องเรียน..ในเรื่องแบบนี้อยู่เสมอ..

ถ้ามองเป็นรายโรง..อาจคิดว่าปัญหาที่อาจตามมา..ไม่ได้มากมาย..ในระดับกลุ่มโรงเรียนหรืออำเภอ..ก็คงไม่เยอะ แต่ในระดับเขตฯ ก็น่าจะไม่น้อย และถ้าทั่วประเทศล่ะ..ผมมองว่า..นี่คือต้นเหตุพื้นฐาน..ของหายนะ..การศึกษาไทยในอนาคต..

ขับรถถึงโรงเรียนพอดี..รีบแบ่งกลุ่มนักเรียน..ป.๕..ให้ไปกรอกน้ำหมักชีวภาพใส่ขวด..อีกกลุ่มหนึ่ง..ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ให้ต้นดาวเรือง ชั้นป.๖ ให้ปลูกหญ้าแฝกและทำแปลงผัก..เตรียมไว้สำหรับปลูกผักบุ้งจีน..

นักเรียนบางคนทำงานเสร็จเร็ว.ให้มาช่วยครูนำแกลบไปรองพื้นเล้าไก่ และในคอกกระต่าย ซึ่งตอนนี้มี ๔ ตัว..นักเรียนถามผมว่า ทำไมครูต้องรองพื้นด้วย ผมก็บอกว่า..เวลากระต่ายขับถ่ายจะได้ทำความสะอาดง่าย นำไปทำปุ๋ยได้ด้วย..

ชีวิตประจำวันก็มีเท่านี้..บันทึกไว้เตือนสติว่า..ชีวิตที่มีความหมาย คือ ชีวิตที่พัฒนาขีดความสามารถ มีสติแก่กล้า นำพาองค์กรสู่เป้าหมาย มีปัญญาสมบูรณ์เกื้อกูลนักเรียน ผู้ปกครอง เพื่อให้ตนเองมีคุณค่า ในท่ามกลางความสงบเย็น และเป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม...

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๕  กันยายน  ๒๕๖๐