ชื่อเรื่องของหนังสือเล่มที่อ่านมีความสำคัญต่อสังคมอย่างไร

จากการที่โลกเปลี่ยนจากยุคที่ 1 คือยุคเกษตรกรรมสู่ยุคที่2 คือยุคอุตสาหกรรมเบา สู่ยุคที่ 3 คือ เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)  สู่ยุคที่ 4 คือ Forth Wave ที่ประกอบไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม (Ethics),ความยั่งยืน (Sustainability), ความเฉลียวฉลาด (Wisdom), ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity),นวัตกรรม (Innovation), Intellectual capital (ทุนทางปัญญา),ภาวะผู้นำ (Leadership) และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีทุนทางคุณธรรมและจริยธรรม (Ethical Capital) เป็นพื้นฐานจึงจะพัฒนาไปสู่ผู้นำในรูปแบบ Trust/Authority หรือรูปแบบ “ผู้นำ” ที่สร้างศรัทธาจากสังคมให้เกิดขึ้นด้วยความดีงาม ความซื่อสัตย์ ความมั่นคง และความกล้าที่จะตัดสินใจด้วยการเลือกทำเพื่อประโยชน์ส่วนร่วมเพื่อวางรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย  ซึ่ง ศ.ดร.จีระ ได้ยกตัวอย่างความดีงามของคนในชาติที่ อาจารย์ จีระ ชื่นชมในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม คือ

1. ศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พนมยงค์
2. ศาสตราจารย์พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
3. ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์
4. ศาสตราจารย์พันตรี ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์

บทเรียนหรือความรู้ที่ได้รับจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ที่ประทับใจมีอะไรบ้าง เพราะอะไร

จุดเริ่มต้น สู่จุดหมายของการสร้างพลังแห่งคุณธรรม จริยธรรม สู่บทสรุปเพื่อการนำไปปรับใช้ จากทฤษฎี 8K’s แนวคิดการพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์ ของ ศ.ดร.จีระนั้นจะเห็นได้ว่า ทุนทางคุณธรรมและจริยธรรม (Ethical Capital) เป็นพื้นฐานที่สำคัญว่า คุณธรรมและจริยธรรม หรือความดี ความถูกต้องจะต้องมาก่อนความเก่ง ซึ่งต้องอาศัยการปลูกฝังตั้งแต่เกิด มาจากปัจจัย 6 ประการคือ ครอบครัว, โรงเรียน, ศาสนา, สังคม, สื่อ, ตัวอย่างคนดีต้นแบบ (Role Model)

วิธีการสร้างทุนแห่งคุณธรรม จริยธรรม โดยนำความรู้ที่ได้จาก พระมหาวุฒิชัย วชิเมธี (ว.วชิรเมธี)-แง่คิดหลักธรรม กับท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์  และหลักคิดและมุมมองของบุคคลตัวอย่าง 3 ท่านคือ ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ,คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์,คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย รวมถึง มุมมองของนักคิดและนักปฏิบัติระดับประเทศ ได้แก่ ศ. คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี, นายชวนหลีกภัย, ศ.พิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, รศ. สุขุม นวลสกุล มารวบรวม นำมาปรับและประยุกต์ใช้ได้กับทุกระดับ ดังนี้ 

ระดับ 

             วิธีการสร้างพลังแห่งคุณธรรม จริยธรรม ที่ได้ผล

ตัวเอง

รักษาศีล 5 และค่านิยม 12 ประการ เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่คนรอบข้างประกอบอาชีพที่สุจริต ไม่โกง รู้จักคุณค่าของตัวเอง

ครอบครัว

ปลูกฝังเรื่องสิ่งใดควรทำและสิ่งใดไม่ควรทำ หาเวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกัน ในครอบครัวพูดคุยกัน ปลูกฝัง ให้ความคิด ให้วิธีการตัดสินใจและการแก้ปัญหา ไม่เอาผลประโยชน์ส่วนรวมมาเป็นผลประโยชน์ส่วนตัว   พ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ควรจะกำหนดให้มีการไปไหว้พระ ทำบุญที่วัด นั่งสมาธิวิปัสนาบ้าง ต้องเชื่อมโยงบ้าน วัด โรงเรียน เข้าด้วยกันให้ได้

สถาบันการศึกษา

-การเรียนการสอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ต้องนำมาสู่ภาคปฎิบัติที่แท้จริง ประยุกต์เข้าสู่ชีวิตจริง ยกตัวอย่างโรงเรียนของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยาท่านสอนแบบ Learning by doing ต้องเรียนจากของจริงตั้งแต่เด็ก เป็นการปลูกจิตสำนึก บทบาทของครูมีความสำคัญควรเรียนรู้บุคคลต้นแบบเพื่อเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรม จริยธรรม เช่น อาจารย์ป๋วย อาจารย์ปรีดี เป็นต้น      
-กระทรวงศึกษาธิการมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานและพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทย สิ่งที่ควรทำ
1. มีหลักสูตรเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ในชั่วโมงเรียนมากขึ้นและเน้นปฎิบัติจริงให้มีจิตสาธารณะ
    รู้จักเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
2. นำบุคคลที่ทำตวามดีมาเป็นต้นแบบ Role Model
3. เร่งปลูกฝังค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ให้นักเรียนไทยมีแก่นนิยมเป็นหลักเป็นยุทธศาสตร์ต่อเนื่อง ต่อยอด ต่อไป

องค์กร

ศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ จะต้องไม่มองข้ามความถูกต้อง ธุรกิจจะต้องปลูกฝังเรื่องคุณธรรม จริยธรรมซึ่งเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนความเป็นเลิศขององค์กร ผู้นำองค์กรต้องมีธรรมภิบาล สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เพื่อให้ทุกคนในองค์กรยึดถือและปฎิบัติตาม

ชุมชน/สังคม

ค่านิยมที่ดีต่อชุมชน ต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของ “สื่อ” หรือ “ความเจริญทางเทคโนโลยี”  ปฎิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของการเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ

ประเทศ

-ปลูกฝังค่านิยมต่อต้าน ผู้นำประเทศ นักการเมือง ผู้นำทุกระดับ ต้องไม่ทุจริตและคอรัปชั่นทุกชนิด ควบคู่ไปตามกรอบแนวคิดแบบอริยสัจสี่ ในทัศนะของท่านพระอ. ว.วชิรเมธี ได้แก่

ทุกข์ คือ ปัญหาวิกฤตสังคมไทยในปัจจุบัน ย่ำอยู่กับที่และไม่มีสันติสุข
สมุทัย คือ สาเหตุของปัญหาในปัจจุบัน ได้แก่ โครงสร้างการเมืองและสังคมที่เต็มไปด้วยคอร์รัปชั่น ภาวะสองมาตราฐาน เอื้อต่อการทุจริต
นิโรธคือเป้าหมายของสังคมไทยในอนาคตได้แก่ การเมืองไทยมีธรรมภิบาล  คนทั้งชาติเกลียดการคอรัปชั่น และคนไทยมีสันติสุข
มรรค คือ หนทางในการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นนั้นควจจะปฏิรูปค่านิยมและโครงสร้างของสังคมไทยต่อต้านคอร์รัปชั่นทุกภาคส่วน สร้างค่านิยมสังคมที่รู้จักพอเพียง

  - การเลือกผู้นำ การเมืองภาคประชาชนต้องเข้มแข็งมีความรู้ความเข้าใจในหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง เข้าใจภาพรวมของเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญคือยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรมความถูกต้อง มีความกล้าหาญ และไม่ยอมให้อำนาจเงินมาอยู่เหนือความถูกต้อง

อาเซียน

ปลูกฝังค่านิยมในการอยู่รวมกัน แบ่งปันทรัพยากรซึ่งกันและกัน การปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เช่น ความแตกต่างด้านเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้ทุกประเทศในอาเซียนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขธรรมที่เป็นโลกบาลที่รักษาโลกให้อยู่ร่วมกัน มี 2 ข้อ คือ “หิริ” ละอายชั่ว และ “โอตัปปะ”กลัวบาป “หิริ” ละอายตัวเอง “โอตัปปะ” ละอายคนอื่น

 จุดอ่อนของหนังสือเล่มนี้ คืออะไร ให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ให้ความสำคัญกับการสร้างพลังแห่งคุณธรรม จริยธรรม ในระดับครอบครัวและระดับผู้นำประเทศ นักการเมือง และผู้นำในระดับต่างๆ แต่ให้ความสำคัญในเรื่องระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับโลกน้อยมาก เนื่องจากประเทศไทยจะก้าวสู่ประชาคาอาเซียน (AEC) การสร้างคุณธรรม จริยรรม ให้เป็นวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกันในความแตกต่างในหลายๆด้านได้อย่างไร เช่นความแตกต่างด้านศาสนา, ภาษา, ขนบธรรมเนียมประเพณีที่หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น สิงคโปร์กับความหลากหลายของชนชาติ เชื้อชาติที่ต้องอยู่ร่วมกัน

 

อรุณศรี รัตนธัญญาภรณ์   นักศึกษาปริญญาเอก รุ่นที่15

E-mail : [email protected]