(9) ออกเดินทางแบบงงๆ...ได้ไปแล้วหรือนี่ เยอรมนีที่รอคอย

Peter_ParN
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
หลังจากลุ้นมาหลายตลบ สุดท้ายก็ได้บินซะที แต่คราวนี้บินวนไปวนมาระหว่างกัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพฯ

เช้าวันที่ 12 มิถุนายน 2560 ต้องตื่นแต่เช้า เพราะรถโรงแรมจะไปส่งสนามบินฟรีตอน 07.30 น. ยังรู้สึกง่วงๆ เพลียๆ แต่มีความตื่นเต้นมากกว่า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็มาถึงสนามบินดอนเมือง ระยะทางไม่ไกล แต่รถติดมากๆ ต้องเผื่อเวลากันเยอะทีเดียว (บิน 11 โมงกว่า ออกจากโรงแรม 7 โมงครึ่ง)

ตุ๊บแรกของวันนี้ ดอนเมือง-กัวลาลัมเปอร์ โดยสารการบินมาลินโดแอร์ ในราคาตั๋ว 700 กว่าบาท (ได้ลด 1700 บาท จาก Zuji.com.au) อย่างที่บอกไปแล้ว ราคานี้ รวมกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง 30 กก. มีอาหารและเครื่องดื่มบริการบนเครื่องด้วย

สายการบินมาลินโดแอร์ เป็นลูกพี่ลูกน้อง (เครือญาติเดียวกัน) กับไลออนแอร์ วิงส์แอร์ บาติกแอร์ (สัญชาติอินโดนีเซีย) และไทยไลออนแอร์ (สัญชาติไทย) มาลินโดแอร์ ไม่ใช่ low cost airline แต่เป็นกึ่ง Premium แต่ราคาตั๋วนี้ สามารถสู้กับ Low cost ได้สบายเลย ไม่ต้องจุกจิกกะการซื้อบริการเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม การเลือกที่นั่ง และที่สำคัญเที่ยวบินระหว่างประเทศให้น้ำหนักกระเป๋าถึง 30 กก. (เยอะดี)

ที่มาของชื่อมาลินโดนี่ น่าสนใจ เนื่องจากเป็นความร่วมมือระหว่างมาเลย์เซียและอินโดนีเซียในการก่อตั้งสายการบินนี้ จึงเอาชื่อประเทศทั้ง 2 มาสนธิกันเป็นชื่อสายการบิน มาเล+อินโด=มาลินโด (ไอเดียดีมาก)

เช็คอินเสร็จ ผ่านตม.ด้วยช่อง Augo gate ซึ่งเร็วมาก สอดหนังสือเดินทางหน้าที่มีรูปถ่าย ดึงออก กดหมายเลขเที่ยวบินขาออกหรือสแกนบอร์ดดิ้งพาส เข้าไปถ่ายรูป แล้วเดินตัวปลิวออกไปเลย ใช้เวลาไม่น่าจะเกิน 1 นาทีเสร็จ

ผมมาสนามบินค่อนข้างเร็ว มีเวลาเหลือประมาณ 2 ชั่วโมง ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้กิน ทำไงดีล่ะ อาหารในสนามบินก็ค่อนข้างแพง แต่ช้าก่อน ของฟรีช่วยท่านได้ เพียงแค่มีบัตรสมาชิก King Power ก็สามารถใช้บริการห้องรับรองได้ฟรีที่สนามบินดอนเมืองแล้ว เลาจน์ที่ดอนเมืองเพิ่งเปิดใหม่ ตกแต่งดี ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะตามระดับสูง-ต่ำของบัตรเหมือนที่สุวรรณภูมิ แต่ก็อย่างว่า มีแต่ของว่าง ชา กาแฟ ขนม แค่กินรอเวลา แต่ถ้าจะเอาอิ่ม เรามีอีกบัตรหนึ่ง Citibank สามารถรับแซนวิสและเครื่องดื่มได้ที่ Subway หรือ Black Canyon ได้ 

ปกติเช้าๆผมไม่ค่อยกินไรมากอยู่แล้ว ก็ไปกินกาแฟที่เลาจน์คิงพาวเวอร์ ส่วนแซนวิสและน้ำดื่มจากร้าน Subway ก็ห่อขึ้นเครื่องไปกัวลาลัมเปอร์ เพราะอีกไม่นานก็มีอาหารเลี้ยงบนเครื่องมาลินโดแอร์แล้ว

เครื่องบินออกตรงเวลา ขึ้นเครื่องได้สักพักก็รถเข็นแซนวิสกล่องใหญ่มาแจกพร้อมน้ำเปล่า และตามด้วยชา กาแฟ หรือน้ำส้ม เรียกว่าของว่างบนเครื่องนี้พอๆกะการบินไทยหรือไทยสไมล์ที่ให้บริการในประเทศเลยแหละ

ถึงกัวลาลัมเปอร์ประมาณบ่ายสาม กว่าจะผ่าน ตม. รับกระเป๋า ก็บ่ายสามครึ่ง มาลินโดแอร์ให้บริการที่สนามบิน KLIA (Kuala Lumpur International Airport) ไม่ใช่ KLIA2 ซึ่ง Lowcost airline ต่างๆ จะให้บริการที่สนามบินนี้ จริงๆทั้ง 2 แห่งอยู่ใกล้ๆกันนั่นแหละ มีบริการรถไฟฟ้าเชื่อม 2 สนามบิน ใช้รันเวย์ร่วมกัน แต่แยกอาคารเป็นสัดส่วนระหว่าง Full service กะ Lowcost แค่นั้นเอง

ผ่านตม. รับกระเป๋าเสร็จ ก็เกือบบ่ายสี่โมงเย็น เดินไปรอเวลาเช็คอินที่ Departure แหม หาที่นั่งว่างไม่เจอเลย มีผู้โดยสารรอเช็คอินกันเต็ม อาคารผู้โดยสารก็กว้างดีนะ แต่เก้าอี้มีน้อยไปหน่อย ระหว่างรอก็ควักแซนวิสกะน้ำดื่มจากร้าน Subway มาใส่ๆท้องไว้ก่อน รอดตายไปอีกมื้อหนึ่ง

17.00 น.เคาเตอร์การบินไทยก็เปิดให้เช็คอิน เวลาบิน 20.00 น. เปิดให้เช็คอินก่อน 3 ชั่วโมง

ตอนนี้ก็ลุ้นๆนิดหน่อยเรื่องการ Check through กระเป๋าไปลงที่ Hamburg เลย ไปต่อแถวเช็คอินคนแรกๆ แจ้งเจ้าหน้าที่ไปว่า มีตั๋วการบินไทยไปลงแฟรงค์เฟริต และมีตั๋วลุฟฮันซ่าต่อไปที่ Hamburg ด้วย จะขอรับกระเป๋าที่ Hamburg ได้เลยหรือไม่ เจ้าหน้าที่ยิ้มแป้น บอกไม่มีปัญหา แต่ขอเวลาไปดำเนินการให้ ว่าแล้วก็เดินไปหา Supervisor กดคอมพ์สักพัก ก็กลับมาปรินท์บอร์ดดิ้งพาสให้เรา 3 ใบ ใบแรกเป็นกัวลาลัมเปอร์-สุวรรณภูมิ ใบที่ 2 สุวรรณภูมิ-แฟรงค์เฟริ์ต ใบที่สามเป็นแฟรงค์เฟริ์ต-ฮัมบูร์ก 

จากที่กังวลเรื่องน้ำหนักกระเป๋าตั๋วลุฟฮันซ่าที่ซื้อไว้เพียง 20 กก. ก็สบายใจหายห่วง เพราะน้ำหนักกระเป๋าจะคิดตามสายการบินต้นทางเป็นหลักหรือสายการบินหลักที่ออกตั๋ว (TG ให้ 30 กก. เที่ยวบินต่อเนื่องด้วยพันธมิตรสายการบินเครือ Star Alliance ก็ให้ 30 กก.เช่นกัน)

มีเวลาอีกเกือบ 3 ชั่วโมง เดินเตร็ดเตร่ในสนามบิน พยายามหาเลาจน์ที่สามารถใช้บัตรเครดิตที่เรามีก็ไม่ประสบผลสำเร็จ มี Plaza Premium Lounge ใช้บัตร Citi เข้าใช้บริการฟรีได้ แต่ไม่รับของประเทศไทย อด...

รู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อย วันนี้ยังไม่มีข้าวตกถึงท้องเลย กินแต่ขนมปัง แซนวิส กาแฟตลอด 2 มื้อ หิ้วท้องขึ้นเครื่องการบินไทยลำใหญ่ บินด้วยจัมโบ้เจ็ต 777-300 คนน้อยโหรงเหรงเลย คิดในใจ ทำไมใช้ลำใหญ่จัง เก็บความสงสัยไว้ในใจ จะได้รับการเฉลยอีก 2 ชั่วโมงข้างหน้า

ผม Request อาหารไว้ล่วงหน้าเป็น Sea food ผลที่ได้คือผัดกระเพรากุ้งแสนอร่อย ถูกปากมาก ส่วนเครื่องดื่มอื่นๆ พวกไวน์ แอลกอฮอร์ ชา กาแฟ มีให้ไม่อั้นอยู่แล้ว 2 ชั่วโมงบนเครื่อง ผ่านไปแป๊บเดียว ไม่ทันได้ดูหนังก็เตรียมตัวลงแระ ถึงสุวรรณภูมิเวลา 22.00 น. พอดีแป๊ะ ไม่ดีเลย์

...แล้วสิ่งที่ส่งสัยก็หายไป ลำใหญ่ 777-300 ที่เรานั่งมาจากกัวลาลัมเปอร์นี่แหละ จะพาเราไปต่อที่แฟรงค์เฟริ์ต เรียกว่าจอดพักสุวรรณภูมิ 1 ชั่วโมง 45 นาที ก็จะออกเดินทางต่อ แต่ผู้โดยสารต่อเครื่องทุกคนจะต้องลงจากเครื่องบิน ออกไปยังชั้น 2 Arrival แล้วเดินขึ้นบันไดเลื่อนมาใหม่ที่ประตูทางออกขึ้นเครื่องตามที่ระบุไว้ที่หน้าจอ 

มีเวลาพอสมควร ผ่านศาลาไทยที่ขายสินค้า OTOP แวะซื้อไวน์มังคุดและลิ้นจี้อย่างละขวดไปฝากครอบครัวชาวเยอรมันที่เราจะไปเยี่ยม แล้วไปรอหน้าเกท D3 รอขึ้นเครื่องลำเดิมไปเยอรมันกัน

เครื่องออกเวลา 23.45 ดึกมาก รู้สึกง่วงๆ มึนๆยังไงชอบกล แต่รถเข็ญเครื่องดื่มมา ก็จัดไวน์ไป 2 แก้ว บวกน้ำส้มแก้ขมคอตบท้าย เมนู Sea Food ที่ได้เป็นแบบฝรั่ง เลี่ยนเลยทีเดียว

คราวนี้ รู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะกินเยอะ แต่เพราะผู้โดยสารเต็มลำมาก มีทั้งเด็กเล็กๆร้องกระจองอแงอยู่พักหนึ่งข้างหลังเราไป 3-4 แถว แต่ก็ยังโชคดีแถวของเรา 3 เบาะ มีผู้โดยสารแค่ 2 คน คนนั่งข้างๆเราเป็นสาวใหญ่คนไทยจากลำปาง กำลังจะกลับไปบ้านที่แฟรงค์เฟริต เธอบอก เดี๋ยวผลัดกันใช้เบาะว่างงีบหลับ แต่ที่ไหนได้ เธอใช้บริการ 2 เบาะคนเดียวทั้งคืนเลย

ข้อดีของการสั่งอาหารล่วงหน้า คือได้รับบริการก่อน ยิ่งถ้าเครื่องลำใหญ่ๆนี่ กว่าจะเสริฟครบ นานพอสมควร เหมือนวีไอพีนิดๆ

ดูหนังบนเครื่องไปเรื่องหนึ่งก็งีบหลับ ด้วยเพราะเพลียมากๆ ปกติผมนั่งเครื่องจะไม่ค่อยหลับ เพราะไม่สะดวกสบายเหมือนนอนเตียง เป็นคนหลับยากอยู่แล้ว แต่คราวนี้ได้งีบไป 2-3 ชั่วโมง จากเวลานั่งเครื่องทั้งหมด 10 ชั่วโมงกว่านี่ ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ไม่เหมือนตอนนั่งเครื่อง Etihat Airways ไปโจฮันเนสเบิร์ก รู้สึกเหนื่อยและทรมานมาก

Malindoair

ภายในเครื่องมี PTV ด้วยนะ

Check Through TG+LH

ได้บอร์ดดิ้งพาส 3 ใบในครั้งเดียว รับสัมภาระปลายทางสุดท้ายเลย

KLIA1

สนามบิน KLIA1 นี้โล่ง โปร่งสบาย ไม่แออัดเหมือน KLIA2 ที่สร้างใหม่

Malindoair

Malindoair มีที่นั่งชั้นธุรกิจ เสริฟอาหารร้อนด้วย

โมเดลเครื่องบินสวยๆที่ KLIA1

ชอบมุมนี้ของ KLIA สำหรับคน "บ้าเครื่องบิน"

ได้เวลา

ออกซะดึกเชียว

PTV การบินไทย

ชอบหน้าแรกของ PTV มีความเป็นไทยสูงดี

เลี่ยนๆ

Seafood แต่ค่อนข้างเลี่ยน ไปยุโรป ได้หน้าตาแบบนี้ ไม่ถูกปากเท่าไหร่

Seafood (KUL-BKK)

มื้อนี้ถูกใจกว่า กระเพรากุ้ง อร่อยมาก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นักเดินทางผู้โดดเดี่ยว



ความเห็น (0)