แนะนำ ศพก.อ.เมืองชัยนาท เดินหน้าเพื่อเพื่อนเกษตรกร

นายสุขชัย เจรียงประเสริฐ เกษตรจังหวัดชัยนาท เยี่ยม ศพก.อำเภอเมืองชัยนาท

“ร้อนๆ เศรษฐกิจไม่ดี ของก็แพง ค่าครองชีพสูง ต้นทุนทำนาสูง ข้าวราคาถูก ไปหาเจ้าหน้าที่ก็ให้แต่คำแนะนำ ให้แต่ความรู้สอนให้แต่ลดต้นทุน จะลดอย่างไร่เมื่อของมันแพง สารพันปัญหา หลายคำที่พร่ำบ่นออกมาจากประชาชน รวมทั้งเกษตรกรที่เป็นเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ” เนื่องจากการถ่ายทอดความรู้ เป็นงานหลักของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรนี่ครับ หรือเรียกกันติดปากว่าเกษตรตำบล “แนะนำ ส่งเสริม เพิ่มพูนผลผลิต คือภารกิจของเกษตรตำบล” เป็นส่วนหนึ่งที่ผู้เขียนจดจำไว้ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่การเป็นเกษตรตำบล(16 ธันวาคม พ.ศ.2534) ดังนั้นจึงต้องสอนและแนะนำ(เพราะไม่มีงบประมาณหรือของแจก) แต่ข้อจำกัดอยู่ที่สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่มีการจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)”

ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอเมืองชัยนาท เป็นอีกศูนย์หนึ่ง ใน 8 ศูนย์ ของจังหวัดชัยนาท ที่จะสร้างและพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตสินค้าเกษตรที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับชุมชน และเป็นศูนย์กลางการบริการ และแลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานต่าง ๆ กับเกษตรกรในชุมชน โดยดำเนินการในพื้นที่ของเกษตรกรต้นแบบคือ นายวินัย จีนจัน (อดีตผู้ใหญ่บ้าน) หมู่ที่ 10 ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จ.ชัยนาท ซึ่งประสบความสำเร็จ สามารถเป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกรในชุมชน ในการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญของพื้นที่ ตั้งแต่การผลิต การบริหารจัดการ จนถึงการตลาดได้อย่างดี อีกทั้งจะได้เป็นสถานที่ที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรได้มีการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ การกำหนดพื้นที่นั้นได้พิจารณาจากความเหมาะสมในหลายๆ ด้าน คือ สถานที่ที่มีการคมนาคมสะดวก ความพร้อมของเกษตรกรที่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้ เป็นเกษตรกรเจ้าของแปลงเรียนรู้ ที่มีความรู้ ทักษะและความพร้อมในการถ่ายทอดความรู้ และประสบความสำเร็จในการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญของพื้นที่ ตั้งแต่การผลิต การบริหารจัดการ จนถึงการตลาด และเป็นที่ยอมรับสามารถเป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกรรายอื่น ๆ ในชุมชน(Smart Farmer) มีแปลงเรียนรู้ ซึ่งเป็นแปลงของเกษตรกรต้นแบบเพื่อใช้ในการจัดทำสาธิตและเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในชุมชนหรือที่เข้ามาเรียนรู้ได้


นายวินัย จีนจัน เกษตรกรต้นแบบ วัย 62 ปี กล่าวว่า ได้ทำอาชีพการเกษตรคือทำนาเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโพธิ์เจริญ ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มวิสาหกิจผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวนางลือ-ท่าชัย จำนวน 15 ไร่มาโดยตลอด ควบคู่กับการเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 จนเกษียณอายุราชการ เมื่อได้รับมอบหมายให้เป็นแกนนำการจัดทำระบบเกษตรแปลงใหญ่(ข้าว) และ ศพก.เมือง แล้ว ได้พยายามปรับปรุงให้สถานที่เหมาะสมที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้มากยิ่งขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ และปัจจัยบางส่วนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ยิ่งเป็นกำลังใจในการดำเนินงานปรับปรุงแปลงสาธิตในพื้นที่ 1 ไร่ให้เป็นแปลงเรียนรู้ “ตามรอยพ่อสู่วิถีพอเพียง” โดยยึดการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การจัดทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักสมุนไพรด้วยสารเร่ง พด.7 น้ำหมักชีวภาพ การปลุกผักปลอดภัยจากสารพิษ ซึ่งเดิมได้ปลูกผักในมุ้งที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเกษตรอำเภอเมือง เพิ่มจำนวนแปลงผักนอกมุ้งอีกจำนวน 3 แปลง กว้าง 6 เมตร ยาว 40 เมตร ปลุกมะระจีน พริกซูเปอร์ฮ๊อต บวบ และถั่วฝักยาว สลับสับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและความต้องการของตลาด ทุกชนิดปลอดภัยจากสารพิษใช้สมุนไพรและสารชีวภัณฑ์ อีกทั้งได้ขุดร่องน้ำด้วยแรงกายในยามเช้าตรู่ ได้ร่องน้ำสำหรับเลี้ยงปลาที่ปูด้วยผ้าพลาสติก กว้าง 1 เมตร ลึก 0.5 เมตร ยาว 40 เมตร เสียค่าผ้าพลาสติกจำนวน 1,000 บาท และตาข่ายกันนก จำนวน 4,200 บาท(ตาข่ายเชือกในร่อน 3,700 บาท ตาข่ายเอ็น 500 บาท เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มทุน) เลี้ยงปลาหมอชุมพร จำนวน 2 ร่อง ๆ ละ 250 ตัว ปลาดุกอุย 1 ร่อง 200 ตัว การจัดทำทุกอย่างจะทำบัญชีเพื่อการตรวจสอบและทบทวนเสมอ


สิ่งที่ต้องการให้เกษตรกรได้เข้าเรียนรู้คือการลดต้นทุนการผลิต จากการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน ตั้งแต่การเตรียมดิน พันธุ์ การบริหารจัดการที่ถูกต้อง และการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งการดำเนินงานกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ของ ศพก. มีการจัดทำกิจกรรมปลูกข้าวแบบครบวงจร คือ ผลิต การแปรรูป การผลิตปัจจัยการผลิตสำหรับใช้ในการเกษตรด้วยปัจจัยที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สามารถลดต้นทุนได้อย่างมาก เช่นการจัดทำสารป้องกันแมลงศัตรูพืช ด้วยสารเร่ง พด.7 จากสถานีพัฒนาที่ดินชัยนาท ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพการหมักและย่อยสลายพืชสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน เพื่อผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืช ซึ่งในฤดูการปลูกข้าวปี 2560 นี้ ส่วนหนึ่งได้เตรียมสมุนไพรจากบอระเพ็ดไว้ ด้วยการเตรียมบอระเพ็ด 20 กก. ฝักคูณ หนอนตายหยาก 10 กก. รวมทั้งสิ้น 30 กก. กากน้ำตาล 10 กก. น้ำ 50 ลิตร สารเร่ง พด.7 1 ซอง (25 กรัม) เพื่อใช้ป้องกันพวกเพลี้ย และหนอน


วิธีทำ สับพืชสมุนไพรให้เป็นชิ้นเล็ก ทุบหรือตำให้แตก ก่อนนำพืชสมุนไพรและน้ำตาลใส่ลงในถังหมักผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แต่ต้องละลายสารเร่ง พด.7 ในน้ำ 50 ลิตร ผสมให้เข้ากันนาน 5 นาทีก่อนเทสารละลายสารเร่ง พด.7 ใส่ลงในถังหมักคลุกเคล้าหรือคนให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง ปิดฝาไม่ต้องสนิท และตั้งไว้ในที่ร่มใช้ระยะเวลาในการหมัก 1 เดือน ในการหมักควรหมั่นสังเกตุการเจริญของจุลินทรีย์ คือเกิดฝ้าของเชื้อจุลินทรีย์เจริญเต็มผิวหน้า หลังจากการหมัก 1-3 วัน จะเกิดฟองก๊าซ CO2 มีฟองก๊ซเกิดขึ้นบนผิวและใต้ผิววัสดุหมัก ได้กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนมาก ความใสของสารละลายที่เป็นของเหลวใสและมีสีเข้ม ในส่วนของการตัดสินใจนำไปใช้นั้น หลังจากการหมักแล้ว 1 เดือน สังเกตุดูว่าการหมักสมบูรณ์แล้วหรือยัง คือการเจริญของจุลินทรีย์ลดลง กลิ่นแอลกอฮอล์ลดลง กลิ่นเปรี้ยวเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ปรากฏฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ต่ำกว่า 4 อัตราการใช้ สารป้องกันแมลงศัตรูพืช 100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตรสำหรับพืชไร่ ข้าว และไม้ผล 50 ลิตร สำหรับพืชผักและไม้ดอกไม้ประดับ โดยฉีดพ่นที่ใบ ลำต้น และรดลงดินทุก 20 วัน หรือในช่วงที่มีแมลงศัตรูพืชระบาดให้ฉีดพ่นทุก ๆ 3 วัน ติดต่อกัน 3 ครั้ง

นายสุขชัย เจรียงประเสริฐ เกษตรจังหวัดชัยนาท กล่าวย้ำให้ ศพก.เมือง ดำเนินการตามนโยบายของทางราชการ เมื่อคราวเข้าตรวจเยี่ยมเยียนว่า ขอให้ ศพก.เป็นแหล่งเรียนรู้ การเพิ่มผลผลิต การลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต ตลอดจนยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลผลิต ให้เป็นศูนย์กลางให้เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรต้นแบบ ในลักษณะของเกษตรกรสอนเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรที่มาเรียนรู้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเกิดจิตสำนึกในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่มีการใช้ปัจจัยการผลิตได้อย่างเหมาะสม และนำองค์ความรู้ที่ได้รับจาก ศพก. ไปประยุกต์ใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิต ผลิตสินค้าที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม และมีระบบการผลิตที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งยังเป็นจุดที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตรต่าง ๆ กับเกษตรกร อีกทั้งยังใช้เป็นจุดนัดพบในการพบปะพูดคุยของเจ้าหน้าที่กับเกษตรกร และเกษตรกรกับเกษตรกรด้วยกันเอง เป็นประจำ

ชัด ขำเอี่ยม/รายงาน