เนื่องจากเห็นว่า มีหลายคน ใน สคส. เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ ตลาดนัดเครือข่ายการจัดการความรู้มูลนิธิข้าวขวัญ ที่จัดขึ้นวันที่ ๒๐-๒๑ พ.ย.๔๙ กันมาหลายบันทึกแล้ว.......ถ้าดิฉันจะเขียนเล่าบรรยากาศหรือกระบวนการจัดงานอีกก็คงซ้ำกันและไม่ต่างกันเท่าไรนัก (ดิฉันเขียนช้า..คนอื่นก็เลยเขียนกันไปหมดแล้ว)..........บันทึกนี้จึงอยากเขียนถึงคุณอำนวยชาวนา หรือขอเรียกว่าเป็น คุณครูชาวนา เพราะดิฉันได้กลายเป็นลูกศิษย์ หรือเป็นนักเรียนชาวนาคนหนึ่งไปแล้ว.........

               จากการสังเกต... จากสิ่งที่เห็น....จากการสอบถาม... และจากความรู้สึก...ของดิฉันเอง....ดิฉันพบว่า คุณครูชาวนา ทั้ง ๓ ฐาน คือ ฐานปรับปรุงดิน ฐานคัดพันธุ์ข้าว และ ฐานแมลง มีความพยายามถ่ายทอด ให้ความรู้ทั้งกระบวนการและเทคนิคต่างๆ  ให้กับนักเรียนชาวนาทุกคน   แต่คุณครูชาวนามักพูดว่า ตนเองไม่มีความรู้ทางหลักการ ทางทฤษฎีหรอก...... ดิฉันจะยกตัวอย่างจุดเด่นที่ได้เรียนรู้จากคุณครูชาวนาจาก ๓ ฐาน ดังนี้

          ฐาน ๑ คัดพันธุ์ข้าว การคัดพันธุ์ข้าวนั้นเนื่องจากข้าวจะถูกลดขนาดและน้ำหนักลงจากการสืข้าว...ทำให้ข้าวไม่ได้ราคา ดังนั้นการคัดเลือกพันธุ์ข้าวจะทำให้ลดการสูญเสียในส่วนนี้ได้

          ฐาน ๒ ปรับปรุงดิน การขยายจำนวนจุลินทรีย์ด้วยการหมักโดยเติมโมลาดและแกลบลงไป เพื่อเป็นอาหารของเชื่อจุลินทรีย์ และใช้ใบไผ่เพื่อเป็นการให้เชื้อจุลินทรีย์ได้ยึดเกาะ...แล้วคลุมด้วยผ้ากระสอบเป็นการควบคุมอุณหภูมิให้พอเหมาะ...หมั่นเปิดผ้ากระสอบออกเป็นระยะๆ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก  ทำให้จุลินทรีย์เจริญได้ดี

          ฐาน ๓ แมลง ให้แยกแมลงดีและแมลงร้าย ออกจากกันพร้อมวาดรูป แล้วนับจำนวนแมลงดีและแมลงร้ายเปรียบเทียบกันเพื่อดูอัตราส่วนระหว่างแมลงดีและแมลงร้าย ถ้าแมลงร้ายมากต้องรีบหาทางป้องกัน

 รูปแมลงตัวอย่าง ที่ คุณครูชาวนา วาดไว้

          จุดเด่นของ ๓ ฐานข้างต้น...ดิฉันมองเห็นเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ

          ฐาน ๑ เด่นในเรื่องการตั้งสมมุติฐาน 

          ฐาน ๒ เด่นในเรื่องกระบวนการทดลอง

          ฐาน ๓ เด่นในเรื่องการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูล    

         จริงๆ แล้วการดำเนินการของ คุณครูชาวนา ทั้ง ๓ ฐานนี้ มีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ครบถ้วน คือ ทุกฐานจะมีการตั้งสมมุติฐาน วางแผนการทดลอง ทดลองและบันทึกผล สุดท้ายคือสรุปและวิเคราะห์ผล   เพราะดิฉันสังเกตได้ว่าการบรรยายของ คุณครูชาวนา นั้น...มีคำว่า คิดว่า ลองผิดลองถูก ทดสอบ เปรียบเทียบ ควบคุมอุณหภูมิ แสงแดด ความชื่น  มีการจดบันทึก หรือ แม้แต่คำว่า สมมุติฐาน.. ซึ่งคำเหล่านี้ประกอบกับกระบวนการที่ทำอยู่ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีในตัวของ คุณครูชาวนา เหล่านี้.......

      ถึงแม้ตอนนี้ชาวนาจะบอกว่าไม่มีความรู้วิชาการหรือทฤษฎี (ในความจริง..จากที่ได้ฟัง...ถือว่า คุณครูชาวนา มีความรู้วิชาการพอสมควรนะคะ)...... แต่ความมีเหตุและผลแบบวิทยาศาสตร์จะทำให้ชาวนาค้นหาความรู้ที่แท้จริง..ใช้ได้จริง...ซึ่งในอนาคตความรู้เหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้น...ให้นักวิชาการเข้ามาศึกษาและจะกลายเป็นความรู้ทางวิชาการในที่สุด.....เป็นการดึงความรู้ Tacit และ Explicit ให้มาเจอกัน