ทางใคร ก็ ทางมัน

deawche
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ทางใครก็ทางมัน


ทางใครก็ทางมัน วลีนี้ไม่เกี่ยวกับใครหรือกลุ่มใดๆ แต่เกี่ยวกับการใช้ถนนสัญจรและมารยาทในการขับขี่ของเราทุกๆคน ซึ่งปัจจุบันคนเราใช้ถนนเป็นทางเลือกหลักในการเดินทางโดยใช้ยานพาหนะแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ จักยาน สามล้อ ฯลฯ ซึ่งก็แล้วแต่ความสะดวกสบายเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย ทำให้ถนนแออัดคาคั่งไปด้วยรถจำนวนมาก เกิดสภาวะลอกเลียนแบบรถติดจากเมืองใหญ่ๆ ด้วยจำนวนถนนเส้นทางในจังหวัดแพร่จำนวนและขนาดเท่าเดิม โดยเฉพาะในตัวอำเภอเมืองแพร่นั้น มีลักษณะเป็นเมืองเก่า การจะขยายขนาดของถนนก็ทำได้ยาก เพราะติดทั้งกฎหมายและสภาพแวดของเมือง ที่สองข้างทางที่อาคาร บ้านพักปลูกเรียงรายตลอดสองข้างถนนทุกพื้นที่ในบริเวณย่านเมืองเก่า ยกตัวอย่างถนนโซนคุ้มเจ้าหลวงตั้งแต่วงเวียนน้ำพุ ผ่านหน้าโรงเรียนนารีรัตน์ ตรงไปถึงหน้าโรงเรียนป่าไม้เก่า ถนนช่วงนี้จะมีปัญหามากโดยเฉพาะช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 7.00-8.30 น. และเวลา 15.30-17.00 น. เพราะเป็นช่วงนักเรียนเดินทาง ทำให้มีรถเป็นจำนวนมากทั้งขาเข้าและขาออก และในช่วงเร่งด่วนผู้ปกครองต่างขับรถมาส่งลูกๆเกือบถึงหน้าประตูโรงเรียนเพราะกลัวลูกจะต้องเดินไกลๆ(เดียวโตไปขาจะใหญ่ใส่กระโปรงสั้นไม่สวย) ทำให้ต้องจอดรถให้ลงทั้งสองข้างฟุตบาตรขวางรถที่ตามมาทั้งซ้ายและขวา จนทำให้รถเคลื่นที่ไม่ได้ติดซ้ำซ้อน หางยาวจนถึงประตูมาร แล้วอย่าหาว่าเรื่องนี้ยกเฆมขึ้นมาเขียนแบบใส่ไข่เกินเหตุเพราหลายท่านที่ใช้ถนนเส้นนี้ทุกคนคงรู้ ขณะรถมอเตอร์ไซด์คันเล็กๆยังหารู้แซงยากเลย ยิ่งโชคดีสองชั้นถ้าวันไหนมีการจัดงานบนถนนหน้าศาลากลางยาวมาถึงหน้าคุ้มเจ้าหลวงอันนี้ไม่ต้องคิดจะให้ถนนเส้นนี้เลย(จัดกันประจำ จนเกิดเหตุการรถทัวร์ชนเอาเต๊นท์จัดงาน) หลายคนคงถามว่าแล้วรถทัวรืเข้าไปทำไมตรงนั้น คำตอบก็คือเข้ามาส่งนักท่องเที่ยว กับผู้มาดูงานที่ เมื่อมาเที่ยวจังหวัดแพร่แล้วต้องมาไหว้พระพุทธโกศัย วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร เยี่ยมชมคุ้มเจ้า บ้านวงศ์บุรี สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดที่ต้องมาให้ได้ แล้วรถทัวร์ที่ใช้ท่องเที่ยวขนาดก็ไม่ใช่เล็กๆบาง
คันทั้งใหญ่ทั้งยาวแถทมสูงอีกจอดที่สองสามคนก็กินเต็มถนนแล้ว (ยังดีที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์รถถอยทับเด็กๆด้านหลังเพราะมองไม่เห็นหรือรถเกี่ยวสายไฟจนเสาไฟฟ้าล้มทับคน) นอกเรื่องไปไกลกลับวกมาเข้าเรื่องทางใครก็ทางมันดีกว่า นั้นก็คือ อยากจะเสนอให้ถนนคุ้มเดิมเป็นวันเวย์ในช่วงเวลาเร่งด่วน เนื่องจากรถสามารถเข้ามาและวนออกจากถนนเส้นนี้ได้ทั้งซ้ายและขวา ด้วยผังเมืองจังหวัดแพร่เป็นตารางโครงข่ายใยแมงมุงที่สามารถทะลุหากันได้ทุกเส้นทาง ขับวกๆก็กลับมาที่เดิมได้ คงต้องฝากท่านผู้อำนาจทางด้านนี้โดยตรงว่าช่วยกรุณาจัดทำแผนการเดินรถให้ที ลูกน้องของท่าน พี่ๆจราจรจะได้ทำงานง่ายขึ้น ไม่ต้องเดินมาไล่รถเคลียร์ซ้ายทีขวาทีพอเดินกับไปทำหน้าที่โปกรถหน้าโรงเรียนให้เด็กๆข้ามถนนด้วยความปลอดภัยสักพักก็ติดเหมือนเดิมอีก เพราะความคิดจอดส่งลูกแป๊บเดียวเองคันละแปบสองแปบมันก็ติดยาวเป็นหางว่าว ปัญหาเกิดซ้ำเกิดซ้อนนานวันเก็บเป็นอารมณ์อาจเป็นเรื่องทะเลาะกันให้เสียทรัพย์สินกันได้ ช่วยกันทุกคนปัญหารถติด"ทางใครก็ทางมัน"คงจะดีวันดีคืนตามลำดับและคงหมดไปในที่สุด ปล.อย่าให้เด็ก ม.4 มาถามอาหารทะเลว่า "ป. เก๋าหรอกๆ" เดียวคนแพร่จะต้องเปลี่ยนอาชีพเป็นวิศวะกรกันหมด...........ทางใคร ก็ ทางมัน


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน deawche



ความเห็น (0)