แลกเปลี่ยนหลักการออกข้อสอบ

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ระยะนี้ นิสิตชั้นปี ๔ กำลังฝึกฝนการทำเครื่องมือจัดการเรียนการสอน ผมมีโอกาสได้ร่วมเรียนรู้กับนิสิตหลายกลุ่มในฐานะ "ผู้เชี่ยวชาญดูเครื่องมือ" ด้วยวิธีที่เขาเรียกสั้น ๆ ว่า IOC ที่ย่อมาจาก Index of Item - Objective Congruence (การหาค่าสัมประสิทธิ์ความสอดคล้อง) ซึ่งเป็นการหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) เครื่องมือที่ผู้เรียนด้านการศึกษาใช้พัฒนาข้อสอบ

กระบวนการโดยย่อคือ นิสิตจะออกข้อสอบแล้วนำมาถามเราว่า ข้อสอบข้อนั้น ๆ ตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้หรือไม่ ? ถ้าใช่ให้คะแนน +1 ถ้าไม่ใช่ให้ -1 ถ้าไม่แน่ใจให้ 0 นิสิตผู้ทำข้อสอบจะเอาคะแนนไปรวม แล้วหารด้วยจำนวน "ผู้เชี่ยวชาญ" ถ้าคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า 0.5 แสดงว่าใช้ไม่ได้ "ไม่เที่ยงตรงตามวัตถุประสงค์"

ผมพบว่า ข้อสอบที่นิสิตคิดมา ส่วนใหญ่ก็ตรงตามวัตถุประสงค์ แต่ในใจผมรู้สึกว่า "ไม่ดี" วันนี้จึงอยากเสนอ "หลักคิด" และ "หลักปฏิบัติ" ในการออกข้อสอบ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับนิสิตนำไปพิจารณาใช้ต่อไป

ความรู้ที่จำเป็นเบื้องต้น

ให้ทำความเข้าใจกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมต่อไปนี้ก่อน

  • ถ้าวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของการเรียนรู้เขียนว่า "สามารถบอก......ได้ " แสดงว่า ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนคือ "ความรู้" (knowledge) ในนั้นเรื่องนั้น ๆ
  • ถ้าวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของการเรียนรู้เขียนว่า "สามารถอธิบาย.....ได้ " แสดงว่า ผลลัพธ์ที่ต้องการให้ผู้เรียนมีคือ "ความเข้าใจ" (understanding) ตามนัยหมายถึง ผู้นั้นสามารถคิดวิเคราะห์ในเรื่องนั้น ๆ ได้
  • ถ้าวัตถุประสงค์ฯ เขียนว่า "สามารถ...(คิดและทำ)....ได้ " แสดงว่า ผลลัพธ์ที่ต้องการคือ "ทักษะ" (Skill)

สรุปคือ ให้พิจารณาก่อนว่า วัตถุประสงค์ ฯ เป็น ความรู้จำ เป็นความเข้าใจ หรือความสามารถในการทำหรือนำไปใช้

หลักการในการออกข้อสอบเพื่อให้ตรงวัตถุประสงค์ (ภาคความรู้)

ขอเสนอวิธีการฝึกออกข้อสอบ ๓ แบบจากง่ายไปยาก ดังนี้

แบบที่ ๑) ถามตรง ๆ ถามทวนวัตถุประสงค์ตรง ๆ ถามง่ายตอบยาก ได้แก่

  • "ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง ? " หรือ "ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด" หรือ "ข้อใดอธิบาย.... ได้ถูกต้อง"
  • "ข้อใดคือนิยามของ..... " หรือ
  • "ข้อใดคือความหมายของ...... " หรือ
  • "ข้อใดคือความสัมพันธ์ระหว่าง..... " หรือ
  • "ข้อใดบอก......... ได้ถูกต้อง"
  • .... สิ่งนี้ ๆ ...คืออะไร ?
  • ฯลฯ

ตัวอย่าง

วัตถุประสงค์การเรียนรู้ : นักเรียนบอกหลักการเกิดเสียงได้ (ป.๕-ป.๖)

คำถาม : ข้อใดบอกหลักการเกิดเสียงได้ถูกต้องที่สุด ?

ตัวเลือก : ก. เสียงเกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ ข. เสียงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของวัตถุ ค.เสียงเกิดจากการเคลื่อนที่ของลมหรืออากาศ ง.เสียงเกิดจากเสียดสีหรือกระทบกันของวัตถุสองชนิดขึ้นไป

ข้อเสียของวิธีนี้ หากผู้ออกข้อสอบไม่เข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้ ตัวเลือกที่ได้จะทำให้ได้ข้อสอบแบบ "ง่าย" ทันที

ขั้นที่ ๒) ถามให้คิดก่อนตอบ คือ ถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ

เทคนิคง่าย ๆ คือ เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขบางประการ แล้วถามถึงการเปลี่ยนแปลงที่เปลี่ยนไป หรือถามถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อสิ่งนั้น ๆ หรือถามให้คิดบอกเหตุผล มักใช้กับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมที่เกิดจากความเข้าใจ หรือนำไปใช้ ถามยากแต่ตัวเลือกตอบง่าย เช่น

วัตถุประสงค์ : นักเรียนสามารถบอกความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะของเสียงกับความถี่เสียงได้

คำถาม : ลักษณะของเสียงจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อความถี่สูงเสียงสูงขึ้น (ป.๕-ป.๖)

ตัวเลือก : ก. เสียงสูงขึ้น ข. เสียงต่ำลง ค. เสียงดังขึ้น ง. เสียงเบาลง


แบบที่ ๓) ถามการนำไปใช้ ถามประสบการณ์ ให้เอาคำตอบที่ถูกต้องมาให้พิจารณา ปรับแต่งหรือขยายความ แล้วดัดแปลงให้เป็นคำถาม โดยใช้คำถามว่า .... อย่างไร? จะเกิดอะไร? ถูกต้องหรือไม่? ฯลฯ เช่น

ตัวอย่าง

วัตถุประสงค์การเรียนรู้ : นักเรียนบอกหลักการเกิดเสียงได้ (ป.๕-ป.๖)

คำถาม : การสั่นสะเทือนของวัตถุในอากาศ ทำให้เกิดเสียงหรือไม่ อย่างไร?

ตัวเลือก : ก. ไม่เกิดเสียง ข. เกิดเสียงเสมอ ค. ไม่เกิดเสียง ต้องมีวัตถุมากระทบ ง. เกิดเสียงเฉพาะเมื่อสั่นเร็วและแรงเพียงพอเท่านั้น

หลักการในการออกข้อสอบ (ภาคทดสอบทักษะ)

แบ่งเป็น ๓ แบบ จากง่ายไปยากเช่นกัน ได้แก่ ๑) ถามประสบการณ์ตรง ๆ (เคยทำไหม?) ๒) สร้างสถานการณ์ปัญหาให้แก้ไข เพื่อตรวจสอบวิธีการและขั้นตอนการแก้ไข ทำอย่างไร? ต้องใช้อะไร? ต้องใช้เมื่อไหร่ ต้องใช้อย่างไร? ฯลฯ ๓) ถามถึงเทคนิค หรือข้อควรระวัง ข้อผิดพลาด หรือปัจจัยแห่งความสำเร็จ ฯลฯ


ผู้รู้คิดอย่างไร แลกเปลี่ยนกันได้ครับ....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทสังเคราะห์จาก อ.ต๋อย



ความเห็น (1)

ขอบคุณอาจารย์ต๋อย ที่แวะไปให้กำลังใจ