พระมงคลวุฒิสาร (ลี อินฺทสโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดแจ้ง (เมืองเก่า) และอดีตเจ้าคณะอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี

ประวัติ พระมงคลวุฒิสาร (ลี อินฺทสโร)

(พระครูพิพัฒน์วิหารกิจ)

อดีตเจ้าอาวาสวัดแจ้ง (เมืองเก่า)

และ อดีตเจ้าคณะอำเภอประจันตคาม

อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี

สถานะเดิม

พระมงคลวุฒิสาร (ลี อินฺทสโร) เดิมชื่อ ลี นามสกุล ผลาหาญ เกิดเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๕ตรงกับวันอาทิตย์ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ปีชวด ณ บ้านคำเลียบ หมู่ ๕ ตำบลคำโตนด อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี โยมบิดาชื่อ นายคำตา โยมมารดาชื่อ นางหล้า ท่านมีพี่น้องร่วม บิดา มารดาเดียวกัน ๒ คน คือ

๑.พระมงคลวุฒิสาร (ลี อินฺทสโร)

๒.นายแสวง ผลาหาญ

นอกจากนี้ ท่านยังมีพี่น้อง ร่วมมารดาเดียวกัน ๑๐ คน

  1. นางบาง ผาดง
  2. นางจอม
  3. ด.ญ. จูม(ถึงแก่กรรมเมื่อเยาว์วัย)
  4. นายจุ่น ทองเกิด
  5. นายเกิด ทุมมี
  6. ด.ช. ช้วน(ถึงแก่กรรมเมื่อเยาว์วัย)
  7. นายเนตร ทองเกิด
  8. นายเนตร ทองเกิด
  9. นางทองล้วน ผลาหาญ
  10. ด.ญ.ลำดวน(ถึงแก่กรรมเมื่อเยาว์วัย)

(ลำดับ ๗. กับ ลำดับ ๘. ชื่อนามสกุลซ้ำกัน ต้นฉบับพิมพ์ไว้เช่นนั้นจริงๆ )

ชีวิตในวัยเยาว์

ในขณะที่ท่านมีอายุได้ ๑๑ ปี มารดาได้นำไปฝากเรียนหนังสืออยู่ที่วัดคำเลียบ ซึ่งมีพระอาจารย์เพชร เป็นเจ้าอาวาสอยู่ในขณะนั้น ได้เรียนหนังสืออยู่กับพระอาจารย์เพชร จนอ่านออกเขียนได้ เมื่ออายุได้ ๑๔ ปี ก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ ๒ ปี และลาสิกขา มาช่วยบิดามารดา ประกอบอาชีพ ทำไร่ ทำนา ทำสวน

บรรพชาอุปสมบท

เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ พัทธสีมา วัดตะเคียนทอง ตำบลคำโตนด อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี

พระอุปัชฌาย์ พระครูพิพัฒน์ปัจจันตเขต (สิงห์) วัดบ้านโนน ตำบลดงบัง อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี

พระกรรมวาจาจารย์ พระครูพรหมาภิรัต วัดตะเคียนทอง ตำบลคำโตนด อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี

พระอนุสาวนาจารย์ พระอธิการนวล วัดนิโครธาวาส ตำบลคำโตนด อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี

สถานที่เคยอยู่จำพรรษา

หลังจากอุปสมบทแล้ว ได้จำพรรษาอยู่วัดคำเลียบ ๒ พรรษา นอกจากเรียนพระปริยัติธรรมแล้วก็ได้เรียนเลขและลูกคิด จนมีความรู้ชำนาญดี จากนั้นได้ย้ายไปอยู่จำพรรษา ณ วัดอื่นๆ เพื่อไปศึกษาพระปริยัติธรรม และเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมหลายวัด คือ

พ.ศ. ๒๔๗๗อยู่จำพรรษาที่วัดโพธิ์ทอง ตำบลบ้านทาม อำเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี โดยมี หลวงพ่อบุญฮอต เป็นเจ้าอาวาส และมี พระอาจารย์บุญเรือง เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม

พ.ศ. ๒๔๘๓อยู่จำพรรษาที่วัดปากพลีตำบลปากพลีอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก มีหลวงพ่อปุ่น เป็นเจ้าอาวาสและมี พระครูสุนทรธรรมประกาศ (สมุย) เป็นครูสอนธรรมกถึกและที่วัดนี้ได้รับมอบหมายให้เป็นครูสอนปริยัติธรรมทุกปี

พ.ศ. ๒๔๘๖ได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อเจ้าอาวาส ให้ย้ายไปอยู่จำพรรษา อยู่ที่วัดบัวลอย เมื่อออกพรรษาและรับกฐินเสร็จแล้ว ได้ย้ายกลับเข้ามาอยู่ในวัดโพธิ์ทองตามเดิม

พ.ศ. ๒๔๘๙ได้กลับมาอยู่จำพรรษา ที่วัดคำเลียบอีก เหตุที่ย้ายกลับมา เพราะที่วัดคำเลียบ ได้ว่างจากเจ้าอาวาส ไม่มีผู้ที่จะปกครองวัด หลวงพ่อพระครูพรหมภิรัต วัดตะเคียนทอง เจ้าคณะตำบลคำโตนด พร้อมด้วยทายก ทายิกา บ้านคำเลียบได้ไปอาราธนา มาเพื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าอาวาสวัดคำเลียบ

พ.ศ. ๒๕๐๙ อยู่จำพรรษา ณ วัดแจ้ง (เมืองเก่า) มีหลวงพ่อทอง เป็นเจ้าอาวาส และได้ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสในกาลต่อมา

วิทยฐานะ

พ.ศ. ๒๔๗๕สอบไล่ได้ นักธรรมชั้นตรี วัดคำเลียบ

พ.ศ. ๒๔๗๖ ศึกษาเลขและลูกคิด

พ.ศ. ๒๔๗๘สอบได้นักธรรมชั้นโท วัดโพธิ์ทอง

พ.ศ. ๒๔๘๓สอบได้นักธรรมชั้นเอก วัดโพธิ์

งานปกครอง

พ.ศ. ๒๔๙๐ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดคำเลียบ

พ.ศ. ๒๔๙๙ได้รับแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์

พ.ศ. ๒๕๐๘ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการ เจ้าคณะอำเภอประจันตคาม

พ.ศ. ๒๕๐๙ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ. ๒๕๐๙ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอประจันตคาม

พ.ศ. ๒๕๑๗ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดแจ้ง (เมืองเก่า)

งานการศึกษา

พ.ศ. ๒๔๙๑เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดตะเคียนทอง

พ.ศ. ๒๔๙๙ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจประโยค นักธรรมชั้นตรี และโท สนามหลวง

พ.ศ. ๒๕๐๒ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการสงฆ์อำเภอ ตำแหน่งศึกษาอำเภอประจันตคาม

นอกจากนี้ ท่านได้สนับสนุนส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณร เล่าเรียนพระปริยัติธรรมทั้งนักธรรมและบาลี พระอภิธรรม และพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา มีพระภิกษุสามเณรผู้สอบไล่ได้นักธรรมทั้ง ชั้นตรี โท เอก ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๑ เป็นต้นมา เป็นจำนวนมาก และมีพระภิกษุสามเณร สอบบาลีประโยค ๑ – ๒ ถึงประโยค ๕ ได้ รวม ๕๓ รูป

งานเผยแผ่

ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูต ทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา อบรมประชาชน ตามนโยบายของทางราชการ เชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างบ้านกับวัด ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงาม

งานสาธารณูปการ

หลังจากที่ท่านได้ย้ายเข้ามาจำพรรษา อยู่ที่วัดแจ้ง (เมืองเก่า) ก็ได้ร่วมกับชาวบ้านพัฒนาวัดวาอาราม ให้เจริญขึ้น ซึ่งในขณะนั้น หลวงพ่อทอง ยังเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ท่านได้พัฒนาวัดโดยการสร้างสำนักงานเจ้าคณะอำเภอ และถาวรวัตถุอื่นๆ อีกมากมาย

ภายหลังจากหลวงพ่อทองได้มรณภาพลง ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และท่านได้นำพระภิกษุสามเณรภายในวัด ตลอดถึงชาวบ้าน ร่วมกันพัฒนาวัดมาโดยลำดับ เช่น ก่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนปริยัติธรรม กุฏิ วิหาร กำแพงรอบวัด ซุ้มประตู ถังเก็บน้ำฝน ห้องสุขา ซ่อมและต่อเติมศาลาการเปรียญ สร้างเก้าอี้สอบธรรมสนามหลวง ซื้อที่ดินเพิ่มเติม ตลอดถึงการสร้างเสนาสนะอื่นๆ สิ้นงบประมาณรวม ๒๐,๒๙๕,๔๑๑.๐๐ บาท (ยี่สิบล้านสองแสนเก้าหมื่นห้าพันสี่ร้อยสิบเอ็ดบาท)

นอกจากนี้ ก็ได้บริหาร จัดการบุคลากรภายในวัด ทั้งให้การอบรมพระภิกษุสามเณรที่เข้ามาบรรพชาอุปสมบทกับท่าน ให้อยู่ในระเบียบวินัยอันดี จนทำให้วัดแจ้ง (เมืองเก่า) ได้รับการยกย่องจากกรมการศาสนา ให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างและวัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่นในเวลาต่อมา

สมณศักดิ์

พ.ศ. ๒๕๐๒ได้รับแต่งตั้งเป็น “ พระวินัยธร “ ฐานานุกรมใน พระวิสุทธิธรรมาจารย์ (ทรัพย์) วัดใหม่กรงทอง เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี

พ.ศ. ๒๕๐๕ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นตรี ในราชทินนามที่ “พระครูพิพัฒน์วิหารกิจ”

พ.ศ. ๒๕๐๙ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท ในราชทินนามเดิม

พ.ศ. ๒๕๑๔ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นเอกในราชทินนามเดิม

พ.ศ. ๒๕๒๑ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิม

พ.ศ. ๒๕๔๒ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะ ชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ “พระมงคลวุฒิสาร”

หลักการดำเนินชีวิต

ปฏิปทาของท่านที่น่าเลื่อมใสน่าเคารพกราบไหว้เป็นอย่างยิ่งก็คือ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดในระเบียบวินัย และเป็นพระสงฆ์ที่มี อัธยาศัยไมตรีดีเยี่ยม ใครตกทุกข์ได้ยาก มาขอความช่วยเหลือจากท่าน ไม่ว่าจะมาจากสถานที่ไหนๆ ก็ตาม ท่านจะเมตตาให้ความช่วยเหลือ โดยไม่เลือก คนยากดีมีจน ท่านจะให้ความเสมอภาคกันหมด เช่น คนจรจัดมาขอที่พักอาศัย มาขอข้าวขอน้ำ ท่านก็จัดหาให้ หรือบางทีก็ให้พระภิกษุสามเณรจัดหามาให้ แม้แต่เรื่องเงินทองสิ่งของต่างๆ ท่านจะไม่เคยปฏิเสธเลย พระภิกษุสามเณรที่มาอยู่จำพรรษาภายในวัด ขาดเหลือสิ่งใด ท่านปวารณาตัวไว้ ให้บอก ให้ขอท่านได้ทุกรูป

ปฏิปทาที่น่าเลื่อม ในอีกประการหนึ่งก็คือ ท่านจะเป็นพระที่ตรงต่อหน้าที่ ตรงต่อเวลา โดยเฉพาะในเวลาที่ได้รับกิจนิมนต์ ไปในสถานที่ต่างๆ ท่านมักจะไปตรงต่อเวลา หรือไปก่อนเวลาเสมอ ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป

บั้นปลายชีวิต

ท่านพระมงคลวุฒิสาร เริ่มอาพาธด้วยโรคมะเร็งในตับ และได้มรณภาพลงด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ เวลา ๒๓.๒๕ น. ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี สิริอายุได้ ๘๘ ปี ๑๐ เดือน.../

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สมหมาย ฉัตรทอง



ความเห็น (0)