​ความเป็น"ธรรมชาติ" ในความหมายของผู้รู้ (Guru)

ความเป็น"ธรรมชาติ" ในความหมายของผู้รู้ (Guru)

*******************************
ถ้าเริ่มมองแต่จากระยะไกลมาจนใกล้ จนถึงการส่องดูด้วยเลนส์ ก็คือ
...........................................
1. พุทธศิลป์.....ที่มิใช่บล็อก พิมพ์ หรือ ตำหนิ
..........................................
แต่เป็นลักษณะภาพรวมของงานศิลปะ ที่สื่อความหมายทั้งเชิงปรัชญา ประวัติศาสตร์ และงานฝีมือช่างแต่ละกลุ่ม
-----------------------------------------
2. มวลสารและพัฒนาการ......ที่มิใช่เป็นเพียงลักษณะเนื้อแบบใดแบบหนึ่ง
...............................................
แต่เป็นความกลมกลืนสอดประสานกันของมวลสารดั้งเดิม แบบต่างๆ ที่มีความจริงแท้ และพัฒนาการมายาวนาน ตามที่ควรจะเป็น
------------------------------------
คำว่า "ธรรมชาติ" นี้ มีคนไม่รู้ ไม่เข้าใจลอกเลียนมาใช้ และทำให้ตัวเองและผู้อื่นหลงทางไปกับงานฝีมือใหม่ๆ มานักต่อนักแล้ว
.....................................
การแก้ไข ก็คือ การเรียนรู้ตามลำดับ จากง่ายไปยาก จากวัสดุของแท้ดูง่ายไปหาวัสดุของแท้ดูยาก จนกระทั่ง เรียนดูพระแท้ดูง่ายไปหาพระแท้ดูยาก

เมื่อเรียนจนพอจับหลักการของพระแท้ได้แล้ว จึงหันมาจับ"โกหก" งานฝีมือช่างระดับต่างๆ จากพระเก๊ดูง่ายไปหาพระเก๊ดูยาก
----------------------------------------------
แล้วท่านจะเข้าใจว่า "ธรรมชาติ" ของพระเก่าๆ เนื้อเก่าๆ ที่หลากหลายนั้นคืออย่างไร นั่งคิดเอาเอง ฝันเอาเอง มีแต่จะหลงทางมากกว่าครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนประวัติศาสตร์จากของเก่า



ความเห็น (2)

somruk
IP: xxx.68.6.74
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับอาจารย์


https://goo.gl/0TrXDZ

เขียนเมื่อ 

ผมก็เกือบหลงทางเหมือนกันในการศึกษาพระเครื่อง พอมาอ่านบทความของอาจารย์ และค่อยคิดทีละประเด็นทำให้ผมเข้าใจ เลยต้องเอามาประยุกต์ใช้ในการศึกษาพระเครื่อง ตั่งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ขอบคุณครับข้อมูลดีๆ...