ยามเมื่อโลก ขาดแสง แห่งอาทิตย์ อาจมืดมิด มองอะไร ก็ไม่เห็น
ยามเมื่อจิตขาดปัญญาพาลำเค็ญมองไม่เห็นดีหรือชั่วที่ตัวทำ
“อคโคหมสมิโลกสสเชฎโฐเสฏโฐหมสมิอยมนดิมาเมชาดินดถิทานิปุนพภโว
ในโลกนี้เราเป็นหนึ่งเราเป็นยอดเราเป็นเลิศประเสริฐที่สุดการเกิดของเราในครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายภพใหม่ต่อไปอีกไม่มีสำหรับเรา”
“จรถ ภิกขเว จาริก พหุชนหิดาย พหุชนสุขาย โลกานุกมปาย
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเธอจงเที่ยวจารึกไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ชนทั้งหลายจงแสดงธรรมให้งามทั้งในเบื้องต้นในท่างกลางและในที่สุดจงประกาศพรหมจรรย์คือแบบอย่างแห่งการประพฤติปฏิบัติอันประเสริฐบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิงให้ถึงพร้อมด้วยอรรถะและพยัญชนะบุคคลผู้มีกิเลสตัณหาเบาบางยังมีอยู่
นำไปจุดต่อให้แก่ลูกศิษย์ของเรา ให้พวกเธอเอาเทียนพนมไว้ที่มือให้ได้ฉากเพื่อน้อมรับเอาแสงสว่างแห่งพระธรรมจากคุณครูของพวกเรา ไปส่องสว่างให้แก่ชีวิตของพวกเราทุกๆ คน
เห็นลูกศิษย์เรียงรายไร้เดียงสาอนิจจาเจ้าจะรู้สึกบ้างไหม
เว้นพ่อแม่ผูกพันรักขวัญใจจะมีใครรักเจ้าเท่าเทียมครู
ถึงยากแค้นแสนเหนื่อยเหลือจะอ้างใช่เหินห่างธรรมะดอกนะหนู
เห็นลูกศิษย์ตาดำดำอยากค้ำชูถ่ายความรู้ให้แก่ศิษย์ไม่ปิดบัง
เพราะคุณครูคือพ่อแม่คนที่สองเราจึงต้องกราบไหว้ให้เหนือเศียร
ใจของครูสุกปลั่งดั่งแสงเทียนส่องนักเรียนให้สว่างทางวิญาณ
สมควรที่พวกเราเฝ้าก้มกราบรักซึมซาบกรุณามหาศาล
เราจะรักคุณครูคู่จักรวาลแม้ลมปรานสิ้นไปไม่ลืมเลย
(เพลงสวดมนต์ประกอบดนตรี)
ธมโมปทีโปวิยตสสสตถุโน
พระธรรมของพระศาสดาสว่างรุ่งเรืองเปรียบดวงประทีป
ให้พุทธบุตรทุกคนมองดูเปลงเทียนที่อยู่ในมือของเรา ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่น ทำจิตใจของเราให้สงบ ลำดับต่อจากนี้ไปเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์คือการที่เราจะได้ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อจุดเทียนแห่งปัญญาขอใหเธอทั้งหลายจงประคองเทียนที่จุดให้ดี ให้เหมือนกับการประคองชีวิตให้ตั้งอยู่ในคุณงามความดี เพื่อให้ชีวิตมีความสว่างไสวเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป
หยดเทียนเฉก เช่นสายธาราหลั่งลงมา เหลืองแพรวพราว
หลอมแท่งเทียน จนเหลวร้าว เฝ้าบูชา พระรัตนตรัย
ขอเป็นเช่ นดวงเทียน แท่งน้อยนี้ซึ่งพร้อมที่ จะส่องแสง ทุกแห่งหน
ถึงแม้ว่า จะต้องคร่าชีวิตตนขอเพียงคนสุขกันเท่านั้นพอ
พุทธบุตรทั้งหลาย ดวงเทียนที่ถูกจุดขึ้นมานี้ เป็นเสมือนดวงเทียนดวงเดียวกันกับที่
พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงจุดขึ้นเมื่อประมาณ ๒,๕๐๐ ปีเศษที่ผ่านมา
แสงเทียนส่องสองพันปีที่พ่อจุดคงสิ้นสุดสูญแสงแล้วพ่อหนา
ลูกเอ๋ยหากสูเจ้าเขลาปัญญาอีกไม่ช้าเทียนคงดับทับคัมภีร์
แสงพระธรรมล้ำประเทืองเรืองส่องหล้าส่องแสงจ้ากว่าแสงสูรย์จำรูญศรี
ฉายแสงฉาดสาดแสงฉายไร้ราคีแสงระวีศรีธรรมางามราวรรณ
แสงระยิบพริบระยับประดับโลกสิ้นวิโยคโศกวินาศปราศโมหันธ์
แสงประเทืองเรืองส่องหล้ามานานวันถึงสองพันห้าร้อยกว่าพรรษากาล
จงสืบแสง แรงใจเสริม เติมใจสู้ เดิมใจรู้ เดิมใจภักดิ์ รักษ์สืบสาน
ให้แสงนี้มีสีสันนิรันดร์กาลสืบตำนานงานของพ่อทอแสงธรรม
เปรียบชีวิตเฉกเช่นความมืดมิดโยงใยยื้อแย่งแข่งความฝัน
จุดเทียนส่องสว่างกลางใจพลันแสงเทียนนั้นส่องพิสุทธิ์ดุจแสงธรรม
เทียนที่จุดหมดไส้เมื่อไรดับเมื่อเทียนกับชีวิตไม่ผิดผัน
อายุน้อยย่อยยับกับคืนวันลับล่วงพลันผันแปรไม่แน่นอน
ดุจแสงจ้า แจ่มจรัส กลางอาทิตย์ ทีละนิด วับวาว และวาบหวาม
เกิดแล้วดับสลับไปไม่เว้นยามอย่าหลงตามเงาอัตตาเป็นบ้าไป
เปลวเทียนละลายแท่งเพื่อเปล่งแสงอันอำไพ
ชีวิตคนมลายไปเหลือสิ่งใดทิ้งไว้แทน
เปลวเทียนที่ทอแสงสว่างแจ้งทำลายคน
เปรียบเช่นเยาวชน สลายคนเพื่อความดี
เอาความดีเป็นแกนกลางทางชีวิตเอาความคิดเป็นเครื่องช่วยอำนวยผล
เอาแรงกายเป็นกลไกภายในคนนี่แหล่ะคนมีคุณค่าราคางาม
ชีวิตไร้สาระขณะนี้ยังไม่สายเกินที่จะแก้ไข
แม้ชีวิตเหลือน้อยลงเพียงใดควรภูมิใจที่ได้ทำดีทัน
มีคนเห็นหรือไม่เป็นไรเล่าควรเลือกเอาความดีที่สร้างสรรค์
ใครจะเห็นหรือไม่ไม่สำคัญใจเรานั้นรู้ว่าดีเท่านี้พอ
ต้นไม้ให้ความร่มรื่นแก่ชีวิตนกตัวนิดให้เสียงเพลงแก่โลกหล้า
ดอกไม้น้อยยังให้ความชื่นบานตาแม้ต้นหญ้าก็ยังให้ออกซิเจน
แล้วตัวเราที่เกิดมาในโลกนี้ทำสิ่งดีใดไว้ให้โลกเห็น
กินนอนเล่นเท่านั้นหรือที่ทำเป็นไม่ดีเด่นกว่าบรรดาต้นหญ้าเลย
พรรณหมู่ไม้โตได้วันละนิดอันความงามพาจิตคนสดใส
ก่อนเหี่ยวแห้งหมู่แมลงยังชื่นใจดูดเกสรร่อนไปเลี้ยงรวงรัง
อันคนเราเกิดมาอยู่คู่กับโลกมีทุกข์โศกโรคร้ายตายลงฝัง
ชีวิตดับลับโลกไปเพราะกายพังควรปลูกฝังดีไว้ให้โลกชม
เปลวเทียนที่แกว่งไกวเหมือนใบอ้อยามลมล้อเอนพริ้วปลิวไสว
หนึ่งนาทีดวงเทียนแปรเปลี่ยนไปเหมือนวันใหม่หมุนเวียนพ้นเปลี่ยนมา
เปลี่ยนวันใหม่เปลี่ยนวัยใจไม่เปลี่ยนจะจุดเทียนคุณธรรมกำหนดผล
ทำความดีกอบเกื้อเพื่อทุกคนจะทำตนอุดมการณ์ในด้านดี
วันนี้ใหม่เริ่มต้นใหม่เป็นคนใหม่ทำสิ่งใดจงยึดหลักแห่งศักดิ์ศรี
จงครองตนครองงานสานไมตรีจงช่วยชี้ทางธรรมปวงประชา
ขอความรักความเมตตาครองหล้าโลกความทุกข์โศกเศร้าสลายควรหายหนา
ขอความสุขหนึ่งนาทีที่ผ่านมาจงมากกว่าหนึ่งนาทีที่ผ่านไป
(เพลงแสงเทียนแห่งปัญญา)
ดวงเทียน น้อยน้อย หลายร้อยดวง ดูโชติช่วง งดงาม อร่ามแสง
เปรียบดวงใจ น้อยน้อย หลายร้อยแรง ได้พบแสง แห่งธรรม อันอำไพ
เทียนแท่งน้อยรวมไว้หลายร้อยดวงดูโชติช่วงลุกโพรงสว่างไสว
เปรียบดวงจิตดวงน้อยหลายร้อยใจดูยิ่งใหญ่เปี่ยมล้นพ้นพลัง
เผยแผ่โดย พระสงกรานต์ วิสุทฺธสีโล