LICMU : สถาบันภาษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๙ ช่วงเช้า (๙.๓๐ น. - ๑๑.๓๐ น.) ผู้บริหารและบุคลากรสำนักศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้าศึกษาเรียนรู้ดู BP ที่สถาบันภาษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Language Institute Chiangmai University: LICMU) สถาบันที่มีรายได้กว่าปีละ ๘๕ ล้านบ้าน และเป็นศูนย์กลางด้านการพัฒนาบุคลากร (ครูสอนภาษาอังกฤษ) ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ บันทึกนี้เป็นเป็นเพียงการสรุปบทเรียนสั้น ๆ หากท่านใดสนใจในรายละเอียดจริง ๆ เชิญคลิกที่นี่ หรือไปขอศึกษาดูงานที่สถานที่จริงจะเหมาะยิ่ง

LICMU เริ่มก็ก่อตั้งมากว่า ๑๐ ปีแล้ว ผู้อำนวยการสถาบันคนปัจจุบัน (รศ.เหรียญ หล่อวิมงคล) ทำงานมาต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ ๘ มีบุคลากรเพิ่มขึ้นจากเริ่มเพียง ๑๒ คน เป็น ๖๐ คน มีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นตามลำดับ จนถึง ๘๕ ล้านบาทในปีที่ผ่านมา มีอาคารเป็นของตนเองขนาด ๒๑ ห้องเรียนแยกออกเป็นเอกเทศ มีรายได้จาก ๓ ส่วนหลัก รายได้ส่วนใหญ่มาจากการเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้นทั้งสำหรับบุคคลทั่วไปที่จะใช้ภาษาในการทำงานและนักศึกษาที่จำเป็นต้องใช้ภาษาในการเรียน ทั้งนักศึกษาชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น รายได้ส่วนหนึ่งมาจากการให้บริการวิชาการด้านภาษาในพื้นที่ตามความต้องการ โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดในจัดหาครูสอนภาษาอังกฤษชาวต่างชาติให้กับโรงเรียน และอีกส่วนหนึ่งมากจากการให้บริการด้านการทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษ โดยลูกค้าส่วนนี้ไม่เพียงแต่เป็นนักศึกษา ป.ตรี ป.โท แต่รวมถึงบริษัทหรือโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการใช้ผลการทดสอบในการเลื่อนต่ำแหน่งงานหรือพิจารณาขึ้นค่าตอบแทน

LICMU เป็น ๑ ใน ๕ ของหน่วยงานในกำกับของมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องหารายได้เอง และต้องคืนกำไรให้มหาวิทยาลัย มีวัตถุประสงค์เบื้องต้นเพื่อหารายได้ให้กับมหาวิทยาลัย โดยใช้เป้าหมายเชิงกลยุทธ์เชิงวิชาการ ๕ ประการ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ ดังนี้

    • การพัฒนาศักยภาพด้านภาษาของนักศึกษา บุคลากร และชุมชนรอบๆ ทั้งหมด
    • เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านวัฒนธรรมต่างประเทศสำหรับชาวไทย และวัฒนธรรมไทยสำหรับชาวต่างประเทศ
    • ผลิตตำราและสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในสถาบันภาษา
    • ให้บริการทดสอบเทียบความรู้ความสามารถด้านภาษา เช่น วัดความสามารถด้านภาษาของบัณฑิต ป.โท ป.เอก ทั้งมหาวิทยาลัย ฯลฯ
    • สร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งภายในและต่างประเทศ


มหาวิทยาลัยลงทุนสร้างอาคารของสถาบันด้วยงบประมาณแผ่นดินจำนวน ๓๕ ล้านบาท เพียง ไม่กี่ปี มหาวิทาลัยก็สามารถมีรายได้กว่าร้อยล้านบาทจากการบริหารงานที่เยี่ยมยอด ด้วยจุดเด่นที่แยกให้สถาบันเป็เอกเทศ มีอิสระเต็มที่ ทั้งบริหารจัดการ วิชการ และรวมถึงการเงินและพัสดุ มีอำนาจในการออกระเบียบและประกาศต่าง ๆ ของตนเอง โดยมีบอร์ดบริหารที่มีรองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ฯ เป็นประธานคอยควบคุมดูแลนโยบาย และมีผู้อำนวยการสถาบันเป็นประธานกรรมการบริหาร


LICMU มีบอร์ดบริหารที่มีรองอธิการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และนักศึกษาเก่าสัมพันธ์เป็นประธาน มีรองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ มีคณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มีผู้อำนวยการสำนักวิชาการ และมีนายกสมาคมมัคคุเทศก์ เป็นกรรมการ โดยมีผู้อำนวยการสถาบันเป็นกรรมการและเลขานุการ มีคณะกรรมการประจำสถาบัน (หรือคุณฝนเรียกว่าบอร์ดเล็ก) มีผู้อำนวยการเป็นประธาน มีอาจารย์จากคณะมนุษย์ศาสตร์ อาจารย์จากคณะบริหารธุรกิจ อดีตนายกสมาคมมัคคุเทศน์ เป็นกรรมการมีท่านรองคณบดีวิทยาลัยนานาชาติและหัวหน้างานกฎหมายเป็นที่ปรึกษาและมีรองผู้อำนวยอีกท่านหนึ่งเป็นกรรมการ


ผู้อำนวยการสถาบัน บอกว่า ปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือ “คน” มีคุณคาลิมดูเรื่องการต่างประเทศ คุณฝนดูเรื่องบริหาร คุณเบิ้ลดูเรื่องวิชาการ และมีฝ่ายการเงินดูแลบัญชีทั้งหมดนี่ถือเป็นหัวใจของความสำเร็จ …ต้องมีคนที่แบ่งหน้าที่ชัดเจนแล้วให้แต่ละคนไปดูลูกน้องของตนเอง ตามสายงานเวลาที่คุยก็คุยกับเฮดพอแล้วตอนดูความดีความชอบก็ให้เฮดเสนอขึ้นมาตามสายงาน ในการประเมินที่ LICMU ไม่ต้องใช้เอกสารเป็นตั้งๆ ไม่ใช่การประเมินด้วยเอกสารแบบที่ทำกันในคณะที่คณะประเมิน ๒ ครั้งต่อปี แต่ที่นี่ประเมินปีละครั้ง อย่างไรก็ตาม สถาบันก็อยู่ภายใต้การบริหารงานของมหาวิทยาลัย มีหน่วยตรวจสอบภายในและเจ้าหน้าที่จาก สตง. เข้าตรวจสอบตามระบบราชการ


ลักษณะการทำงานจะแบ่งเป็นทีม ๆ มีประมาณ ๕-๖ ทีม แต่ละทีมจะมุ่งคนละกลุ่มลูกค้า ทีมหนึ่งเล่นเรื่องหลักสูตรระยะสั้นสำหรับชาวต่างชาติ ทีมหนึ่งเล่นเรื่องระยะสั้นของนักศึกษาจีน ทีมหนึ่งเกี่ยวกับบริการวิชาการ ทีมหนึ่งเกี่ยวกับบริการวิชาการที่เกี่ยวกับหน่วยงานราชการ เช่น กรมการท่องเที่ยว หน่วยงานสาธารณสุข องค์การบริหารจังหวัดลำพูนซึ่งต้องการครูสอนภาษาอังกฤษ และกำลังจะถูกขยายไปยัง อบจ.อื่นๆ ฯลฯ


LICMU มีหลักสูตรระยะสั้นและกระตุ้นให้นักศึกษามาเรียนจำนวนมาก มีการให้บริการทดสอบต่าง ๆ ทั้งภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ และการทดสอบภาษาอังกฤษทางอาชีพ สำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่จะไปใช้วัดศักยภาพของบุคลากรเพื่อเพิ่มเงินเดือน มีหลักสูตรตามความต้องการของลูกค้า (คลิกที่นี่) เช่น หลักสูตรเตรียมสอบ TOEIC, TOEFL ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนและการทำงานและภาษาอังกฤษเพื่อแต่ละสาขาวิชาชีพ เช่น นวด สปาร์ มัคคุเทศน์ หรืองานโรงงาน เป็นต้น มีหลักสูตรอบรมภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติ (IELTS) เพื่อให้สามารถทำงานในประเทศได้อย่างมีมาตรฐาน ชาวต่างชาติที่มาเรียนจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศตามช่วงเวลาหลักสูตร และเมื่อเรียนจบแล้วก็สามารถที่จะสมัครงานเป็นครูหรือมัคคุเทศน์และขอวีซ่าอยู่ต่อได้


ในแต่ละเดือน LICMU มีค่าใช้จ่ายประจำประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ลูกค้าชาวต่างชาติส่วนมากจะมาเรียนภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คนจีนจะมาเรียนภาษาอังกฤษกันเยอะ โดยความร่วมมือกับกรมการท่องเที่ยว ทำให้สถาบันฯ มีลูกค้าจากหลากหลายประเทศโดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น สเปน ปีแรกที่เปิดรับนักศึกษาชาวจีน มีเพียง ๒๐๐ คน ปีต่อมาเพิ่มเป็น ๔๐๐ คน ต่อมาเป็น ๘๐๐ คน และมากกว่า ๑,๐๐๐ คนในปีปัจจุบันหลายมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นจะส่งนักศึกษามาเรียนที่นี่ เนื่องจากมีบริษัทชาวญี่ปุ่นจำนวนมากในพื้นที่


อาจารย์ผู้สอนจะถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการคัดเลือกที่มีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษาจากคณะเป็นประธานและกรรมการ โดยเน้นว่าต้องเป็นอาจารย์เจ้าของภาษาทั้งหมด อาจารย์ผู้สอนของ LICMU ทำงานในลักษณะ Part time ทั้งหมด รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง ทำหน้าที่สอนอย่างเดียว ไม่ต้องทำ มคอ. ไม่ต้องบริการวิชากร ไม่ต้องวิจัย เรียกว่า “Teach and Run” ได้รับค่าตอบแทนชั่วโมงละ ๔๐๐ บาท ถ้าสอนวันละ ๖ ชั่วโมง จะได้ค่าตอบแทนถึงเดือนละ ๔๘,๐๐๐ บาท ถ้าสอนครึ่งหนึ่งจะได้ประมาณ ๒๕,๐๐๐ บาท โดยผู้อำนวยการสถาบัน จะประเมินอาจารย์โดยการไปถามนักศึกษาด้วยตนเอง หาก feedback ไม่ดี เตือนแล้วยังไม่ดีขึ้น เมื่อสอนจบหลักสูตรระยะสั้น อาจารย์ท่านั้นจะไม่ได้รับการจ้างต่อไป


อย่างไรก็ดี LICMU จะให้อาจารย์ผู้ใหญ่จากคณะฯ มาฝึกอบรมอาจารย์ใหม่ให้ในเบื้องต้น และมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ มีการจัดห้องพักครูให้เป็นสถานที่ที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของ LICMU มองว่าพนักงานสำคัญที่สุด ในขณะที่อาจารย์ Teach and Run สอนอย่างเดียว มาสอนแล้วก็ไป แต่พนักงานทุกคนต้องทำงานหนัก ช่วยกันหมด ทุกคนมีความสำคัญเหมือน คนที่หาเงินคือพนักงาน อาจารย์มีค่าตอบแทนอยู่แล้ว ทุก ๆ ปี พนักงานควรได้ไปสัมนาพักผ่อนนอกสถานที่ทั้งภายในและต่างประเทศ


แม้ว่า LICMU จะให้ความสำคัญกับรายได้เนื่องจากเป็นวัตถุประสงค์ตั้งต้นของสถาบัน ไม่เหมือนสถาบันภาษาของ ม.ธรรมศาสตร์สอนวิชาพื้นฐานศึกษาทั่วไปทั้งหมด หรือจุฬาฯ ที่เปิดหลักสูตรปริญญาตรีของตนเอง แต่สถาบันฯ ก็ทำหน้าที่วัดระดับศักยภาพด้านภาษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี (การทดสอบ E-Program) เพื่อบอกระดับทักษะด้านภาษาฯ และใช้เป็นข้อมูลในการคัดเลือกนักศึกษาเพื่อรับทุนการศึกษาด้วย โดยแบ่งเป็น 5 level (ยังไม่ได้บังคับเป็น Exit Exam) นอกจากนี้แล้ว สถาบันยังดำเนินกิจกรรมส่งเสริมและกระตุ้นให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีมาเรียนหลายวิธี มีการให้ทุนสอบ TOEFL สำหรับนักศึกษาที่มาเรียนและสามารถสอบ E-Program ได้คะแนนดี มีการให้บัตรส่วนลดเพื่อให้เขามาเรียนในหลักสูตร มีการทำข้อตกลงกับทางคณะให้ส่งนักศึกษามาเรียน และมีการออกไปสอนนอกสถาบันด้วย รวมถึงหอพักนักศึกษา ส่วนระดับบัณฑิตศึกษา สถาบันได้พัฒนาระบบทดสอบ CMU-eTEG ของตนเอง โดยแต่ละคณะจะกำหนดไว้ว่าจะต้องได้กี่คะแนน เช่น ๖๐ หรือ ๖๕ คะแนน ถึงจะสามารถสำเร็จการศึกษาได้ ซึ่งนักศึกษาจะต้องสอบจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ที่ทางคณะกำหนด </p> </p>

ผอ.สถาบัน รศ.เหรียญ หล่อวิมงคล

หัวหน้าฝ่ายบริหาร


หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศ (อาจารย์คาลิม)


หัวหน้าฝ่ายวิชาการ คุณแอ๊บเปิ้ล

คุยกับนักศึกษาที่กำลังเรียนเพื่อไปเป็นครูสอนในโรงเรียน


ห้องทำงานของพนักงาน

ดูงานการจัดการห้องเรียน


ห้องเรียนตั้งแต่ ๗ - ๒๐ คน


ผู้บริหารสำนักศึกษาทั่วไป มมส.

ผอ.สำนักศึกษาทั่วไป มมส.


ห้องประชุมใหญ่ของ LICMU




เรา AAR บนโต๊ะอาหารล้อม "จานสะพานโค้ง" ด้วยคำถามสำคัญ ...ประทับใจอะไรมากที่สุดจากการดูงาน ๒ วันนี้ มีสมาชิกของเราตอบ ไว้ ๓ ประเด็น ดังนี้ว่า

  • ประทับใจที่ LICMU สามารถหาเงินได้จริง .... เอาสิ่งที่มหาวิทยาลัยมีออกมาใช้ โดยใช้การตลาดนำ
  • ประทับใจที่ผู้บริหารให้ความสำคัญกับพนักงาน "คนทำงานสำคัญที่สุด" เงินเดือน ป.ตรี สูงถึง ๑๗,๐๐๐ บาท แถมยังเพิ่มค่าครองชีพให้อีกหากผลงานเข้าเป้า ซึ่งอาจเป็นได้ถึงเดือนละ ๔,๐๐๐ นั่นรวมเป็น ๒๒,๐๐๐ ต่อเดือน
  • ประทับใจในตัวบุคคล โดยเฉพาะหัวหน้างานแต่ละฝ่าย ทั้งเก่งและขยัน และมุ่งมั่นตามนโยบายของผู้บริหาร ซึ่งได้รับการยอมรับจาก ผอ. ด้วยว่า เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ

ตัวผมเอง ประทับใจมากคือ วิธีคิดเรื่องบริหารคนและบริหารงานของ ผอ.เหรียญ ที่ท่านมุ่งเอาเป้าหมายของหน่วยงานที่แท้จริงที่ตั้งไว้ แล้วหนุนให้คนของท่านมุ่งไปที่การทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ต้องติดบ่วงมายาคติของระบบเอกสาร รวมถึงวิธีการประเมินผลการทำงานที่ให้หัวหน้างานเป็นคนนำเสนอขึ้นมา เพื่อพิจารณาประกอบผลงาน ที่ประทับใจที่สุดคือ วิธีประเมินอาจารย์ผู้สอนด้วยการไปสอบถามผู้เรียนด้วยตนเองของท่าน…สุดยอดจริงๆ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มุมมองเชิงชื่นชมสำหรับ Best Practices



ความเห็น (0)