• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

Mind & Spiritual (23) : ความผิดในความถูก

เช้านี้หยิบหนังสือเรื่อง..."ความผิดในความถูก"...ของหลวงปู่ชา อ่านหลังจากนั่งสมาธิ
หยิบอ่านหลายครั้ง หลายครา...และทำความเข้าใจ...
วันนี้ถึงคราที่ว่า...เข้าใจยิ่งขึ้น...ในเรื่องของ..."ความผิดในความถูก"
โดยนัย ท่านหมายถึงว่า...ในความถูกต้องนั้นมีความผิด หรือเป็นความผิด
เช่น..ท่านยกตัวอย่างว่า..."รถที่สกปรก...หากล้าง...มันก็สกปรกอีก...เจ้าของรถเช่า จึงไม่ล้างรถเพราะเดี๋ยวก็จะสกปรกอีก"....

มันก็ถูก...แต่มันผิด มันถูกตรงที่ว่า "...เดี๋ยวมันก็สกปรกอีก..." แต่มันผิดตรงที่ว่า...พอสกปรกแล้วทำไมไม่ล้าง..
ล้างให้สะอาด...เหมือนถ้วยจานที่เราใช้ทานข้าว...เพราะเดี๋ยวก็สกปรก หากล้าง..เดี๋ยวก็สกปรกอีก...นี่คือ ความถูก
แต่เราก็ต้องล้าง...ล้างเพื่อให้สะอาด...

...
จาก...การรับรู้...ย้อนกลับมาพิจารณา "ตน"...ว่าเคยทำสิ่งที่เรียกว่า "ผิดในความถูก" หรือไม่...
พบว่า...มีหลายเรื่อง..ที่เราพลาดไป และพยายามหาเหตุผล มาบิดเบือน "ความผิด" นั้นให้ถูกต้อง...
เช่น...การที่เราพลาดพลั้งทำเรื่องที่ล่อแหลมและเสี่ยงต่อการผิดศีลธรรม...แต่เราก็ยังดื้อดึง..ทำผิดนั้น
แต่กลับหาเหตุผล..มาหักล้าง...เพื่อให้รู้สึกว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นถูกต้อง...
แต่ "ใจ"...เราก็ยังกลับรู้สึกไม่สบายใจ...นั่นแสดงว่าเกิดทุกข์แล้ว...เพราะเราทำผิดต่อสิ่งที่ดีงามทางศีลธรรม
หากทุกข์แล้ว..ทำไมยังดื้อดึง...สุดท้ายเราก็ต้องถอยออกมา...เพราะนั่นเป็นความผิด
แม้เหตุผล...จะพอฟังได้...ก็ตาม

ดิฉันนึกไปถึง...บางเรื่องราว...ที่เกิดขึ้นที่กัลยาณมิตรท่านหนึ่ง...มาพูดคุยด้วย
"เธอถามว่า...เธอไปแอบชอบพอกับชายคนหนึ่ง...ที่บอกกล่าวเธอว่า...เขารักเธอแต่เขามีภรรยาแล้ว
แต่...เขาบอกว่ากำลังจะเลิก..และขอร้องให้หญิงสาวนั้นรอ..และรอ
ระหว่างรอ...ทั้งคู่ก็มีการสร้างกรรม...ที่ร่วมกันก่อที่เป็นเรื่องผิดศีลธรรม...
แต่ทั้งคู่ให้เหตุผลว่า...เพราะรัก..รักที่บริสุทธิ์...เขาและเธอรักกัน...และรักอย่างอิสระ
เธอบอกว่า..เธอก็ไม่ได้ไปรบกวนครอบครัวเดิมเขา...เธอรอคอยอย่างเงียบๆ และอยู่ในส่วนของเธอ"...
เรื่องนี้อาจจะถูก..ที่เธอมีความรัก รักที่บริสุทธิ์...หรือรักที่เธอบอกว่าไร้การครอบครอง...และอิสระที่จะรัก
แต่..ผิด..เพราะผิดเรื่องศีลธรรม...ที่ฝ่ายชายยังมีพันธะอยู่...นั่นคือ ผิดศีลข้อกาเมฯ...
ถึงแม้ว่า...ฝ่ายชายจะให้ข้อมูล...ว่ากำลังจะหย่าจากภรรยา แต่เขาและภรรยายังมีข้อพันธะที่ผูกกันอยู่
ซึ่งจนแล้วจนรอด...ฝ่ายชายก็ไม่หย่าสักที...ผูกกรรมกันไป

...
หรือในเรื่องการฆ่าสัตว์เอง...
เราฆ่าเพราะกลัวว่า...สัตว์นั้นจะมาทำร้ายเรา
ซึ่ง...เขายังไม่ได้ทำแต่เรา...กลับลงมือก่อน..
หรืออีกหลายๆ เรื่อง..ที่คนเราพยายามหาเหตุผลมาหักล้างในเรื่องที่ผิดนั้น...ให้เป็นเรื่องที่ถูก

...
เราลองชำระ...จิต..ใจ...เราหรือยังว่า...
สิ่งที่ผ่านมาหรือกำลังกระทำอยู่นั้น...เป็นเรื่องของ "ความผิดในความถูก"...หรือไม่
ยิ่งพิจารณาเราก็ยิ่งมองเห็นความจริง"แท้"...อย่างชัดเจนขึ้น
ยิ่งพิจารณา...ยิ่งเกิดความละเอียด...ยิ่งทำให้เราได้มีทางเลือก..ทำสิ่งที่ดีงาม
หากสิ่งใดที่ผิดไปแล้ว...หากเรามาแก้ไข..แม้รอยผิดนั้นยังคงมีอยู่...
แต่รอยใหม่ที่ถูกต้อง...ก็ยังขยายรอยเพิ่มมากขึ้น...แบบไม่กลบเกลื่อนแต่ทำให้ชัดเจนขึ้น
มองเห็นชัดขึ้น...แต่รอยผิดนั้นมีไว้เพื่อพิจารณา...ให้เห็นถึงความจริงแท้...อย่างเข้าใจ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

  หมายเลขบันทึก: 61462
  เขียน:  
  แก้ไข:  
  ความเห็น: 8
  อ่าน:
  สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

อรุณสวัสดิ์ค่ะน้องกะปุ๋ม

  • ครูอ้อยเข้าใจในเรื่องความผิดในความถูก  ความผิดนั้นอยู่ที่การปฏิบัติ  หรือรวมทั้งความคิด  งั้นคนก็ผิดกันทั้งโลก  เพราะใจ....ทำผิด ใช่ไหมคะ
  • หรือความผิดนั้น.มีระดับของความผิดด้วย
  • หรือเหมารวมไปเลย..ว่า ผิด

ดีนะคะ ได้ข้อคิดดีค่ะ  ครูอ้อยผิดทั้งวันเลยค่ะ อิอิ

แวะมาเยี่ยมในตอนค่ำแบบเมื่อคืนบ้างนะคะ ครูอ้อยมีความสุขค่ะ 

อรุณสวัสดิ์คะ..ครูอ้อยขา...

เช้านี้ลืมตาตื่น...อย่างเบิกบานภายใต้ท้องฟ้า...ณ เมืองยศคะ...

"คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นทำ คน ให้หมด ให้พระ เกิดขึ้นมา...ก็คือ..ทำความผิดให้หมดไป ความถูกจึงจะเกิดขึ้นมา ทำความชั่วให้หมดไป ความดีก็จะเกิดขึ้นมา อย่างบ้านเราสกปรกไม่สะอาด ถ้าเราเอาไม้กวาดมากวาดแล้วก็เช็ดสกปรกออกมันก็สะอาด เพราะสกปรกมันหายไป ถ้าความผิดยังไม่หมด ความถูกก็เกิดขึ้นไม่ได้ นี่ถ้าเราไม่ภาวนาเราก็ไม่รู้ความจริง ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีอำนาจมาก ถ้าทำความเปลี่ยนจิตไม่ได้ก็ไม่ใช่ธรรมะที่มีอำนาจ แต่ธรรมะนี้ทำปุถุชนสามัญให้เป็นอริยชนได้ เพราะธรรมะให้คนที่มีความเห็นผิด เกิดความเห็นถูกขึ้นมาได้.."

จากเทปพระธรรมเทศนาของหลวงปู่ชา ม้วนที่ ๒

มาซึมซับ รสธรรม ยามเช้า

วันนี้ผมจะเดินทางข้ามอำเภอเพื่อไปรับทัวร์ นศ.กว่า ๘๐ ชีวิต ที่ปางมะผ้า และนำมาสู่ปาย

ไว้จะนำเรื่องราวสนุกๆมาเล่าในบันทึกนะครับ

ยินดียิ่งคะ คุณเอก...

กะปุ๋มก็เพิ่งแวะไปที่แพลนเน็ต...ของคุณหมอนนท์...

ไปอ่าน blog ของหลายท่านที่คุณหมอนนท์ทำ link ไว้อ่าน...รวมทั้งของคุณเอกด้วยคะ...

ได้ซึมซับสิ่งดีดี....เต็มอิ่มในปัญญาคะ

....

วันนี้ขอให้เดินทาง..ปลอดภัยนะคะ

(^___^)

จะรออ่านบันทึกนะคะ

กะปุ๋ม

                  การต่อสู้กับอริราชศัตรูหรือข้าศึกที่มารุกรานแต่โบราณ  ในระยะประชิดเราประดาบกันฟันไปที่ร่างข้าศึก เลือดสาดและตายไปต่อหน้า และเราก็ไปจับคู่ประเพลงดาบกับข้าศึกคนอื่นอีก ก็เป็นความถูกต้องอย่างที่สุดในการรักษาชาติรักษาแผ่นดิน แต่ก็เป็นความผิดทางศีลธรรมที่หนักหนา การฆ่ามนุษย์และสัตว์เป็นบาป เป็นกรรมที่จะเกี่ยวเนื่องไม่รู้จบ

                   ในเรื่องของจิต ถ้าจิตเปรียบเหมือนกระจกถ้าเราหมั่นเช็ดทุกวันมันจะใสปิ๊งฝุ่นผงก็ไม่มาจับ

                    ในทางกลับกับถ้าไม่มีกระจก...........แล้วฝุ่นก็ไม่มีที่เกาะที่จับ  เราก็ไม่ต้องเช็ด  (จำเขามาบางช่วงบางตอนจากสูตรเว่ยหล่าง โดยท่านอาจารย์พุทธทาสได้เรียบเรียงไว้)

                                  พี่หรอย

ขอบคุณพี่หรอยมากเลยคะ...

ทำให้กะปุ๋มต้องขบคิดอีกแล้ว...ว่าตกลง...คือบาปกรรมหรือ..การทำความดี..อะไร..คืออะไร...จำต้องพิจารณา...และหาความรู้...เพิ่มในประเด็นนี้...อีกครั้ง...

...

แต่ชอบมากเลยคะ...อะไรก็ตามหากขาดความเพียรแล้ว...ก็จะเสื่อม...เหมือนจิตหากขาดการฝึกฝน...ก็ย่อมเสื่อมถอยได้...ไม่แหลมคม...และเรามักละเลยอยู่เสมอ...

^__^

ขอบคุณมากนะคะสำหรับการเติมเต็ม

กะปุ๋ม

ปาบกรรมในความคิดของพี่ ก็คือการกระทำที่เกิดจาก กาย วาจา และใจ ที่ก่อให้เกิดทุกข์แก่ผู้อื่นและแก่ตนเอง  ใจในความหมายที่เป็นจิต ก็เป็นนามรูปสังขารหนึ่ง   ที่เกิดขึ้น แล้วผลักดันไปสู่การกระทำ เป็นกรรมเป็นพฤติกรรม กุศลกรรมและอกุศลกรรมเกิดจากจิตก่อน การทำควมเพียรฝึกฝนอย่างเหมาะสมไม่เคร่งเครียดเกินไป ไม่ย่อหย่อนเกินไป สม่ำเสมอ ต่อเนื่อง

ได้    หนึ่งคือกรรมฐานที่เป็นสมถ ไม่ฝึก ไม่มีความเพียร จะเสื่อมถอย

                   ยิ่งพิจารณาเราก็ยิ่งมองเห็นความจริง"แท้"...อย่างชัดเจนขึ้น      ยิ่งพิจารณา...ยิ่งเกิดความละเอียด...ยิ่งทำให้เราได้มีทางเลือก..ทำสิ่งที่ดีงาม  นี้เป็นสองคือวิปัสสนา มีปัญญาเข้ามาเติมให้เจริญและคงอยู่

                                      ในกรณีนี้เป็นทั้งหนึ่งและสอง

                                     แต่น้ำหนักจะอยู่ที่ สอง

                                                      พี่หรอย

พี่หรอยคะ...บางครั้งก็เกิดความสงสัยในปัญญา...

แต่พอได้ตั้งใจ กำหนดอย่างแน่วแน่...ในการเรียนรู้ภายในนี้...

ทำให้เกิดความกระจ่าง...ในหลายเรื่อง..และได้คำตอบแห่งคำถาม...ที่สงสัย...เหมือนจบแห่งบทเรียนแรก...ตามคำถามที่สงสัยมานาน...มาก และ ณ ปัจจุบันนี้กำลังก้าวสู่บทเรียนรู้ที่สอง...(ขอเรียกอย่างนี้ไปก่อน)...

...

ขอบคุณสำหรับข้อเตือนสติ...อย่างที่กัลยาณมิตรพึงกระทำ...

"ก้าวหน้าอย่างไหลนิ่ง"....ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ

^__^

กะปุ๋ม