ผลทางด้านเศรษฐกิจ                

                            ถ้าพิจารณาโดยพื้นของการทำข้อตกลงการค้าเสรีทั่วไป (Free Trade Agreement) แล้วย่อมสามารถมองเห็นข้อดี หรือผลประโยชน์ที่ได้รับ เพราะการทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศ เป็นการลดหรือกำจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศคู่สัญญา เมื่อพิจารณาถึงผลดีจากการทำข้อตกลงแล้วสามารถแบ่งออกเป็น                           

                       - ผลดีที่มีต่อผู้บริโภค                

                                ข้อดีประการนี้เป็นข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดในการทำข้อตกลงการค้าเสรี การที่ลดอุปสรรค หรือกำจัดอุปสรรคทางการค้า ไม่ว่าทางด้านภาษีหรือไม่ใช่ทางด้านภาษี ย่อมทำให้สินค้าที่เข้ามาจากประเทศคู่สัญญา หรือตามข้อตกลงนี้คือ ประเทศออสเตรเลีย มีราคาถูกลง เพราะไม่ต้องเสียภาษีหรือไม่ต้องรับภาระอื่นที่เป็นการเพิ่มต้นทุนของสินค้า เมื่อสินค้าที่เข้ามาจากต่างประเทศมีราคาถูกลง ย่อมทำให้เกิดการแข่งขันทางการค้าภายในประเทศมากขึ้น สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย จำเป็นต้องลดราคาสินค้า และเพิ่มคุณภาพของสินค้า เพื่อให้สามารถขายแข่งขันกับสินค้าที่เข้ามาจากต่างประเทศได้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือ ผู้บริโภค หรือก็คือทุกคนนั้นเอง เพราะไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้ซื้อ ผู้ขายก็ต่างเป็นผู้บริโภคทั้งนั้น                  

                              - ผลดีที่มีต่อผู้ประกอบการ                

                                ข้อดีที่มีต่อผู้ประกอบการ หรือผู้ผลิตสินค้าในประเทศ คือการที่ผู้ประกอบการสามารถส่งสินค้าของตนออกไปยังประเทศคู่สัญญาได้ง่ายขึ้น เมื่อมีการทำข้อตกลงการค้าเสรี มีการลดอุปสรรคทางการค้า ผู้ผลิตสินค้าในประเทศ ประเภทเดียวกับสินค้าที่ผลิตในประเทศออสเตรเลีย ย่อมสามารถเข้าไปแข่งขันในตลาดของประเทศออสเตรเลียได้มากขึ้น จากที่แต่ก่อนการนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายนั้น ต้องมีการเสียภาษีศุลกากร มีการผ่านกระบวนการขั้นตอนการนำเข้า ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต ทำให้สินค้าที่มาจากประเทศไทยมีราคาสูงกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศออสเตรเลีย ทำให้แข่งขันได้ยาก เมื่อมีการทำข้อตกลงย่อมทำให้ประเทศไทยส่งสินค้าออกได้มากขึ้น          

                         ผู้ประกอบการที่จะได้รับผลประโยชน์จาการทำข้อตกลงนี้อีกกลุ่มหนึ่ง คือผู้ประกอบการเกี่ยวกับดรงแรมและการท่องเที่ยวในประเทศไทย เป็นที่ทราบกันว่าประเทศไทยมีรายได้จากการเข้ามาท่องเที่ยวของชาวต่างชาติมาก เป็นรายได้ต้นๆของประเทศ เมื่อมีการทำข้อตกลงการค้าเสรีแล้ว มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ในเรื่อง Movement of Natural Persons ใน Artilce 1001-1008 ทำให้การเข้าออกระหว่างประเทศคู่สัญญามีความสะดวกมากขึ้น ย่อมทำให้เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศคู่สัญญาให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น และนำรายได้เข้าสู่ประเทศ                   

                                       - ผลดีที่มีต่อรัฐ                

                                        ผลดีของรัฐจากการทำข้อตกลงการค้าเสรีนั้น เป็นผลดีที่เป็นผลดีทางอ้อม คือเมื่อมีการทำข้อตกลง มีลดอุปสรรคทางการค้า ประเทศไทยก็จะสามารถส่งสินค้าไปยังต่างประเทศได้มากขึ้น ย่อมทำให้เกิดรายได้ โดยเมื่อผู้ประกอบการในประเทศสามารถสร้างรายได้ได้มาก ย่อมทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มตามไปด้วยจากการเก็บภาษี เมื่อมองถึงผลในลักษณะต่อเนื่องจะเห็นได้ว่ารัฐจะได้รับประโยชน์จากการทำข้อตกลง และประโยชน์โดยตรงที่ประเทศจะได้รับคือการทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต ทำให้ต่างประเทศมีความมั่นใจ และนำเงินทุนมาลงทุนในประเทศมากขึ้น                

                                   การที่มีการทำข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศออสเตรเลียนั้น ประเทศทั้งสองยังได้รับประโยชน์ในด้านการศึกษา การถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน เพราะเมื่อมีการเคลื่อนย้ายบุคคลระหว่างกัน ทำให้มีการเคลื่อนย้ายแลกเปลี่ยนบุคคลากรที่มีความสามารถในด้านต่างๆ เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน                

                                      นอกจากนี้การที่มีการลงทุนเพิ่มมากขึ้นจากต่างประเทศนั้น ย่อมนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาด้วยในการผลิต ทำให้เป็นการยกระดับกระบวนการผลิตสินค้าในประเทศไทย และเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับผู้ประกอบการในประเทศด้วย และจาการที่มีการเคลื่อนย้ายบุคคล ย่อมเป็นการเปิดตลาดการค้าแรงงานของไทยในประเทศคู่สัญญา โดยแรงงานไทยสามารถเข้าไปทำงานในประเทศออสเตรเลียได้มากขึ้น เป็นการทำรายได้เข้าประเทศ และเมื่อมีการลงทุนในประเทศมากขึ้นก็จะมีการจ้างงานมากขึ้น เป็นการแก้ปัญหาการว่างงานด้วย                                 

                                       หากมองถึงผลดีที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว จะเห็นได้ว่าเป็นการมองผลทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการทำข้อตกลงการค้าเสรีในแง่ดีเกินไป เพราะเป็นการมองในลักษณะที่ประเทศไทยเป็นฝ่ายรับเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งในความเป็นจริงประเทศไทยต้องเสียประโยชน์จากการทำข้อตกลงมากมาย และกลายมาเป็นปัญหาในการทำข้อตกลงการค้าเสรีกับต่างประเทศในปัจจุบันนี้ เพราะหลายฝ่ายมองเห็นถึงผลเสียที่จะได้รับจากการทำข้อตกลงมากกว่าข้อดีที่จะได้รับ ผลเสียจาการทำข้อตกลงแบ่งออกเป็น                  

                                           - ผลเสียที่มีต่อผู้ประกอบการ                

                                           ผลเสียของผู้ประกอบการ หรือผู้ผลิตสินค้าในประเทศ เป็นผลเสียที่เห็นได้ชัดที่สุด เมื่อมีการเข้ามาของสินค้าต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการไทยประสบกับปัญหาการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงมากขึ้น และเมื่อพิจารณาถึงความพร้อมแล้วจะเห็นว่าผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบผู้ประกอบการจากต่างประเทศหลายด้าน สิ่งสำคัญคือ เงินทุน ซึ่งผู้ประกอบการไทยไม่มีทางที่จะสู้ได้ เมื่อต้องมีการลด ตัดราคาสินค้ากัน ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เครื่องมือการผลิตที่ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้มากกว่า เร็วกว่า ย่อมทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในการแข่งขัน                   

                                                 - ผลเสียที่มีต่อผู้บริโภค                

                                                ในการทำข้อตกลงการค้าเสรี ช่วงแรกนั้นย่อมเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค แต่เมื่อนานเข้าจะทำให้เกิดผลเสียตามมา คือเมื่อมีการกดราคาสินค้ากันมากขึ้น ผู้ประกอบการที่มีเงินทุนน้อยย่อมไม่สามารถแข่งขันได้ เหลือแต่ผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ สุดท้ายแล้วผู้บริโภคก็จะไม่มีทางเลือก และผู้ผลิตที่มีอยู่ก็จะเป็นผู้กำหนดราคาสินค้าในตลาด เป็นการผูกขาด เมื่อพิจารณาถึงผลระยะยาวในการทำข้อตกลงการค้าเสรีอาจทำให้ผู้บริโภคเสียประโยชน์ได้            

                             การพิจารณาถึงผลดีผลเสียของการทำข้อตกลงการค้าเสรีในด้านเศรษฐกิจข้างต้นนั้น เป็นการพิจารณาในแง่ความเป็นไปได้ โดยการคาดการณ์ทางเหตุผล แต่ในความเป็นจริงการเกิดผลดีหรือผลเสียนั้นจะต้องมีปัจจัยอื่นประกอบกันทำให้เกิดผลดีผลเสียนั้นได้ โดยข้อมูลเกี่ยวกับดุลการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศออสเตรเลีย ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือของกรมศุลกากร                

                              โดยในปี 2546 การส่งออกของประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย มีมูลค่า 89,717.4 ล้านบาท การนำเข้าของประเทศไทยจากประเทศออสเตรเลีย มีมูลค่า 65,573.8 ล้านบาท ดุลการค้าระหว่างประเทศไทย และประเทศออสเตรเลีย มีมูลค่า 24,143.6 ล้านบาท                  

                                 ปี 2547 การส่งออกของประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย มีมูลค่า 99,095.7 ล้านบาท การนำเข้าของประเทศไทยจากประเทศออสเตรเลีย มีมูลค่า 88,823.2 ล้านบาท ดุลการค้าระหว่างประเทศไทย และประเทศออสเตรเลีย มีมูลค่า 10,272.5 ล้านบาท            

                           ปี 2548 การส่งออกของประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย มีมูลค่า 127,376.2 ล้านบาท การนำเข้าของประเทศไทยจากประเทศออสเตรเลีย มีมูลค่า 130,576.0 ล้านบาท ดุลการค้าระหว่างประเทศไทย และประเทศออสเตรเลีย มีมูลค่า – 3,199.8 ล้านบาท            

                           จากข้อมูลที่ปรากฎจะเห็นได้ว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าของประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลียนั้นมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นหลังจาการทำข้อตกลงเสรี แต่ในทางตรงกันข้ามมูลค่าสินค้าที่มีการนำเข้าจากประเทศออสเตรเลียก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เมื่อพิจารณาในตอนนี้จะเห็นได้ว่าต่างฝ่ายต่างก็ได้รับผลประโยชน์จาการทำข้อตกลง แต่เมื่อพิจารณาถึงดุลการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศออสเตรเลีย กลายเป็นว่าดุลการค้าของประเทศไทยเสียดุลให้กับประเทศออสเตรเลียเพิ่มมากขึ้น จนในปี 2548 ประเทศไทยขาดดุลการค้าให้กับประเทศออสเตรเลียถึง 3,199.8 ล้านบาท โดยการนำเข้าสินค้าจากออสเตรเลียนั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าปี 2547 จาก 28.5% เป็น 47%

                เท่ากับว่าหลังจากที่ข้อตกลงการค้าเสรีมีผลใช้บังคับ ประเทศไทยกลับต้องเสียดุลการค้าให้กับประเทศออสเตรเลีย ซึ่งก่อนการมีผลใช้บังคับประเทศไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า ( ข้อมูลปี 2548 เป็นตัวเลขข้อมูลเบื้องต้น ) ซึ่งนำไปสู่ผลเสียสุดท้าย  

                   - ผลเสียที่มีต่อรัฐ  เมื่อประเทศไทยไม่มีความพร้อมในการแข่งขันทางการค้าทั้งทางด้าน เงินทุน ความรู้ เทคโนโลยี หรือความพร้อมของรัฐในด้านนโยบาย ก่อนที่จะมีการเปิดการค้าเสรี ย่อมทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาขาดดุลดังกล่าว