หากจะให้ดีควรมีคะแนนการเข้าร่วมโครงการและกิจกรรมที่เกี่ยวจิตอาสา งานเสียสละ ช่วยเหลือส่วนรวม โรงเรียน ชุมชุน สังคม ฯลฯ นำมาพิจารณาด้วย หรือหาหนทางพิจารณาในเรื่องเหล่ามีผลต่อการเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

ระบบเคลียริ่งเฮาส์แบบไม่ให้เด็กทิ้งห้องเรียน

ผมเห็นด้วยที่จะใช้ระบบเคลียริ่งเฮาส์ โดยให้เด็กนักเรียนสอบก่อนจะเลือกที่เรียนและเลือกได้สองครั้ง ลดความเครียด ลดการวิ่งรอกสอบ ลดค่าใช้จ่าย และสร้างความเสมอภาค

แต่ไหนๆ จะปรับปรุงทั้งที และในขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศใช้ คงจะยังสามารถปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นอีก หรือให้ดีที่สุดได้ ก็ควรจะแก้ปัญหาเด็กทิ้งห้องเรียนไปกวดวิชา โดยเอาคะแนนทั้งชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายมาพิจารณาในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย หากโรงเรียนไหนปล่อยเกรดก็หาแฟคเตอร์เทียบกับคะแนน GAT มาคิดถ่วงน้ำหนัก ซึ่งคิดว่ามีวิธีการและเคยทำกันมาแล้ว

การแก้ไขปัญหาเรื่องโรงเรียนกวดวิชา อาจจะเอาเข้ามาอยู่ในระบบการศึกษาปกติ และใช้ระบบออนไลน์ ให้เด็กทุกคนกวดวิชาได้ฟรีโดยรัฐช่วยเหลือเสียเลย เคยได้ยินว่าประเทศเกาหลีใต้แก้ปัญหานี้สำเร็จมาแล้ว น่าจะลองศึกษาวิธีของเขาดูเป็นตัวอย่าง

หากจะให้ดีควรมีคะแนนการเข้าร่วมโครงการและกิจกรรมที่เกี่ยวจิตอาสา งานเสียสละ ช่วยเหลือส่วนรวม โรงเรียน ชุมชุน สังคม ฯลฯ นำมาพิจารณาด้วย หรือหาหนทางพิจารณาในเรื่องเหล่ามีผลต่อการเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย แม้จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเพราะเด็กมีจำนวนมาก และมีความแตกต่างกันในปัจจัยต่างๆ มาก แต่เป็นการส่งสัญญาแก่เด็กและเยาวชน พ่อแม่ผู้ปกครอง และโรงเรียน ซึ่งเป็นผลดีต่อไปในอนาคตระยะยาว

ถ้าหากทำได้อาจจะเก็บข้อมูลไว้ในรูปแฟ้มสะสมผลงาน (portfolio) คู่กับใบรับรองผลการเรียน (transcript) และอย่างน้อยที่สุดก็นำมาใช้ประกอบการพิจารณาในตอนสอบสัมภาษณ์ เพื่อที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยก็ยังดี