วัฒนธรรมทางเท้าดูจะถูกกัดกร่อน ไม่เฉพาะโดยรถมอเตอร์ไซคล์ ที่ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า แต่ยังถูกกัดกร่อนโดย เจ้าของห้องแถวที่เข้าครอบครองทางเท้า รวมทั้งกัดกร่อนโดยผู้รับผิดชอบตามกฎหมายที่ไม่เอาใจใส่ตรวจสอบดูแลทำความเข้าใจ และห้ามปราม


วันจันทร์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙ เป็นวันที่ผมไม่มีนัด จึงอยู่บ้าน สาวน้อยบอกให้ไปซื้อกับข้าวที่ร้านเจ้าประจำในตลาด หมู่บ้านเอื้ออาทร โดยบอกให้ผมไปคนเดียว ผมจึงเดินไป เวลาเกือบ ๘ น. แดดเริ่มร้อน ผมจึงเดินบังร่มไปจนเข้าถนน เข้าหมู่บ้านเอื้ออาทร ตอนแรกผมเดินไปบนทางเท้าหน้าห้องแถว และคิดจะเดินหลบแดดบนทางเท้าไปเรื่อยๆ แต่พอผ่านสองสามห้องแรกก็พบว่าเจ้าของห้องแถวเข้าครองทางเท้าหน้าห้องแถวหมด พื้นที่หน้าห้องแถวไม่ใช่ทางเท้า แต่เป็นพื้นที่ครอบครองของเจ้าของห้องแถว แถมยังรุกเข้าไปครอบครองถนนส่วนหนึ่งด้วย โปรดดูรูป จะเห็นชัดเจนว่า เจ้าของของแต่ละห้องแถวยกระดับทางเท้าหน้าห้องของตน เข้าใจว่าเพื่อหนีน้ำท่วมปี ๒๕๕๔

ผมไม่ทราบกฎหมาย จึงลองค้นด้วยคำว่า “กฎหมายเกี่ยวกับทางเท้า” พบ พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ ระบุในมาตรา ๔ ว่าถนนหมายรวมถึงทางเท้าและขอบทาง และมีหลายมาตราบอกว่าถนนเป็นที่สาธารณะ ผู้ใดจะเข้ายึดครองใช้ทำกิจการต่างๆ ที่มิใช่การสัญจรมิได้ (ข้อสรุปของผมเอง)

ทำให้ผมสงสัยว่า ที่ห้องแถวทางเข้าหมู่บ้านเอื้ออาทรวัดกู้นี้ ผู้คนจะถือว่าพื้นที่หน้าห้องแถวไม่ใช่ทางเท้า เป็นที่ครอบครองของเจ้าของห้องแถว ซึ่งหากตอนซื้อห้องแถว ระบุไว้เช่นนั้น ก็หมายความว่าถนนเส้นนี้ไม่มีทางเท้า แต่ถ้าหากตอนซื้อ ซื้อเฉพาะส่วนตัวอาคารไม่รวมส่วนด้านหน้า พื้นที่หน้าอาคารก็เป็นทางเท้า

วัฒนธรรมทางเท้าดูจะถูกกัดกร่อน ไม่เฉพาะโดยรถมอเตอร์ไซคล์ ที่ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า แต่ยังถูกกัดกร่อนโดย เจ้าของห้องแถวที่เข้าครอบครองทางเท้า รวมทั้งกัดกร่อนโดยผู้รับผิดชอบตามกฎหมายที่ไม่เอาใจใส่ตรวจสอบดูแลทำความเข้าใจ และห้ามปราม ผู้รับผิดชอบตามกฎหมายเป็นใครอ่าน พรบ. เอาเองนะครับ


วิจารณ์ พานิช

๒๕ เมษายน ๒๕๕๙