อลังการ “พุทธอุทยานเขาเล่สะเดา” แหล่งท่องเที่ยวใหม่เชิงอนุรักษ์-พุทธศาสตร์ชายแดนไทย-มาเลย์

“เขาเลสะดุดตา บ้านไทย จังโหลน-ปาดังเบซาร์ เลื่องลือนาม งามถ้ำเขารูปช้าง สวยสล้างเขื่อนห้วยคู ประตูสู่มาเลเซีย” ปักษ์นี้เราไปเที่ยวสะเดากันเพราะ จุดหมายปลายทางคือจะไปวันนี้คือพุทธอุทยานเขาเล่สะเดาหลังจากได้ทีมกองบรรณาธิการตัดสินใจ เราก็ยกโทรศัพท์โทรหาท่านสุเมธ ศศิธร นายกเทศมนตรีเมืองสะเดาทันที ปลายสายบอกว่า มาตอนเช้าๆ จะได้พาปีนเขาด้วย เพราะสายๆ ร้อน เราชักไม่ค่อยแน่ใจ แต่ก็บอกกับท่านไปว่า เนี่ยใกล้ถึงสะเดาแล้ว

ท่านก็บอกว่ามาๆ ไปถึงท่านก็เล่าที่ไปที่มาของพุทธอุทยานเขาเล่ให้ฟัง พร้อมกับสั่งคนขับรถเตรียมนำทาง ระหว่างรอ

ระหว่างรอเราก็เปิดการสนทนาก่อน เขาเล่ผู้เขียนเคยมาเมื่อหลายปีแล้วไม่เห็นมีอะไรเลย ทำไมจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ ท่านสุเมธ บอกว่า ในสมัยนายกคนก่อนเทศบาลเมืองสะเดาได้รับมอบหมายจากจังหวัดให้พัฒนาเขาเล่ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้มีการตั้งโครงการ และในปี 2554 ผมเข้ามาเป็นนายกเทศมนตรี ประกอบด้วยนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชน โดยให้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วและเพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาล และสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัด

เทศบาลสะเดาจึงได้จัดโครงการพัฒนาตามยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปีงบประมาณ 2556 โครงการพุทธอุทยานเขาเล่สะเดา เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเพื่อฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี

โดย MOU ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสงขลา กรมทางหลวงชนบท จังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา อำเภอสะเดา สวนสัตว์สงขลา รวมถึงภาคประชาชน

ได้เวลาเดินทาง ด้วยเพราะเราต้องมีภาระงานข่าวในกิจกรรมอบจ.สัญจรที่อำเภอสะเดาด้วยในวันนี้ ช่วงเวลา 14.00 น. คนขับรถท่านนายกสุมธ จึงขันอาสาพาเราไปเก็บภาพบรรยากาศกันก่อน เที่ยงๆ อากาศร้อนพอสมควร ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 นาทีจากเทศบาลเมืองสะเดาก็ถึงอุทยานเขาเล่ จำได้ว่าเคยมาที่นี้แต่ไม่มีอะไรเลย

แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เทศบาลเมืองสะเดากำลังจัดสร้างพุทธอุทยานเขาเล่บนที่ดินเขตป่าไม้ถาวร ตามมติครม. 14 พฤศจิกายน 2504 บนเนื้อที่ 250 ไร่

โดยพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่เขาเล่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเชิงพุทธศาสตร์ โดยได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์เพื่อความเป็นสิริมงคลในการก่อสร้างเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2555โดยพลอากาศเอกชลิต พุกผาสุก องคมนตรีเป็นประธานในพิธี

นายสุเมธ เล่าว่าในปี 2555 งบประมาณที่ใช้ก่อสร้าง 15 ล้านบาท ใช้ในการก่อสร้างฐานพระประธาน 14,745,000 บาท ที่ปรึกษาโครงการ 195,000 บาทและ เจาะสำรวจชั้นดิน 60,000 บาท

หลังจากนั้นปี 2556 ใช้งบประมาณกว่า 262 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดมาจากMOU ระหว่างเทศบาลสะเดากับหน่วยงานทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น โดยใช้ก่อสร้างพระพุทธรูปพระประธาน 50 ล้านบาท ก่อสร้างหลวงปู่ทวด 15 ล้านบาท ก่อสร้างรูปหล่อพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม15 ล้านบาท ก่อสร้างสวนสัตว์ปิด 30 ล้านบาท ก่อสร้างท้องฟ้าจำลอง 50 ล้านบาท ก่อสร้างหอดูดาว 50 ล้านบาท ก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมและเข้าค่ายวิชาการ 15 ล้านบาท ก่อสร้างอาคารจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก 15 ล้านบาท ก่อสร้างพุทธสังเวชนียสถาน 4 ตำบลสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และสถานที่ปรินิพาน 14 ล้านกว่าบาทและอื่นๆ

คณะเราได้เดินดูสถานที่สิ่งก่อสร้างต่างๆ รุดหน้าไปมาก และยังมีอีกหลายกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นที่ นายสุเมธบอกว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นที่นี่จะมี พระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่อง ขนาดหน้าตักกว้าง 19.99 เมตรสูง 53.99 เมตร ประดิษฐานเป็นองค์พระประธาน

มีพุทธสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ศูนย์การเรียนรู้พระพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า อาคารฝึกอบรมและศูนย์ปฎิบัติธรรม พระพุทธรูปจำลอง รูปหล่อพระอริยสงฆ์เกจิอาจารย์จากทั่วประเทศ เช่นครูบาศรีวิชัย หลวงปู่ทวด สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นต้น ลานธรรมสำหรับผู้สนใจและประชาชนเพื่อใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนา

สวนพฤษศาสตร์ เป็นแหล่งรวบรวมพันธ์พืช พืชสมุนไพร จัดให้มีสวนสัตว์ปิด เป็นแหล่งอนุรักษ์วิจัยเพื่อศึกษาชีวิตของสัตว์ป่าทุกชนิด พื้นป่าอนุรักษ์ ป่าเขาเล่มีระบบนิเวศวิทยาที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประจำถิ่น

หอดูดาว และท้องฟ้าจำลอง ให้เป็นแหล่งที่เยาวชนสามารถไปหาความรู้ได้ง่าย ก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมและเข้าค่ายวิชาการ อาคารประชาสัมพันธ์และบริการนักท่องเที่ยว

และในวันที่ 24 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมาเทศบาลสะเดาได้หล่อองค์พระประธานองค์พระพุทะรูปปางมารวิชัยทรงเครื่อง งดงามตามแบบฉบับของภาคใต้ ซึ่งน่าจะเป็นองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Classified Ad For kittiyanee-sommai



ความเห็น (0)