แล้งจนตำน้ำกิน

คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้นจะชอบบ่นเชิงตัดพ้อว่า "มันแล้งจนสิได้ตำน้ำกินตั๊วหนิ"

สงกรานต์ ปีนี้ (พ.ศ. 2559) ผมกลับบ้านที่บุรีรัมย์ เดินทางจากชลบุรี ออกตอนเจ็ดโมงเช้า กลัวที่สุดคือรถติด จึงขอเลี่ยงถนนสายหลัก 331,304 จาก อ.หนองใหญ่ ชลบุรี ผมมุ่งสู่ อ.ท่าตะเกียบ ผ่านเขาอ่างฤาไน แล้วก็วิ่งตรงไป อ.คลองหาด จากนั้นจึงเลี้ยวซ้ายเข้า อ.วัฒนานคร ระยะทางยาวกว่าปกติประมาณ 60 กม. แต่ก็ดีกว่าการไปเผชิญกับรถติดยาวนาน ผมเคยกลับบ้านช่วงเทศกาลแบบนี้จำไม่ได้ว่าปีไหน ออกจากหนองใหญ่แปดโมงเช้า ถึงบ้านตีห้าของอีกวันล้ามากๆขับรถคนเดียวด้วย ครั้งนี้ก็ไม่ได้วิ่งสะดวกตลอดเส้นทางนะครับ ยังมีช่วงขึ้นเขารอยต่อระหว่างสระแก้วกับบุรีรัมย์ได้หยุดขยับไปชั่วโมงกว่าๆ สาเหตุเดียวจริงๆเลยที่ทำให้รถติด คือการขาดวินัยทางจราจรของคนขับรถ เปิดเลนวิ่งจนเต็มถนนพอมีรถวิ่งสวนมาก็จบเห่เห็นแล้วหดหู่ คนเรานี้ช่างเห็นแก่ตัวไร้จิตสำนึกขึ้นทุกวัน

ถึงบ้านหกโมงเย็นพอดีกับอาหาร ที่บ้านร้อนมากๆ อาบน้ำก็แล้ว เป่าพัดลมก็เหมือนกับว่าเป่าเอาเปลวไฟให้มาสัมผัสกับร่างกายตัวเอง ผ่าวไปทั่วร่าง สภาพทางภูมิศาสตร์ก็ดูเหือดแห้งเหลือเกิน ไม่มีทีท่าว่าฝนจะหล่นลงมาช่วยขจัดปัดเป่า ตรงกันข้ามมีแต่ลมที่พัดเอาไอแดดร้อนสาดความแห้งแล้งมาให้ เจ้าของรางวัลเกียรติคุณ "ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนดีเด่น" สองปีซ้อน (อันนี้เห็นใบประกาศในตู้โชว์ที่บ้าน) เล่าให้ฟังว่า ปีที่แล้วก็แล้งจนน้ำในสระใหญ่ที่ใช้เป็นปะปาหมู่บ้านแห้ง ชาวบ้านต้องเข็นน้ำจากลำห้วยมาใช้ แต่ก็ไม่ทั่วถึงกันเพราะต้องลงทุนซื้อรถเข็นและถังน้ำ บางครอบครัวที่ไม่มีเงินซื้อก็ต้องรอหยิบยืมกัน หรือไม่ก็จ้าง ที่เป็นปัญหาทำให้บางครัวเรือนขาดน้ำใช้อีกอย่างก็คือ ขาดสมาชิกคนหนุ่มสาวผู้มีกำลังมาช่วย คนแก่ทั้งนั้นครับที่อยู่บ้าน ครั้งนั้น คณะกรรมการหมู่บ้านได้แก้ปัญหาโดบการระดมทุนในการซื้อน้ำมัน และขอความร่วมมือคนที่มีรถไถเดินตามมาช่วยติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากลำห้วยไปเก็บที่สระใหญ่ปะปา ระยะห่างประมาณสามกิโลเมตรเห็นจะได้ครับ สูบกันทั้งวันทั้งคืน มีการสลับเปลี่ยนเวรเพื่อเฝ้าดูแลเป็นผลัด ก็ผ่อนปรนปัญหาในปีนั้นได้ พอฝนตกลงมาเครื่องสูบน้ำก็ยังไม่หยุดสูบ ยังคงสูบเติมสระใหญ่ปะปาไปเรื่อยๆ เพราะกลัวว่าจะเผชิญปัญหานี้อีกจนมีน้ำมากพอ ในปีนี้จึงยังไม่ได้เข็นน้ำใช้กัน

ทำให้ผมนึกถึงสมัยเด็กครับ สมัยนั้นสระน้ำกินแห้งจนดินแตก ชาวบ้านช่วยกันขุดบ่อในสระเพื่อหาตาน้ำซึม ขุดกันไว้หลายๆ บ่อ ผมจะไปช่วยแม่ตักน้ำจากบ่อซึมมาดื่มกินกัน วิธีการก็ใช้ไม้คีบขันย่อนลงไปตักเอาน้ำจากบ่อ ต้องค่อยๆตักนะครับกลัวมันขุ่น หรือถ้าจ้วงลึกเกินไปก็จะได้ขี้เลนผสมมาด้วย คนคิวถัดมาก็จะรอน้ำใสนานไปอีก เรื่องคิวสมัยนั้นจำได้ว่าไม่มีใครแย่งใคร หรือลัดคิวใคร ทุกคนได้กันไปทั่วถึงคือครัวเรือนละหาบ หาบหมายถึง คุถังน้ำสังกะสีขนาด 20 ลิตร 2 ใบ พอได้หาบ แม่ก็จะเป็นคนหาบกลับบ้าน ส่วนผมมีหน้าที่เดินตามอย่างเดียว คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้นจะชอบบ่นเชิงตัดพ้อว่า "มันแล้งจนสิได้ตำน้ำกินตั๊วหนิ"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เก็บมาคิดเขียน



ความเห็น (0)