ข. ไปเรียนจาก ITRI แล้วได้อะไร?

สิ่งที่เรียนรู้จาก course นี้ จาก perception ของผู้เขียน พอจะแยกได้ว่าเป็นภาคทฤษฎี 30% และภาคปฏิบัติ (จากการได้รู้ได้เห็นได้รับฟังประสบการณ์จริง) 70%

นี่ก็เป็นสัดส่วนตามที่คาดหวัง เพราะตั้งใจจะเน้นการมาหาความรู้นอกตำราตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

คำถามในใจตอนเริ่มต้นหลักสูตรมีอยู่สองส่วน

  1. โจทย์วิจัยของ ITRI มาจากไหน?
  • การสร้างให้มีตัวเลือกเยอะ ๆ (divergence)?
  • การเรียงลำดับความสำคัญเพื่อโฟกัสให้เหลือน้อย ๆ (convergence)?
  • เมื่อได้โจท์แล้วส่งต่อโจทย์นั้นให้แก่ห้องแล็ปหรือนักวิจัย?
  • เมื่อได้โจทย์แล้ว ลงมือทำอย่างไร?
      • ข้อสมมติฐานคือ คงจะเป็นไปตามสูตรทั่วไป คือ จัดทำข้อเสนอ ส่งข้อเสนอของบประมาณ ติดตามประเมินผล กลับมาัจัดทำข้อเสนอ ... ฯลฯ

      คำตอบที่ได้ (เท่าที่เขาบอกเรา) คือ กระบวนการสองส่วนนี้ แท้ที่จริงไม่ได้แยกจากกัน แต่ถูก integrate กันอยู่ในรูปของสูตรที่เรียกว่า NSDB เพื่อให้เกิด value creation แต่ละตัวอักษรมีความหมายว่า...

      • N = Identify Important Needs (ความต้องการของลูกค้า)
      • S = Provide Compelling Solution (อะไรคือทางออกของเราที่เสนอให้ใหม่)
      • D = Make Superior Differentiation (ทางออกของเราดีกว่าคนอื่นอย่างไร)
      • B = Maximize Customer’s Benefits (ทางออกที่เราเสนอมีประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างไร วัดได้ไหม เขาควรยอมจ่ายไหม)

      ทั้ง 4 ตัวนี้ แต่ละตัวแยกกันอยู่ไม่ได้ ต้องไปด้วยกันจึงจะมีความหมาย Dr. Wang ผู้อำนวยการของ ITRI College กล่าวว่า NSDB คือกรอบที่ช่วยให้เราโฟกัสความคิด ไปที่เรื่องสำคัญ เพียงไม่กี่เรื่อง ที่มีผล ต่อการเดินหน้าโครงการให้เกิดผลต่อผู้ใช้  (แล้วเลิกถามคำถามที่ฟุ้งซ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับนักวิจัยหรืองานวิจัย)

      NSDB จึงเป็น minimalist approach ที่ใช้ในการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย ลงไปถึงระดับรายโปรเจ็ค และที่สำคัญกว่านั้น มันเป็นเครืื่องมือเปลี่ยนวัฒนธรรมการคิดของผู้วิจัยเอง ให้เริ่มต้นมองที่ลูกค้า (ผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย) เป็นหลัก ไม่ใช่เอาความสนใจของตัวเองเป็นหลัก ท่าทีที่ปฏิบัติต่อลูกค้าเมื่อออกไปพบหารือก็จะเปลี่ยนไป นักวิจัยจะเข้าใจความรู้สึก และความต้องการ (unmet needs) ความเจ็บปวด (pain) ของลูกค้ามากขึ้น

      เมื่องานวิจัยแบบขึ้นหิ้งไม่ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ต้น ก็เป็นจุดเริ่มต้นของ value creation ครับ!!! 

      (มีต่อ)