ความเห็นล่าสุด


ขอบคุณครับคุณอรรถจักร์ พอดีเพิ่งเมื่อสองสามวันนี้ได้มีโอกาสหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอีกครั้งตอนที่จัดชั้นหนังสือครับ ช่วงหลังนี้มีเวลาอ่านหนังสือน้อยลง ยังไงมีอะไรดี ๆ ช่วยแชร์กันด้วยนะครับ

นเรศ

คุณกัญฑนล ภู่ระหงษ์

ขอบคุณมากเลยครับที่แชร์ความคิดเห็น ผมเองก็กำลังจับตาดูอยู่ว่าที่รัฐบาลกำลังพยายามจัดระบบการบังคับบัญชาร่วมกับกองทัพ และระบบข้อมูล คลังข้อมูลน้ำและสภาพอากาศ จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นบ้างหรือไม่ คงต้องให้โอกาสรัฐบาลเพราะเป็นเรื่องวัฒนธรรมในระบบราชการของไทยที่หมักหมมมานาน ใครเข้ามาแก้ก็คงทำไม่ได้โดยง่าย

เรื่องบุกรุกอุทยานผมว่าทำตอนนี้ดีกว่าไม่ทำเลย แต่ก็อย่างที่ท่านว่าน่ะครับ ทำไมเพิ่งมาทำตอนนี้ ผมว่าสื่อมวลชนต้องเข้าไปเจาะลึกเรื่องเหล่านี้ให้มาก บ้านเราสื่อยังเข้มแข็งไม่พอครับ

นเรศ

ท่านที่ถามมา เกี่ยวกับเรื่องราวที่ว่าการบริหารจัดการน้ำใต้เขื่อนผิดพลาดยังไง แนะให้อ่านบทความนี้ดูครับ เรื่องที่อาจารย์ท่านนี้เขียน ผมพอจะทราบมาบ้างเหมือนกัน แต่ไม่กล้าเขียนเพราะไม่มีข้อมูล แต่บทความนี้มีข้อมูลให้ด้วยครับ

บริหารผิด-ตัดสินใจพลาด...น้ำท่วมใหญ่จากการเมืองล้วนๆ http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/analysis/20111108/418193/news.html

อ่านแล้วเลือกเชื่อนะครับ ว่าเป็นการตัดสินใจพลาดของใคร หรือว่าเป็นความจงใจของใคร ที่พูดถึงในนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่อง แต่เป็นส่วนสำคัญ ที่เหลือขอให้ท่านปะติดปะต่อเอาเอง

ถ้ามีการเก็บข้อมูลของการใช้ และนำมาบอกเล่ากันต่อว่าได้ผลแค่ไหนอย่างไร ใช้ในสภาพแบบไหนที่ได้ผลดี ก็จะเป็นประโยชน์มากครับ

ขอบคุณทุกความเห็นครับ

ประเด็นที่ว่ามีการใช้ข้อมูลพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนประกอบการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนหรือไม่นั้น ถึงแม้ผมจะวิเคราะห์สรุปว่ามีการใช้ข้อมูลจริง ๆ แต่ผมคิดว่าในเรื่องข้อมูลนี้ มันก็มีความละเอียดซับซ้อน จะบอกว่าดำหรือขาวเสียทีเดียวคงไม่ได้ และข้อมูลการพยากรณ์ที่ดีที่สุดที่เรามีตอนนี้ ก็น่าจะยังไม่ดีพอ ผลจึงออกมาเป็นอย่างนี้

เมื่อภูมิอากาศเปลี่ยนขนาดนี้ ผมอยากให้เมืองไทยเราเก่งเรื่อง modelling หรืออย่างน้อยมีข้อมูลดี ๆ ให้ใช้ในการตัดสินใจ และสามารถใช้ข้อมูลเป็น

ขอบคุณครับคุณลุงยีราฟ ข้อมูลในสื่อมีเยอะเหลือกันครับคุณลุง ผมรู้สึกว่าการรู้มากเกินไปคือไม่รู้อะไรเลย ผมจึงพยายามเลือกเสพข้อมูล และต้องหาทางสอนลูกให้เลือกเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเราแย่แน่ ถูกปั่นเป็นเครื่องมือของใครต่อใครได้ง่ายมาก

ผมคิดว่าเรื่องการตั้งกระทรวงน้ำคงต้องคิดให้ดี ๆ เลยครับ การบูรณาการข้อมูล บูรณาการการตัดสินใจและการทำงาน เป็นเรื่องที่จำเป็นแน่นอน แต่รูปแบบกระทรวงเหมาะสมหรือไม่ ในฐานะที่ทำงานใกล้ชิดกระทรวง ผมเสียดายที่จะต้องบอกว่า ถึงจะตั้งขึ้นได้ โอกาสทำงานได้อย่างสำเร็จมีประสิทธิผลอาจจะยากครับ การตั้งกระรวงไอซีทีน่าจะเป็นอุทธาหรณ์หนึ่ง

ทุก ๆ หน่วยงานราชการที่ตั้งขึ้นใหม่มักจะถูกใช้เพื่อสร้างตำแหน่งให้ข้าราชการระดับสูงมีที่ไป "กิน" ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจากที่ระบบของเราอัตคัตตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันในสายตาของข้าราชการระดับสูงเหล่านั้นที่อยากหาที่ไปลง รวมทั้งเป็นที่ให้คนที่มีเส้นสายส่งญาติพี่น้องเข้าไปบรรจุเป็นข้าราชการระดับล่างเพื่อให้มีงานที่มั่นคงทำ มีสวัสดิการ ในขณะที่สิ่งที่เรามองกันว่าควรเป็นกระทรวงน้ำที่บูรณาการเรื่องน้ำเข้าไว้ด้วยกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาคนที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ เข้ามาทำ ในทุกตำแหน่ง สุดท้ายหน้าที่ของกระทรวงกลายเป็นทางผ่านของงบประมาณ เป็นที่เอาไว้จัดซื้อจัดจ้าง ทั้งในการทำของและการสร้างองค์ความรู้ จ้างเขาหมด

ผมคิดว่าหน่วยงานที่จะบูรณาการเรื่องน้ำ (และเรื่องใหญ่อื่นๆ) ต้องสามารถ

  1. คัดเลือกคนมาทำงานได้ ทั้งระดับบริหารและระดับล่าง และเอาคนออกได้ มีบรรยากาศที่คนเก่ง คนดีอยากมาทำงานร่วมกัน (ไม่ถูกคนที่ไม่เหมาะกับงานแทรกตัวเข้ามาทำงานแย่งที่คนที่เหมาะสม)
  2. สามารถประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เป็นราชการได้ โดยมีศักดิ์ศรี และความยำเกรงพอสมควร ไม่จำเป็นต้องมีอำนาจมากมาย แต่ต้องให้ผู้ที่ตัดสินใจเชิงนโยบายเชื่อถือ

สองอย่างนี้ผมฝันอยากเห็น แต่ในระบบของบ้านเราทำยากจังเลยครับ

นเรศ

คำสำคัญ อยากให้มีคำว่า tourism (เฉย ๆ) หรือคำว่า การท่องเที่ยว ด้วยครับ

ขอบคุณครับ ถ้าจะมีส่วนดีก็ยกประโยชน์ให้หนังสือที่ชื่อ Almost Everyone's Guide to Science โดย John&Mary Gribbin ที่มีวิธีอธิบายและตัวอย่างดี ๆ มากมาย โชคดีที่เพื่อนผมชื่อบัญชาชวนไปร่วมแปลหนังสือเล่มนี้ออกมาเป็นภาษาไทย ชื่อว่าจากอณูถึงอะตอม ผมก็เลยพลอยได้อะไรดี ๆ ไปด้วย

ส่วนที่ทิ้งท้ายไว้ว่าจะเขียนเรื่องที่โยงไปถึงสังคมและการเมือง สุดท้ายก็ยังไม่ได้เขียนลงใน gotoknow แต่ผมได้เขียนเป็นเรื่องลงในนิตยสารสารคดี ถ้าสนใจอ่านได้จาก link ข้างล่างนี้นะครับ

http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=912

นเรศ

สวัสดีปีใหม่น้องมะปรางและอาจารย์จันทวรรณครับ

ขออภัยที่ปีที่ผ่านมาขี้เกียจนิดหน่อย งานยุ่งเยอะ ๆ และแอบนอกใจไปเขียนที่ facebook บ้าง แต่ก็ยังเข้ามาดูและเขียนใน gotoknow อยู่เป็นครั้งคราว ดีใจมากที่ยังเห็นความเติบโตของ G2K อยู่ครับ และเห็นพัฒนาการของ interface ฯลฯ ด้วย ขอให้กำลังใจนะครับ

พี่นเรศ

9 วัดที่ไปนมัสการมาในวันนั้นมี

  1. วัดอินทาราม (มีรูปปั้นแขกอาหรับ)
  2. วัดเสด็จ (วัดนี้ลานจอดรถกว้างขวางมาก)
  3. วัดละมุด (กุฏิเป็นบ้านเรือนไทยสวยมาก)
  4. วัดราษฎร์ธรรมาราม (เป็นวัดที่สะอาดมาก ชานพื้นไม้ขัดมันวาว)
  5. วัดบางวันทอง (มีนกสวยงามจำนวนมาก)
  6. วัดแก้วเจริญ (มีของโบราณอย่างกับพิพิธภัณฑ์)
  7. วัดทุ่งเศรษฐี (มีพระสีวลี)
  8. วัดหนองกระพง (เราได้กล้วยอร่อย ๆ มาหนึ่งหวี)
  9. วัดพระยาญาติ (อยู่บริเวณตลาดปากง่าม)

สวัสดีครับ เสียดายวันหยุดสงกรานต์ปีนี้ผ่านไปแล้วนะครับ แต่แถวราชประสงค์ยังหยุดต่อ ;-0

คุณคนอยู่ไกลครับ

ขอบคุณที่แลกเปลี่ยนครับ

ผมคิดว่าหน่วยงานในแวดวงราชการและอบต.ของเรามีอยู่บ่อย ๆ หลักการที่ผมยึดเวลาต้องไปดูงานคือ

  1. วิเคราะห์ประเด็นที่จะต้องไปดูงาน (หรือเจรจา) ทำความเข้าใจว่าเราต้องการอะไร (อย่างที่คุณคนไกลบ้านว่าเลยครับ)
  2. (ถ้าไปหลายคน) ฟอร์มทีมและแบ่งหน้าที่กันว่า ใครจะไปฟังอะไร หรือดูอะไร สอดแนมอะไร จะได้คลุมได้กว้างและกลับมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน
  3. เมื่อไปถึง take note, take note, and take note
  4. กลับมารวบรวมสรุป เขียนไว้ในบล็อกของที่ทำงาน (ใช้่ระบบ wiki) เพื่อแชร์ให้คนอื่นรู้ด้วย และเตือนความจำให้ตัวเอง

ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ทุกครั้งหรอกนะครับ แต่ถ้าทำได้ครบแบบนี้ก็ถือว่าหรู ส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะมีโปรแกรมจัดให้เราได้ไปดูงานต่อวันหนึ่งนั้นก็ถือเป็นกำไร ในโอกาสอย่างนั้นก็ทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีบ้าง

เท่าที่เห็นข้าราชการบ้านเราไปดูงาน หลายครั้งก็แบบที่คุณคนไกลบ้านเล่ามานั่นแหละครับ ประเทศของเราจึงไปได้แค่นี้ ยิ่งมาอยู่ใต้วัฒนธรรมที่ผู้น้อยต้องชำเลืองมองผู้ใหญ่ก่อนที่จะทำอะไรแต่ละที ก็จะมีแต่แบบอย่างที่ไม่ดีให้เห็น ให้สืบทอดไปเรื่อย ๆ

ผมจึงคิดว่า เราดูแบบอย่างคนจากประเทศที่เขาเจริญแล้วก็ไม่เห็นจะเสียหายครับ ถ้าเป็นสิ่งที่ดี ๆ ควรลอกเลียนมาทำบ้างครับ

เป็นผลงานชิ้นเยี่ยมครับ

ขอชื่นชมและให้กำลังใจนักเขียน นักวาดทุกท่าน

นี่เป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ manga ไทย

ฟ้ามี logic ของตัวเองครับ ถ้าอธิบายอะไรให้เขาฟังเรื่องหรือสองเรื่อง เขาจะเอาไปคิดต่อจนคิดว่าเข้าใจหลักการ แล้วนำไปอธิบายอีก 10 เรื่อง ตามความเข้าใจของเขา ก็คงเป็นธรรมดาของเด็กวัยนี้

จริงครับคุณ small man ผมก็สังเกตว่าเป็นอย่างนั้น เห็นได้จากการที่เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนกลุ่มเริ่มจะลดน้อยลง คนไปรวมตัวกันที่คนเสียงดัง ๆ แต่คราวนี้ทางเลือกก็จะอยู่ที่คนตัวเล็กเสียงค่อยอย่างเรา ๆ ว่าจะเลือกไปเกาะกลุ่มฟังผู้ใหญ่เสียงดังเขาคุย หรือเราจะแยกกลุ่มมาคุยกันเองในบรรยากาศแบบเท่าเทียม ตรงนี้ผู้เข้าร่วมเองเลือกได้ถ้ามีความเป็นตัวของตัวเองพอ

ใช่เลยครับคุณป้า โดยเฉพาะหลานสาวนี่ จัดการคุณปู่อยู่หมัดถาวรเลย

ขอบคุณครับคุณชูชาติ เพิ่งทราบว่ารุ่นเดียวกัน

เรื่องรุ่นผมพอจะติดต่อได้เป็นบางคน เช่น พี่สมชาย (มธ.) แล้วเดี๋ยวเราลองติดต่อกันทาง email หรือโทรศัพท์ก็ได้ครับ

นเรศ

ดีใจเช่นกันครับ เวลามาเจอกันในนี้ รู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งเจอกันเมื่อวาน ทั้งที่ผ่านไปเกือบสิบปี! เพิ่งทราบว่าเดี๋ยวนี้พี่เป็นคุณนายไปแล้ว ;-)

แวะไปอ่านมา... เห็นไปเที่ยวญี่ปุ่นมาน่าสนุกดี วันหลังถ้าต้องการมัคคุเทศน์ก็บอกนะครับ ยินดีรับใช้

นเรศ

สวัสดีครับคุณหมอวิจารณ์

ขอบพระคุณที่กรุณาสละเวลามาเข้าร่วม และได้ให้ข้อคิดเห็นดี ๆ เช่นเคยครับ

"จะยุให้ กกอ. (จริงๆ แล้วผู้จัดคือ สกอ.) จัดประชุมแบบนี้    ใช้ foresight technique ร่วมกันวาดภาพอนาคตของระบบอุดมศึกษาไทย    แต่จะปรับนิดหน่อย โดยจะมีทีมรวบรวมข้อมูล SS ในระบบอุดมศึกษาไทย เอามาให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ ศึกษาไว้ก่อน    คือข้อมูลที่ใช้ในเวที foresight ไม่ใช่มาจากประสบการณ์ของผู้ทรงคุณวุฒิเท่านั้น    ต้องมาจากผลการวิจัยหรือการรวบรวมข้อมูลด้วย    โดยเฉพาะข้อมูล SS สะเก็ดเล็กๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ"

ที่คุณหมอคิดจะทำนั้นถูกต้องแล้วและผมเห็นด้วยเต็มที่ครับ ประสบการณ์ของผู้ทรงคุณวุฒินั้นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ต้องมีการศึกษา background ประกอบด้วยเสมอครับ นอกจาก SS แล้ว ถ้าหากมี FS (failure stories) ด้วยก็จะมีประโยชน์มากเช่นกันครับ จะทำให้เราเข้าใจตัวเองได้ดีขึ้น

ผู้ทรงคุณวุฒิที่ให้เกียรติมาร่วมงานออกแบบประเทศไทย ล้วนเป็นท่านที่แสดงความคิดความเห็นต่อสังคมอยู่เสมอ เป็นที่รู้จักดีแทบทุกท่าน นอกจากการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว โดยส่วนตัวผมอยากให้มีเวทีที่เชิญคนรุ่นใหม่ (หรือรุ่นกลาง ๆ) และคนที่ลงมือทำจริงแต่ไม่ได้มีโอกาสพูดกับสังคมมากเท่า ได้มาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยก็จะดีมาก

ภาพอนาคตและการใช้ foresight (ด้านวิทยาศาสตร์) จะช่วยเหลือคนยากคนจน หรือประเทศยากจนได้อย่างไร? ผมเพิ่งเขียน paper เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้กับ Institute for Alternative Futures (http://www.altfutures.com) และกำลังมาประชุมกับเขาเรื่องนี้จัดโดย Rockefeller Foundation ที่เมือง Bellagio เป็นเมืองเล็ก ๆ ในอิตาลี หวังว่าจะได้ความรู้และ connection ที่ดี ๆ เอากลับมาใช้ประโยชน์กับบ้านเราได้มาก ๆ ครับ

http://gotoknow.org/file/naresdamrongcha/view/306430

นเรศ

โตวันโตคืนนะครับ... น้องนีโอ

วันเด็กได้พาน้องนีโอไปไหนหรือครับ

น้องฟ้าไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนมาครับ เป็นงานที่สนุกสุดเหวี่ยง เกือบไม่ยอมกลับบ้านแน่ะ

คิดว่าเด็ก ๆ ที่ไม่ชอบคณิตศาสตร์ เป็นเพราะไม่เข้าใจคณิตศาสตร์ครับ

ความเข้าใจที่แท้จริงในคณิตศาสตร์ เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เด็กชอบวิชานี้

และคนแรกที่ควรจะช่วยให้เด็กเข้าใจได้ก็คือ...พ่อแม่ครับ

ตอนนี้กำลังพยายามสอนเลขให้ลูกอยู่ที่บ้าน

ลูกอายุ 3 ขวบเศษ แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่า สงสัยเริ่มช้าไปแล้วล่ะครับ

สวัสดีครับ คุณ paleeyon

ขอบคุณมากครับ แสดงว่าคล้าย ๆ กับคนนะครับ

พอสละโสดแล้ว ไม่ค่อยสนใจออกไปหาแสงสี 555

แต่เอ... ถ้าดูอย่างนั้น พวกดอกทานตะวันที่ผสมแล้วนี่น้อยมากเลยนะครับ

ขอบคุณครับคุณครูอ้อย คุณครูปู และคุณ add

เนื่องในโอกาสปีใหม่นี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขเช่นกันนะครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี