พลังการเรียนรู้ สร้างสรรค์ สู้การเปลี่ยนแปลง... ผู้สูงอายุอัลไซเมอร์.. สู้การฟื้นคืนสุขภาวะทางสังคมไทย

ในวันนี้เราจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในหัวข้อ ผู้สูงอายุอัลไซเมอร์ ว่ากระบวนการทางกิจกรรมบำบัดสามารถทำให้ผู้สูงอายุอัลไซเมอร์ฟื้นคืนสุขภาวะทางสังคมไทยอย่างไรค่ะ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับโรคก่อนนะคะ

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease) เป็นหนึ่งในโรคสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุด มีความเสื่อมของเซลล์ประสาทมากขึ้นเรื่อยๆ ดำเนินโรคแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยทั่วไปจะพบในผู้สูงอายุ ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะพบอัตราการเป็นโรคมากขึ้น โดยในช่วงอายุ 65-69 ปี พบอุบัติการณ์การเกิดผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 3 คนต่อพันคนต่อปี แต่หากเป็นช่วงอายุ 85-89 ปี จะพบสูงถึง 40 คนต่อพันคนต่อปี พบได้ในทุกเชื้อชาติ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม, ตำแหน่งความผิดปกติบนโครโมโซมที่คู่ที่ 21, 14, 1, และ 19 นอกจากนี้พบว่าในผู้ป่วยโรคกลุ่มอาการดาวน์ (Down’s syndrome) ซึ่งมีความผิดปกติคือมีสารพันธุกรรมของโครโมโซมแท่งที่ 21 เกินมา หากมีชีวิตอยู่เกิน 40 ปี จะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ในที่สุด

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ในช่วงแรกมีปัญหาในการจดจำข้อมูลที่เพิ่งเรียนรู้มาไม่นาน หรือไม่สามารถรับข้อมูลใหม่ๆได้ แต่โดยทั่วไปยังสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ อาการดำเนินโรคจะแย่ลงเรื่อยๆ ต่อมาผู้ป่วยจะมีการสูญเสียความจำในระยะสั้น ถามซ้ำ พูดซ้ำ จนเริ่มเข้าสู่การสูญเสียความจำในระยะยาวและความรู้ทั่วไปก็จะค่อยๆบกพร่องไป ผู้ป่วยจะจำบุคคลรู้จักไม่ได้ และก็อาจจะจำคนในครอบครัวไม่ได้ การพูดและการใช้ภาษาจะบกพร่องชัดเจน มีปัญหาในการสื่อสารบอกความคิดของตนเอง ผู้ป่วยจะมีอารมณ์สับสน วิตกกังวล กระวนกระวาย หงุดหงิด โมโหง่าย อารมณ์แปรปรวน เห็นภาพหลอนโดยเฉพาะในเวลาโพล้เพล้ มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป เช่น เดินหนีออกจากบ้านโดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็นหรือตอนกลางคืน ผู้ป่วยจะเดินไปอย่างไร้จุดหมาย และก็จะกลับบ้านไม่ถูก การควบคุมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็เสียไป เช่น เมื่ออากาศร้อนก็ถอดเสื้อผ้า ถอดเสื้อชั้นในออกหมดแม้จะอยู่ในที่สาธารณะ โดยไม่เข้าใจหรือลืมไปแล้วว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะสม ในช่วงสุดท้ายความทรงจำในระยะสั้น ความทรงจำในระยะยาว ความรู้ทั่วไปก็จะสูญเสียไปทั้งหมด การใช้ภาษาของผู้ป่วยจะลดลงอย่างมาก อาจพูดได้เพียงแค่วลีง่ายๆ จนไม่สามารถพูดได้เลย ผู้ป่วยต้องอาศัยพึ่งพาผู้ดูแลตลอดเวลา ในที่สุดผู้ป่วยจะไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆได้เลย ทั้งการอาบน้ำ กินข้าว แต่งตัว แม้กระทั่งการเดิน หรือการนั่ง ถ้าไม่มีผู้ดูแล ผู้ป่วยก็จะได้แต่นอนนิ่งๆอยู่บนเตียงตลอดเวลา และไม่สามารถควบคุมการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะได้ บางคนอาจมีอาการชัก กลืนลำบากร่วมด้วย


โรคอัลไซเมอร์ส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตทุกด้าน


การประเมินทางกิจกรรมบำบัด

นักกิจกรรมบำบัดจะประเมินทุกด้าน ทั้งตัวผู้รับบริการ สิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยเกี่ยวข้องกับตัวผู้รับบริการ การทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต และทักษะการแสดงความสามารถของผู้รับบริการ


ทำอย่างไรจึงจะสร้างแรงจูงใจและความสามารถของผู้รับบริการ?

การสร้างแรงจูงใจในการทำกิจกรรมของผู้รับบริการ ควรเป็นกิจกรรมที่ผู้รับบริการต้องการทำ ให้ความสนใจต่อกิจกรรมนั้นโดยดึงครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำกิจกรรม

การแสดงความสามารถในการทำกิจกรรมของผู้รับบริการ เกิดได้จากกิจกรรมที่ทำตรงกับระดับความสมารถของผู้รับบริการ ผ่านกระบวนการวิเคราะห์สังเคราะห์กิจกรรมของนักกิจกรรมบำบัดเพื่อปรับความยากง่ายในการทำกิจกรรมให้เหมาะสม ลดปัจจัยที่ขัดขวางและเพิ่มปัจจัยที่ส่งเสริมในการทำกิจกรรม ให้ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมนั้นได้ด้วยตนเองอย่างปลอดภัย


กระบวนการรักษาโดยใช้สื่อทางกิจกรรมบำบัด

Therapeutic relationship to recovery : นักกิจกรรมบำบัดสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้รับบริการและครอบครัว พูดคุยรับฟังอย่างตั้งใจ สบตาอย่างอบอุ่น รับรู้ถึงปัญหาและความรู้สึกของผู้รับบริการ รวมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับบริการและครอบครัวให้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกันมากยิ่งขึ้น

Therapeutic environment to empowerment : ให้อุปกรณ์ช่วยที่เหมาะสมกับผู้รับบริการ เช่น บันทึกเตือนความจำ ตารางการทำกิจวัตรประจำวัน เป็นต้น พร้อมทั้งปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะสมกับผู้รับบริการ ลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายจากสภาพแวดล้อม การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิสภาพของโรคและการดูแลที่ถูกต้องกับครอบครัวของผู้รับบริการ อีกทั้งให้ผู้รับบริการและครอบครัวมีส่วนร่วมในการวางแผนการรักษา การเลือกกิจกรรม ร่วมกับนักกิจกรรมบำบัด

Therapeutic use of self to empathy : การใช้ตนเองเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้รับบริการ เข้าใจถึงความรู้สึก สนใจ และใส่ใจผู้รับบริการ ให้โอกาสผู้รับบริการได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมด้วยตนเอง แสดงความสามารถของตนเองเพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกมีคุณค่าในชีวิต ไม่รีบเร่งทำให้ผู้รับบริการรู้สึกไม่ดีถึงพยาธิสภาพของตนเอง

Therapeutic skill to active learning : กิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างทักษะของผู้รับบริการ ให้มีการเปลี่ยนแปลงบทบาทหรือความสามารถในทางที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมกลุ่ม การทำกิจกรรมกลุ่มมีส่วนช่วยได้มากโดยจัดกลุ่มให้ตรงตามระดับความสามารถความรู้คิดและทักษะทางสังคม


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ



ความเห็น (0)