ชีวิตที่พอเพียง ๒๖๐๗. Qualitative Human Input


ในการประชุมคณะกรรมการ CSR ของธนาคารไทยพาณิชย์ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๙ มีวาระ รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability Development Report) ของธนาคาร ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเพื่อสังคมส่วนที่ไม่ใช่ CSR In-Process ของธนาคาร ฝ่ายเลขาฯ นำร่างรายงานมาให้กรรมการให้คำแนะนำ

ผมได้เรียนรู้จากข้อเสนอของท่าน ดร. จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ว่ารายงานดังกล่าวยังขาดการเน้นว่า ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดที่ธนาคารไทยพาณิชย์ลงทุนไปในเรื่อง CSR คือสมองคน เพราะเรามีกรรมการ CSR จากผู้อาวุโส และจากผู้บริหารสูงสุดของธนาคาร ที่เอาจริงเอาจังเรื่องการทำประโยชน์ตอบแทนสังคม และในการประชุม ก็หารือกันอย่างเอาจริงเอาจัง หวังให้เกิดผลต่อสังคมจริงๆ ไม่ใช่แค่เพื่อการประชาสัมพันธ์

ดร. จิรายุท่านใช้คำว่า Qualitative Human Input ในการลงทุนตามที่อธิบายในย่อหน้าบน โดยที่ผมเองก็มีความรู้สึก มานาน ว่า input ที่มีคุณค่ามากที่สุดเรียงตามลำดับของงาน CSR ของธนาคารไทยพาณิชย์ ได้แก่ (๑) ทุนสมอง (Qualitative Human Input) (๒) การจัดการ ส่วนของมูลนิธิสยามกัมมาจล ที่จัดการความสัมพันธ์และร่วมมือกับ เครือข่ายภาคี (๓) เงิน

เป้าหมายงาน CSR ของธนาคารไทยพาณิชย์คือ การพัฒนาเยาวชน เน้นที่พัฒนานิสัย โดยหวังว่า นี่คือการวางพื้นฐานคนรุ่นต่อไปให้แก่สังคมไทย โดยคณะกรรมการให้นโยบายว่า ไม่เน้นทำเอง แต่เน้นเป็น catalyst ซึ่งเราค่อยๆ พบว่า catalysis ของ chemical process กับ catalysis ของ social development process แตกต่างกัน

chemical process มันดำเนินไปเองจนสิ้นสุด แต่ social development process ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อมีการดำเนินการโครงการนำร่อง และพบวิธีการที่ได้ผลดี มันมีตัวปิดกั้น ที่หน่วยงานราชการจะเข้ามารับไปดำเนินการขยายผล ในขณะที่หากเป็น สสส. เขาจะตะครุบทันที การทำหน้าที่ catalyst ในปฏิกิริยาทางสังคมจึงต้องใช้วิธีการจัดการเอาชนะตัวปิดกั้นนี้ ที่น่าจะเป็นปัจจัยเชิงวัฒนธรรม และเชิงอำนาจ ซึ่งต้องการ Qualitative Human Input ต่อไปอีก

ในการทำงานเชิงสังคมที่ผมเข้าไปมีส่วนในขณะนี้ แปลกมาก ที่ปัจจัยปิดกั้นกลายเป็นส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน เอ็นจีโอ และหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นหน่วยราชการ (เช่น สสส.) กลับเป็นตัวทำปฏิกิริยา เพื่อขยายผลไปสู่สังคมวงกว้าง

หัวหน้าส่วนราชการที่ผมพบ มักไม่สนใจผลงานเพื่อวางรากฐานความเข้มแข็งของสังคมวงกว้าง เขาสนใจรากฐานส่วนตัวมากกว่า ไม่ทราบว่าผมมองเขาในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า


วิจารณ์ พานิช

๒๐ ม.ค. ๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

for show มั่วนิ่ม กินฟรี
ละเลยเรื่องดีถ้า "นาย" ไม่สน
คือตัวปิดกั้นไม่รับรองผล
มาเพียงเยี่ยมยลเปิดป้ายถ่ายรูปแล้วรายงาน