๓๘๒. ธุรการ ONE STOP SERVICE ...ผลสัมฤทธิ์เริ่มที่อนุบาล

ผมจึงเชื่อเสมอว่า..การบริหารจัดการ..เป็นนวัตกรรม..ที่สำคัญที่สุด..ของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศ และเป็นที่จับตามองของต้นสังกัด ที่พยายามถามหาคุณภาพ โดยที่ไม่เคยคำนึงถึง..ต้นทุนที่โรงเรียนมีอยู่......

ผมคิดว่า..”ชยันโต..โมเดล”ของผม..เห็นผลเชิงประจักษ์มากขึ้น เป็นลำดับ อาจเป็นเพราะ..กระบวนการคิดที่ตกผลึกแล้ว..และได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติจริง..ในทุกโอกาสที่ทำได้ จะทำทันทีโดยไม่ต้องรอให้พร้อมก่อน ขณะเดียวกัน เมื่อมีปัญหา จะมองว่า..แท้จริงมันคือปัญหา หรือเปล่า อาจไม่ใช่ปัญหาก็ได้..เป็นเพียงเรื่องราวเล็กๆ ในชีวิตครู..ที่เราจะต้องลงไปบริหารจัดการ...

ดังนั้น..ผมจึงเชื่อเสมอว่า..การบริหารจัดการ..เป็นนวัตกรรม..ที่สำคัญที่สุด..ของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศ และเป็นที่จับตามองของต้นสังกัด ที่พยายามถามหาคุณภาพ โดยที่ไม่เคยคำนึงถึง..ต้นทุนที่โรงเรียนมีอยู่......

ผมจึงเริ่มต้นโมเดล ด้วย..ถ้อยคำสำคัญที่ว่า “..ธุรการ ONE STOP SERVICE....ผลสัมฤทธิ์ เริ่มที่อนุบาล...”ธุรการ..ในที่นี้..คือการจัดการ..ที่ผู้บริหารลงไปประสาน ช่วยเหลือ..เป็นผู้อำนวยความสะดวก..(ผอ.) เพื่อลดขั้นตอน..เพื่อให้งานเดินไปได้อย่างคล่องตัว ราบรื่น และลดปัญหา..ท้ายที่สุด..เพื่อให้งานสำเร็จ..(แบบว่า..คนต้องสำราญกับงานด้วย)

อย่างวันเสาร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา.มหกรรมการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน(O-NET) ป.๖ มีครู ๒ ท่าน ไปเป็นกรรมการคุมสอบ ท่านหนึ่ง..ไปงานบวชญาติ อีกท่านหนึ่ง..สุขภาพไม่สู้ดี ท่านสุดท้ายขอสอนพิเศษ ชั้น ป.๓ – ๔

คงเหลือ ผอ.คนเดียว..ที่จะนำพาเด็กไปสู่สนามสอบกลาง ณ โรงเรียนดีศรีตำบลที่อยู่ในตลาด เมื่อส่งเด็กเข้าห้องสอบแล้ว ก็ไปจัดเตรียมข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่มให้นักเรียน สำหรับมื้อกลางวัน เมื่อเด็กสอบเสร็จแต่ละวิชา..ยังต้องคอยเตือนเรื่องเวลา และบอกนักเรียนเข้าห้องน้ำ เพื่อให้เกิดความพร้อมมากที่สุด พูดง่ายๆ ก็คือ..เป็นผู้ดูแลควบคุมกำกับติดตามนักเรียนให้เข้าสอบและเดินทางไปกลับอย่างเรียบร้อยปลอดภัย..จึงถือว่า..ได้ทำหน้าที่ธุรการ..ซึ่งใครจะมองอย่างไร..ผลจะเป็นอย่างไร..ไม่สำคัญเท่า..เราได้ทำดีที่สุดแล้ว..

ส่วนผลสัมฤทธิ์เริ่มที่อนุบาล..ซึ่งถือเป็นงานพัฒนาคุณภาพที่สำคัญ ปีการศึกษา ๒๕๕๘ ก็นับว่า..ได้มีความต่อเนื่องในหลายด้าน..ทั้งในเรื่อง..การจัดหาหนังสือ แบบฝึก ให้นักเรียนชั้นอนุบาล ๒ ได้ฝึกเขียนฝึกอ่าน ให้เกิดความพร้อมในระดับหนึ่ง การจัดหาสื่อ วัสดุอุปกรณ์ภายในห้องอย่างครบครัน จนเป็นที่กล่าวขวัญเลื่องลือของผู้ปกครอง ที่อยากส่งลูกหลานมาเข้าเรียน มีการจัดทำรั้วรอบขอบชิด พัฒนาสิ่งแวดล้อมห้องน้ำห้องส้วม และล่าสุด..ระบายสี วาดรูป ฝาผนังด้วยสีสันต์ การละเล่นของเด็กไทย และภาพสัตว์ที่นักเรียนสนใจ..

นับเป็นการลงทุนลงแรง อยู่พอสมควร ใช้ทั้งแรงกายแรงใจ ใช้เวลาและเงิน..มาอย่างต่อเนื่อง บังเกิดผลดี อย่างเป็นรูปธรรม..จึงเชื่อได้ว่า..ถ้าธุรการและอนุบาล ได้จัดการให้ดี มีความพร้อม อย่างอื่นที่เรียกว่า..คุณภาพ..จะตามมาเอง..โดยที่ไม่ต้องเรียกร้องอะไรมาก

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (0)