| 6 | พลังงานฟ้า | USD$ | 91.312.939 | 92.694.000 | 97.360.000 | 102.910.000 |
| 7 | ผลติพันการกรเศษและสัต | USD$ | 5.706.274 | 7.661.796 | 11.123.019 | 12.000.000 |
| 8 | อุคสะหะกรรมและอื่นๆ | USD$ | 16.871.067 | 17.054.591 | 7.166.805 | 9.000.000 |
| 9 | อื่นๆ | USD$ | 2.832.853 | 4.274.604 | 8.410.000 | |
| รวม | USD$ | 224.746.388 | 219.606.548 | 265.509.019 | 284.320.000 |
2.5. นโยบายความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ-การค้ากับต่างประเทศ รัฐบาล สาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว ได้วางแผนนโยบายความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าแต่ปี1986 เป็นต้นมา ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจกับต่างประเทศ ได้มีการขยายตัวออกอย่างกว้างขวางตามทิตเปิดกว้างของรัฐบาล แต่ก็มีอันท่าทายหลายประการเช่น ปัญหาเงินเฟ้อ ได้เอาใจใส่คลุ้มครองราคาสินค้า ส่งเสรีมการนำเข้าวัตถุประกรพาหนะเครื่องมือรับใช้ การผลิต และการลงทุน ไม่สามารถส่งเสริมการนำเข้าประเพทสินค้าที่สามารถผลิตอยู่ภายใน และประเพทสินค้าฟุ่มเฟือยต่างๆ ความร่วมมือเศรษฐกิจกับต่างประเทศนี้ถือเป็นมาตรการหนึ่งในการผลักดันการแข่งขันในตลาดภายในของลาว ทำให้กลุ่มธุรกิจของลาวมีความเข้าใจถึงปัญหา และความต้องการของตลาดในโลก ปัญหาผลิตของตนที่จะส่งออกขาย และปัญหาการโคสะนาสินค้าอีกด้วย ทำให้การเคลื่อนไหวธุรกิจเข้าสู่การจัดตั้งที่มีการนำพาเคลื่อนไหวตามระเบียบตั้งเป็นกลุ่มหมวดสินค้าติดพันกับแผนปฏิบัติดูลการค้าอย่างเข้มงวด ทำให้มาตรฐานการคลุ้มครองขาออก-ขาเข้าได้รับการปฏิบัติอย่างถูกทิดและได้นำใช้กฎหมายว่าด้วยการดำเนินธุรกิจ เกี่ยวกับการค้า ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศใช้ในวันที่ 18/07/1994 เป็นต้นมา และการมีกฎหมายดั่งกล่าว จะเป็นทักสนะที่ดีต่อต่างประเทศ จะทำให้ต่างประเทศมีความมั่นใจหลายขึ้นต่อความเสี่ยงในด้านธุรกิจของนักลงทุนและทำให้เขาเข้าใจว่า การดำเนินธุรกิจของลาวก็มีกฎหมายรองรับและยึดถือในหลักการของสากลตลอดมา 2.5.1. นโยบายความสัมพันธ์เศรษฐกิจ-การค้าสองฝ่าย เพื่อเพิ่มทวีการเปิดกว้างความสัมพันธ์หลักการความร่วมมือการค้ากับต่างประเทศแบบหลายทิดตามนโยบายของพักและรัฐบาล ซึ่งได้มีการชันสัญญาการค้าและความร่วมมือกับหลายประเทศเป็นต้นการทำสัญญาร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าและวิธยาศาสตร์เทคนิคกับรัฐเชีย พร้อมทังชันบทบันทึกว่าด้วยความร่วมมือรถเมไฟฟ้า และธุรกิจการยา ได้ค้นคว้าปรับปรุงสัญญาการค้ากับสโลวัก สำหลับบุนกาลี รงกาลี ชักโก โปโรย กุยบา ก็ได้มีการปรึกษาหารือเพื่อค้นหาช่องทางทางการค้าสองฝ่ายและพิเศษแม่นกับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 2.5.2.ความหมายสำคัญของความสัมพันธ์การค้าแบบสองฝ่าย ความสัมพันธ์แบบสองฝ่ายหรือความสัมพันธ์แบบทวีภาคี หมายถึงข้อตกลงหรือการจัดแจงระหว่างประเทศหนึ่งกับอีกประเทศหนึ่ง สัญญาการค้าสองฝ่ายเป็นข้อตกลงแบบสองฝ่าย ที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ เกี่ยวกับการค้าสองประเทศ ภายใต้สัญญาดั่งกล่าว สองฝ่ายมีการกำหนดเงื่อนไขทางการค้า โดยทั่วไปแล้วจะกลวมเอาถึงการให้สิทธิพิเศษของการเข้าสู่ตลาดซึ่งกัน และกันแบบเท่าเทียม ดั่งนั้นความสัมพันธ์การค้าแบบสองฝ่ายจึ่งมีความหมายสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของการแข่งขันอันรุนแรงใน ปัจจุบัน เพื่อทำให้สามารถบันรุจุดประสงค์ของการเข้าสู่ตลาด และยาดได้ส่วนแบ่งของตลาดอย่างมีข้อกีดกั้นน้อยที่สุด ฉะนั้นปัจจุบันการสร้างตั้งเขตการค้าเสรีในขอบสองฝ่าย หรือBilateral free trade area จึ่งกำลังเป็นกระแสนิยม ถึงแม้ว่าเกือบหมดทุกประเทศในโลกเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก(WTO) และการสล้างตั้งกลุ่มเศรษฐกิจในระดับขงเขตก็เกิดมีขึ้นอย่างกว้างขวางเช่น EU ASEAN NAFTA. 2.5.3. ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ-การค้าขงเขตอาชีตาวันออกเสี่ยงใต้ ส ป ป ลาวมีสัญญาความร่วมมือทางการสองฝ่าย กับเกือบทุกประเทศที่เป็นสมาชิASEANยกเว้น บรูไนท์และสิกะโป ซึ่งประเทศสิงกะโปถือว่าเป็นประเทศที่เปิดเสรีทางการค้าหลายอยู่แล้วหมายว่าการเข้าสู่ตลาดของประเทศสิงกระโปไม่มีข้อกีดกั้นทางภาษี อัดตราภาษีนำเข้าเกือบว่า 0%หมด ยกเว้นบางลายการสินค้าที่ต้องห้ามเช่น อาวุดสงคราม นอกนั้น ประเทศอยู่ทะวีปอาชีตาวันออกเช่น ส ป จีน ส ป ป เกาหลี และ มงโกลี ก็ได้มีสัญญาการค้าสองฝ่ายกับ ส ป ป ลาว 2.5.4. ความสัมพันธ์กับอาเชี่ยน ( ASEAN ) เพื่อปฏิบัตินโยบายการต่างประเทศ สันติภาพ เอกลาด มิตรภาพและความร่วมมือ ในปี 1992ส ป ป ลาวได้เข้าเป็นภาคีของสนธิสัญญาไมตรีจิตและความร่วมมือในอาชี ซึ่งเรียกย่อว่า สนธิสัญญาบาหลี และได้กลายเป็น ผู้สังเกตการของเอเชี่ยน นับแต่เดือนกรฤาคม 1992เป็นต้นมา ส ป ป ลาว ได้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวต่างๆของASEANเพื่อผลประโยชน์แห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของบรรดาประเทศในภาคพื้น ส ป ป ลาวเข้าเป็นสมาชิก ASEAN ปี 1997เป็นต้นมาผลประโยชน์ที่ได้รับในการเข้าเป็นสมาชิกASEAN
- ทำให้เศรษฐกิจของ ส ป ป ลาวได้เปลี่ยนเศรษฐกิจธรรมชาติและปรับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีการเชื่อมโยงกับสากล
- ทำให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวและยับเข้าสู่เศรษฐกิจเศรษฐกิจของสากล
- ทำให้ ส ป ป ลาวมีบทบาทในการต่อรองและร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจกับสากล โดยเฉพาะการได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า จากสหภาพยูโรป ในการใช้แหล่งทุนกำเนิดสินค้าที่มาจาก ASEAN
- การเข้าร่วมเขตการค้าเสรี ASEAN ของ ส ป ป ลาวนับวันที่ 1/1/1998เป็นต้นมาได้รับความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ ดัดปรับบางระเบียบและหลักการจำนวนหนึ่ง
- ระบบมาตรถานและคุณนะภาพสินค้าของ ส ป ป ลาวได้รับการปรับปรุงเป็นก้าวๆมาและอื่นๆ 2.5.5. ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ-การค้ากับอียู(European Union) ในปี 1986ลาวได้สร้างสายสัมพันธ์ทางการทูตระว่างสองฝ่าย ในวันที่ 29/04/1997 ได้ลงนามว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาเศรษฐกิจ และการค้าระว่างการค้าลาวกับ European Union ได้ลงนามอยู่ที่ลุกชำบัว กาช่วยเหลือของEuropean Union แก่ ส ป ป ลาว โดยเฉพาะแต่ปี 1991เป็นต้นมาเพิ่มขึ้นเลื้อยๆในมูลค่าประมาณ110ล้านดอนรา และมี 16โครงการเช่น: โครงการจักสูบน้ำ ริมงื่ม โครงการบุระนะบึงทาดหลวง โครงการจัดสันถิ่นถานให้ชาวอบพะยกกับคืนประเทศ โครงการแผนพัฒนาฟ้าน้ำตกทั่วประเทศโครงการพัฒนาชนนะบทขนาดเล็กโครงการควบคลุมพญาติติดต่อทางเพท และอื่นๆ 2.5.6. ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ-การค้ากับสหรัฐอาเมริกา รัฐบานแห่ง ส ป ป ลาว และรัฐบานแห่งสหรัฐอาเมริกา ได้ลงนามทางการค้าร่วมกันแต่ปี 1997แต่สัญญาดั่งกล่าวนั้นยังไม่ถูกรับรองจากรัฐสภาสะหะรัฐเทื่อ ต้นปี 2003รัฐบาลสะหะรัฐได้ส่งหนังสือถึงรัฐสภาสะหะรัฐสนับสนุนการผ่าน NTR( NORMAL TRADE RELATION )ให้แก่ลาว แต่ยังอยู่ไนการพิจาระนาของรัฐสภาสะหะรัฐ (คะนะกรรมาธิการนิติกรรม)เพื่อเปิดสั้นทางให้แก่การพิจาระนาNTR ให้แก่ลาวในวันที่19/09/2003รัฐบาลสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว และรัฐบาลสะหะรัฐอาเมริกาก็ได้ลงนามสัญญาการค้าสองฝ่ายร่วมกัน ปัจจุบันได้มีนักลงทุนของสะหะรัฐได้ลงทุนอยู่ในสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว มีจำนวน 50โครงการถือว่าเป็นอันดับที่สองรองจากนักลงทุนประเทศไทย 2.5.7. ความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ-การค้ากับราชอานาจักไทย ไปเคียงคู่กับความร่วมมือทางด้านการเมือง( โคลงบน ) นั้นความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ ( โคลงล้าง) ก็มีความสำคัญเพระมีเป็นสิ่งสนับสนุนความสำพันธ์ความร่วมมือของโคลงบนมีการขยายตัวถ้าหากว่าความสัมพันธ์ร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจมีการขยายตัวเว้ารวม เว้าเฉพาะความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจระหว่างไทย - ลาวก็มีหลายแขนงการที่กำลังดำเนินอยู่เป็นต้น
- ความสัมพันธ์ร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า
- ความสัมพันธ์ร่วมมือทางด้านการกระเศษ – ป่าไม้
- ความสัมพันธ์ร่วมมือทางด้านภาษี-อากร
- ความสัมพันธ์ร่วมมือทางด้านโทรมนาคมขนส่งไปรษณีย์ และก่อสล้าง
- ความสัมพันธ์ร่วมมือทางด้านการค้า-การท้องเที่ยว
- ความสัมพันธ์ร่วมมือทางด้านการเงิน-การธนาคาร#. สถิติการลงทุนของต่างชาติในลาว นับจากปี 2531 จนถึงเดือนมกราคม 2548 มีโครงการจากต่างชาติที่ได้รับอะนุญาติให้มาลงทุนในลาว รวมทั้งหมด 1,246 โครงการ มีมูลค่าการลงทุน 5,397.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้ ไทยเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนในลาวมากที่สุด เป็นจำนวน 331 โครงการ มีมูลค่าการลงทุน 2,277.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณร้อยละ 42.19 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมดประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนในลาวลำดับรองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, มาเลเซีย, ผรั่งเศษ, จีน, เวียดนาม, เกาหลี, นอร์เวย์, ไต้หวัน, นิวซีแลนด์, ออสเตรเลีย, รัสเซีย, อังกฤษ และ ญี่ปุ่น แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทางจีน เวียดนาม และเกาหลี มีแนวโน้มที่จะขยายการลงทุนในส ป ป ลาวมากขึ้น สำหรับสาขาที่ลาวได้รับเงินลงทุนจากต่างชาติมากที่สุด คือ การผลิตพลังงานไฟฟ้า มีมูลค่า 2,274.3 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 42.13 ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด รองลงมาได้แก่ โทรคมนาคม, โรงแรม-ร้านอาหาร, อุตสาหกรรม-หัตถกรรม, ภาคบริการ, อุตสาหกรรมไม้, การเกษตร, การก่อสร้าง, เหมืองแร่, การค้า, ธนาคาร และ สิ่งทอ ตามลำดับ การลงทุนของไทยในส ป ปลาว สาขาที่มีการลงทุนมาก ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า, โทรคมนาคม, ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว, อุตสาหกรรม-หัตถกรรม, ธนาคาร, เสื้อผ้าสำเร็จรูป, การเกษตรและการเกษตรแปรรูป, ตัวแทนการค้า, การก่อสร้าง และ เหมืองแร่ เฉพาะในปี 2547 การลงทุนของต่างชาติในส ป ป
อ่านแล้ว