ข่มขืนแล้วรัก: เมื่อใดที่ละครน้ำเน่าไทยจะหยุดการคุกขามทางเพศที่ไร้สาระนี่ซะที?

หลังจากที่พ่อของตนเองฆ่าตัวตาย Pathawee นักธุรกิจผู้โกรธแค้นรู้ได้ทันทีว่าครอบครัวที่เป็นศัตรูของเขาจะต้องรับผิดชอบ หลายปีต่อมา เขาแก้แค้นการตายของพ่อเขาด้วยการทำให้ Chidchaba ซึ่งเป็นลูกสาวของศัตรูมาเป็นทาส Pathawee ตอนนี้เป็นทั้งเจ้าบ่าว, ผู้ก่อกวน, และผู้ข่มขืน Chidchaba ในตอนนั้นหล่อนกำลังมีท้องและเกือบฆ่าตัวตายเพื่อทำแท้งลูก Pathawee เป็นชายธรรมดาคนหนึ่ง แต่ในธุรกิจของหนังน้ำเน่า เขาเป็นตัวละครที่สำคัญสุดๆ

Pathawee เป็นทั้งผู้ข่มขืนต่อมาก็เป็นคนรักได้กระทำชำเรากับ Chidchaba ซึ่งเราอาจเรียกว่า ‘ไฟรักแห่งความรัญจวนที่ไม่มีวันสิ้นสุด’ (‘Unending Fire of Passion’) หนังเรื่องนี้เป็น 1 ใน 10 เรื่องของละครน้ำเน่าในปี 2015 คนไทยส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าไฟรักแห่งความรัญจวนที่ไม่มีวันสิ้นสุดเป็นเรื่องธรรมดา เพราะ 5 ในละครน้ำเน่าก็เป็นเรื่องการข่มขืนที่เป็นเรื่องรักๆใคร่, ความรุนแรง, และการทารุณกรรมทางเพศเพื่อที่จะสร้างคู่ที่ทรงพลังทางอารมณ์ทั้งสิ้น

ถึงแม้ว่าจะมีโฆษณาต่างๆเพื่อหยุดการกระทำดังที่ว่านั้น แต่อุตสาหกรรมหนังน้ำเน่าไทยก็ไม่สามารถจะก้าวข้ามพฤติกรรมดังกล่าว ในท้ายที่สุดจะก่อให้เกิดวัฒนธรรมการข่มขืน และการกระทำชำราผู้หญิงทั้งหลาย

ฉากแห่งความรุนแรงและการทารุณกรรมทางเพศระหว่างดาราที่เป็นชายและหญิงที่เป็นคู่ปรับนั้นเป็นสิ่งที่ปรากฏขึ้นทั่วไปในละครน้ำเน่าที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ละครเหล่านี้ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างคู่แค้นซึ่งต่อมาจะกลายเป็นคู่รักบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ธรรมดาอย่างมากในการที่ผู้ชมจะเป็นกลุ่มผู้ชายกระทำชำเราต่อกลุ่มผู้หญิง ทั้งที่ผู้หญิงก็ไม่ต้องการ ฉากตบ-จูบก็คือการขายฉากที่ปรากฏโดยทั่วไปในละครน้ำเน่า ละครเหล่านี้จะมีดาราหญิงตบดาราชายที่พยายามจะจูบหล่อน ภาพของ “ผู้หญิงที่ดี” เป็นสาเหตุอันหนึ่งที่ผู้ผลิตใช้ในการตัดสินระหว่างการข่มขืนกับการบังคับในฐานะที่เป็นการกระทำของความรัก

Nitipan Wiprawit กล่าวว่า “ในทางประเพณีนั้น ผู้หญิงที่ดีไม่สามารถเริ่มต้นในเรื่องรักได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พ้นสมัย, ลดทอนความเป็นมนุษย์, และไกลจากความเป็นจริงมาก” เขาเป็นผู้ที่ปล่อยโฆษณาต่อต้านการทารุณกรรมทางเพศในเชิงรักใคร่ และเรื่องทางเพศในละครน้ำเน่าของไทยในปี 2014 และยังกล่าวอีกว่า “สถานีรายงานว่าการข่มขืนในฐานะที่เป็นอาชญากรรมในตอนกลางวัน และได้รับการถ่ายทองในตอนกลางคืน เห็นได้ชัดเจนว่าปัญหาอยู่ที่ตรงนี้”

มีข่าวที่ใหญ่ข่าวหนึ่งที่ว่าด้วยกลุ่มลูกเสือชายถูกถ่ายทำว่ากำลังร่วมเพศกับลูกเสือหญิงในโรงเรียนประถม ในเวลาต่อมาพ่อแม่ของกลุ่มผู้ชายอาจได้รับคำหยามเหยียดในเรื่องนี้ ความไม่มีสาระดังกล่าวทำให้ Nitipan ปล่อยคำร้องที่ Change.org ซึ่งได้รับลายเซ็นประมาณ 400 พันลายเซ็น

เขากล่าวว่า “ฉันไม่ชอบฉากการข่มขืนที่นำมาซึ่งเรทอาชญากรรมทางเพศนักหรอก แต่มันแอบซ่อนการโฆษณาการทารุณกรรมทางเพศไว้ในรูปของความบันเทิงและการทำโทษ” นอกจากนี้ “ยังส่งผลในการโฆษณาความคิดที่ว่าเหยื่อที่ถูกข่มขืนควรจะต้องอาย และผู้ชายจะเป็นเจ้าของผู้หญิงได้ด้วยการมีเซ็กซ์”

ละครน้ำเน่าที่เป็นประเพณี ไม่เพียงแต่กลุ่มผู้ชายที่เป็นคู่ขัดแย้งที่ชอบทำการข่มขืนจะไม่ถูกกล่าวหาหรือกล่าวโทษเท่านั้น แต่เหยื่อยกลุ่มผู้หญิงที่ถูกลดคุณค่าแห่งความมนุษย์โดยโครงเรื่องแบบที่เน้นการข่มขืนเท่านั้นที่จะถูกกล่าวโทษ นอกจากนี้การกล่าวหาในทางเพศก็เป็นสิ่งที่รับได้ ดังนั้นสิ่งนั้นจะนำเสนอผู้ชมในเรื่องการทำโทษในเชิงโรแมนติค (romantic punishment) ลองพิจาณาดูทที่พลเอกประยุทธที่เสียดสีเรื่อง บิกีนี่ ในเรื่องการฆาตกรรมบนเกาะเต่า และในกรณีเรื่องการข่มขืนชาวอังกฤษ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาเหยื่อสิ ละครเหล่านี้เป็นผลหรือเป็นสาเหตุของสังคมพิเฉย (ignorant society)? ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม สิ่งนั้นไม่ได้ช่วยปลูกฝังในวัฒนธรรมในตระหนักรู้เรื่องสิทธิของผู้หญิงในสังคมไทยเลย

ในการสัมภาษณ์กับ Prachatai ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ชื่อ Chanida Chitbundit กล่าวว่า ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะได้อันดับที่ 76 ในเรื่องตัวบ่งชี้ด้านความไม่เท่าเทียมกันทางเพศสภาพ (the Gender Inequality Index by UNDP) ในปี 2014 แต่ก็มีข้อจำกันในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย และเสนอเพิ่มเติมว่า สิทธิสตรี (feminism) จะต้องสอดคล้องกับประชาธิปไตยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนการรับรู้เรื่องการรักชาติอย่างรุนแรง

นักวิจารณ์สังคมที่ชื่อ Lakkana Punwichai ได้บ่งชี้ในงานสิทธิสตรี (feminism) เมื่อ 2 ปีก่อนถึงสิ่งที่ดูเหมือนขัดแย้งกัน (paradox) ในการสนับสนุนสิทธิสตรีขึ้นในสังคมไทย เนื่องมาจากลักษณะชาตินิยมอย่างสุดขั้วที่กีดกันสังคมไทยต่อแนวคิดหรืออุดมการณ์ทางตะวันตก เช่นสังกัป (concept) เรื่องสิทธิมนุษยชน, ประชาธิปไตย และเสรีนิยม

Lakhana กล่าวว่า “ พวกเราหลายคนเกี่ยวกับเรื่องปัญหาของผู้หญิง แต่ไม่เคยขุดค้นไปในเรื่องอุดมการณ์ที่อยู่เบื้องหลังปัญหาเหล่านั้น หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอุดมการณ์ แต่หันกลับไปเชิดชูการเมืองในเชิงสถาบัน” “พวกเรามีนักกิจกรรมสิทธิสตรีในเวลาเดียวกันก็สนับสนุนรัฐราชการและอนุรักษ์นิยมรวมกันไปด้วย ดังนั้นเราจึงมีเกย์ที่สนับสนุนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช”

เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว นักวิชาการสื่อและนักวิชาการต่างๆ ได้เสนอเรื่องสิทธิสตรีในสื่อ พยายามที่จะเสนอเรื่องโมเดลการบังคับใช้กฎหมาย, เสรีภาพของสื่อ, และการเรียนรู้สื่อ ในขณะเดียวกัน กสทช (the National Broadcasting and Telecommunication commission (NBTC) ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องจริยธรรมในสื่อต่างๆด้วย อย่างไรก็ตาม กสทช ได้ประเมินสื่อใน 2 ลักษณะ ซึ่งก็คือการนำละครเรื่องเหนือเมฆจากการฉาย และได้รับเสียงวิจารณ์เรื่องเครื่องมือทางการเมืองเพื่อที่จะทำให้เสียงต่อต้านทหารหมดไป แม้กระนั้นจะมีระบบเรทติ้ง ที่สามารถนำเรื่องสำหรับผู้ใหญ่มาฉายในตอนกลางวันแล้วก็ตาม

การมาถึงของอินเตอร์เน็ท, ดิจิตอลทีวี, และเว็ปดูหนังที่ชื่อ Netflix หมายถึงการที่ผู้ชมชาวไทยมีทางเลือกมากกว่าแต่ก่อน ทั้งช่อง 3 และ 7 ซึ่งเป็นช่องที่นำเสนอละครน้ำเน่าต้องถูกท้าทายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรทติ้งโดยเฉลี่ยของละครน้ำเน่าทั้ง 3 เรื่องได้หยุดเหลือเพียงแค่ 2 ในปี 2013 ซีรี่ไทยที่ต้องดูทางออนไลน์ เช่น ฮอร์โมน นำเสนอในเรื่องชีวิตทางเพศของหมู่วัยรุ่นในชีวิตจริง และมีการศึกษาในเรื่องการรับรู้เรื่องเซ็กซ์และการคุมกำเนิดที่ก้าวหน้ามากขึ้น แต่การแข่งขันที่เปิดกว้าง และพวกเลือดใหม่จะสามารถลบล้างการข่มขืนในเชิงโรแมนติคของไทยได้กระนั้นหรือ

Nitipan กล่าวว่ส “ การที่จะเปลี่ยนไปตามธรรมชาติหรือการแข่งขันกันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หากความเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องยังไม่ถือกำเนิดเกิดขึ้นในเมืองไทย

แปลและเรียบจาก

Thitipol Panyalimpanun. Rape and romance: When will Thai soap operas stop trivializing sexual abuse? http://asiancorrespondent.com/2016/01/thai-soap-operas-rape/

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (3)

คงยากนะครับ..เพราะกิเลสไม่เคยแบ่งชั้นวรรณะ

ต่อมสมอง..ที่คิดลืมนึกถึงสังคม สังคมจึงเสือมตามสมอง..

..

..

..เห็นผลประโยชน์ส่วนตัวมากเกินขอบเขต

..

ชื่นชม บันทึกเสียดสี ของอาจารย์ที่มีเหตุผลนะครับ

ไม่เพ้อเจ้อ..

สมวัยของอาจารย์ ครับ


เขียนเมื่อ 

มันเป็นการสนองตอบ ต่ออารมรืของคน

ในสังคมยุคใหม่นะ

แม้ทุกคนจะรู้ว่า อะไรถูก อะไรผิด

แต่ก็ไม่ปฏิเสธความต้องการนี้ได้


เขียนเมื่อ 

อ่านมาว่า..นโม..ปลิดทุกข์ได้ดีกว่า.มโน...เจ้าค่ะ...