จิตตปัญญาเวชศึกษา ๒๕๐ : มรณานุสสติ พึงทำให้มนุษย์เติบโต

Phoenix
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

จิตตปัญญาเวชศึกษา ๒๕๐ : มรณานุสสติ พึงทำให้มนุษย์เติบโต

ความตายเป็นบทเรียนสำคัญเสมอ ทำงานในโรงพยาบาลที่มีคนล้มตายกันแทบจะทุกวัน มองไปทางไหนก็มีแต่บทเรียน และเป็นบทเรียนที่สำคัญ แต่คนทั่วๆไปหรือแม้กระทั่งหมอ พยาบาล อาจจะละเลยบทเรียนเหล่านี้ไปเพราะคิดไปว่าคนตายนั้นไม่เกี่ยวกับเรา เราไม่รู้จัก ก็นับเป็นความประมาท หรือเป็นความเขลาที่คิดไปว่าไม่เกี่ยว เพราะถ้าไม่เกี่ยวแล้วเราจะได้ยิน ได้ฟังเรื่องราวความตายนั้นได้อย่างไร

หลายปีก่อน มีกรณีคุณครูจูหลิน ที่ได้มาอยู่ที่ ร.พ.สงขลานครินทร์ถึงแปดเดือนกว่า ก่อนที่ท่านจะจากไป ผมคิดว่าจนถึงวันนี้ บทเรียนที่ได้จากคุณครูจูหลิน เราก็ยังเรียนกันไม่หมด สาเหตุที่เราได้เรียนแม้ว่าไม่ได้รู้จักคุณครูจูหลินเป็นการส่วนตัว แต่เป็นเพราะคุณงามความดีของคุณครูนั้นเป็นสากล ชีวิตของคุณครูเชื่อมโยงกับคุณงามความดีนั้นแนบแน่นเพราะความเสียสละของคุณครู พวกเราที่เหลืออยู่พลอยเชื่อมโยงกับชีวิตคุณครูจูหลินผ่านคุณงามความดีของท่าน ทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของความทุกข์ของท่าน ของครอบครัวท่าน จนอยากจะทำอะไรสักอย่าง เพื่อเป็นการเยียวยาตนเอง เมื่อคุณงามความดีนั้นกำลังจะจากไปกับชีวิตของท่าน

ความตายของคุณปอ ก็เฉกเช่นเดียวกัน

คนจำนวนมากไม่ได้รู้จักคุณปอเป็นการส่วนตัว ไม่ได้รู้จักกับภรรยาและลูกคุณปอเป็นการส่วนตัว แต่ด้วยชื่อเสียงความเป็นดาราส่วนหนึ่งที่ทำให้เริ่มมีความคุ้นเคย ความโด่งดัง ความมีชื่อเสียงเป็นคุณภาพอย่างหนึ่งที่ดึงดูดคนให้เกิดความเกี่ยวข้อง แต่คุณปอยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญกว่า คือ คุณงามความดีของชีวิตคุณปอ ที่ทำให้คนจำนวนมากในวงกว้างกว่าแฟนภาพยนต์ แฟนละครของคุณปอ เกิดความรู้สึกว่าเรื่องราวคุณปอมาสัมผัสกับตนเองด้วย

ในแง่นี้ ผมถึอว่าเป็น "ข่าวดี" ของสังคม หากมีคนรู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับคุณปอ เพราะคุณงามความดีของคุณปอ แปลว่าสังคมส่วนหนึ่งยังโหยหาความสัมพันธ์กับคุณงามความดี

เมื่อความตายเข้ามาใกล้ชิด ถึงเวลาที่เราต้องใช้ "ต้นทุน" ทั้งหมดที่สั่งสมมา ต้นทุนในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรูปลักษณ์ หน้าตา ฐานะ เท่านั้น แต่หมายถึงทุกๆอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "วิถีชีวิต" เพราะคนที่จะมาสนใจกับเราในบั้นปลายชีวิตนั้น ส่วนใหญ่แล้วเพราะ "สิ่งที่เราทำ" มากกว่าเราเป็นใคร มีทรัพย์สมบัติอะไร ต้นทุนที่ว่านี้แต่ละคนมีไม่เท่ากัน บางสิ่งบางอย่างก็จะทำให้เกิดคำถามว่า "อะไรคือสิ่งสำคัญ" ของชีวิตเรากันแน่?

หน้าที่ของแพทย์ในขณะนี้คือทำให้ "เรื่องเล่า" ของคนที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นให้สมบูรณ์ เพราะในแง่หนึ่ง "คุณงามความดี" ของคุณปอกำลังจะพรากจากไปพร้อมๆกับชีวิตของคุณปอ วิธีหนึ่งในการที่จะ preserve รักษาคุณงามความดีไว้ให้ได้นั้น ก็คือการทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกลายเป็น "ความทรงจำที่สมบูรณ์ และอุดมด้วยสัจธรรม" ความสมบูรณ์และสัจธรรมมีนัยยะแห่งความเป็นอมตะ ไม่ได้เสื่อมสลายไปตามร่างกายอันเปราะบางของมนุษย์ แต่ธำรงไว้ในหัวใจทุกดวงที่ยังเต้นอยู่

ความยากของแพทย์ก็คือ ในขณะที่การวินิจฉัยเป็นวิทยาศาสตร์ ชัดเจน และแน่นอน แต่การพยากรณ์โรค (prognosis หรือ prognostication) นั้นเป็นแค่การ "ประมาณ" เป็น estimation เป็นศิลปศาสตร์แห่งการคาดการณ์ จึงไม่แน่นอน ไม่ชัดเจน แพทย์จะไม่สามารถบ่งบอกให้ชัดได้ว่าถึงระยะนี้ "ต้องทำอย่างไร" ในกรณีทื่ไม่ชัดเช่นนี้ ตามจริยธรรม ต้องให้เจ้าของชีวิตเป็นผู้ทรงอำนาจ หากเจ้าของชีวิตไม่อาจจะตัดสินได้ ก็ต้องให้ผู้ที่เจ้าของชีวิตมอบอำนาจให้ หรือผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากการพรากจากนั้นมากที่สุด เป็นผู้ตัดสินใจ

ตัดสินใจบนความไม่แน่นอนนั้นเป็นความทุกข์หนักประการหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย คนรอบๆข้างจึงต้องช่วย "ประคับประคอง" ให้ดี ประคับประคองด้วยความรัก ความเมตตา กรุณา เป็นวาระที่เราดูแลคนที่ทุกข์ ไม่ใช่วาระที่เราจะดูแลตนเอง

ในการนี้เอง การ "ประคับประคอง" คุณปอและครอบครัวก็เป็นการเยียวยาความรู้สึกเศร้าเสียใจ ทั้งการรู้จักคุณปอ และอาจจะหมายถึงเป็นเรื่องการดูแลคุณงามความดีของคุณปอด้วย ทำเช่นนี้สังคมก็จะสืบทอดคุณค่าอะไรบางอย่าง ไม่ให้สลายหายไปตามช่วงชีวิตที่เปราะบางของมนุษย์

เวลาที่เหลืออยู่ไม่มากนัก เราจะธำรงไว้ซึ่งความโกรธ เกลียด กลัว หรือ ความรัก ความเมตตา ความเข้าใจในความจริง เป็นสิ่งที่มรณานุสสติ การนำเอาเรื่องความตายมาเป็นปุชฉา มาวิสัชนาชีวิตที่ยังคงเหลืออยู่แต่ก็เปราะบางไม่น้อยไปกว่ากัน เป็นสิ่งที่เราต้องเลือกให้ดี มีอะไรหรือมีใครที่เราอยากจะบอกรัก บอกขออภัย บอกให้อภัย ก็รีบๆทำกันเสีย กรรมอะไรที่เรากำลังจะก่อ ควรจะเป็นกรรมแบบไหน ก็ใคร่ครวญกันให้ดี

อนุโมทนาต่อมรณานุสสติในครั้งนี้

น.พ.สกล สิงหะ
หน่วยชีวันตาภิบาล ร.พ.สงขลานครินทร์
วันอังคารที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๒ นาฬิกา ๑๙ นาที
วันขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะแม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คันฉ่องนกไฟ



ความเห็น (0)