เคล็ดลับคือ การทำงานวิชาการ ทั้งเรื่องการผลิตบัณฑิต การวิจัย และการบริการ ในสภาพของการเป็นภาคีกับภาคชีวิตจริง ภาคทำงานจริง วิชาการแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ต้องเป็นวิชาการแห่งการทำงานจริง ไม่ใช่วิชาการที่ลอย หรือแยกตัวออกจากชีวิตจริง


หากเรามองสรรพสิ่งด้วยแว่นแห่งความเคลื่อนไหว หรือแว่นแห่งพลวัต เราจะเห็นความท้าทาย ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในภาพใหญ่ และจากสภาพที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว แต่อุดมศึกษาในภาพรวม เอาใจใส่สนองสภาพนี้น้อยมาก ยิ่งระบบกำกับดูแลอุดมศึกษา ยิ่งล้าหลังอย่างยิ่ง

ทุกสิ่งในจักรวาล อยู่ภายใต้กฎ entropy คือยิ่งเพิ่มความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ และคืนกลับสภาพเดิม ไม่ได้ แต่ดูเสมือนอุดมศึกษาไทยจะไม่เข้าใจธรรมชาตินี้ เรายังทำงานอยู่ในภพภูมิแห่ง reductionism และ linear approach ไม่มียุทธศาสตร์การทำงานแบบ Complex-Adaptive เพราะไม่เข้าใจธรรมชาติของ ความซับซ้อน

อุดมศึกษาไทย ยังอยู่ใน “ภพภูมิปลอดภัย” (safety zone) โดยไม่รู้ว่านั่นคือแดนอันตราย ผมขอ ทำนายว่า สถาบันอุดมศึกษาใด ออกจากแดนอันตรายแห่ง “กระบวนทัศน์หยุดนิ่ง” (fixed mindset) ได้ก่อน ไปสู่ภพภูมิแห่งการเปลี่ยนแปลง ใช้ “กระบวนทัศน์งอกงาม” (growth mindset) ในการจัดการองค์กร องค์กรนั้นจะค่อยๆ บรรลุสถานภาพความเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ

ความท้าทายต่ออุดมศึกษาคือ จะจัดการการเปลี่ยนแปลงของสถาบัน เพื่อรองรับ ตอบสนอง และช่วงชิงการนำสังคม ให้เกิดผลแท้จริง ได้อย่างไร

เคล็ดลับคือ การทำงานวิชาการ ทั้งเรื่องการผลิตบัณฑิต การวิจัย และการบริการ ในสภาพของการเป็นภาคีกับภาคชีวิตจริง ภาคทำงานจริง วิชาการแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ต้องเป็นวิชาการแห่งการทำงานจริง ไม่ใช่วิชาการที่ลอย หรือแยกตัวออกจากชีวิตจริง



วิจารณ์ พานิช

๑๘ ก.ย. ๕๘