​วารสารไทยศึกษา ฉบับพุทธศิลป์ในสังคมไทย

วารสารไทยศึกษา ฉบับพุทธศิลป์ในสังคมไทย

โดย วาทิน ศานติ์ สันติ

เผยแพร่ครั้งแรก facebook fanpage บทความคติชนวิทยา 22/8/2558


สวัสดีมิตรรักนักอ่านทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังสือดี ๆ มาแนะนำให้อ่าน โดยเฉพาะท่านที่ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศิลป์ไม่ควรพลาดกันนะครับ

วารสารไทยศึกษา สถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 สิงหาคม 2553 - มกราคม 2554 บรรณาธิการโดยรุ่งอรุณ กุลธำรง นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศิลป์ในสังคมไทย มีเรื่องที่น่าสนใจดังนี้

การศึกษาเชิงวิเคราะห์พระราชดำริและพระบรมราโชบายในการสร้างงานพุทธศิลป์ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2367 - 2394) โดย ดินาร์ บุญธรรม เป็นการวิเคราะห์เหตุปัจจัยในบริบททางประวัติศาสตร์ ที่เป็นแรงผลักดันให้รัชกาลที่ 3 มีพระราชดำริและพระบรมราโชบายในการสร้างสรรค์งานพุทธศิลป์จำนวนมากในรัชการของพระองค์ ทั้งงานประติมากรรม จิตรกรรมและสถาปัตยกรรม ซึ่งมีรูปแบบเฉพาะจนได้ชื่อว่า "ศิลปะแบบพระราชนิยม" โดยเน้นการวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ว่า พระองค์ทรงเดิมเต็มพระราชปณิธานการสร้างกรุงเทพมหานครให้เหมือนกับบ้านเมืองครั้งยังดี การทดสอบแรงสนับสนุนพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางต่อพระองค์ การสำแดงพระบารมีพระเจ้าจักรพรรดิราช

ช่างสิบหมู่กับพุทธศิลป์ของวัด พระพุทธรูปในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยรุ่งอรุณ กุลธำรง เป็นบทความวิจัยในการศึกษาช่างสิบหมู่กับพุทธศิลป์ของวัดในรัชกาลที่ 5 กล่าวโดยย่อว่า ช่างสิบหมู่มีมาก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 มี 15 ช่าง ในรัชกาลนี้มีสร้างพุทธศิลป์วัดเช่น วัดราชบพิธสถิตมหาเสมาราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดนิเวศธรรมประวัติ พระพุทธชินราชจำลอง พระอังคีรส เป็นต้น เป็นการแสดงให้เห็นว่า นอกเหนือจากการพัฒนาบ้านเมืองทางด้านสาธารณะ การปกครองและสังคมแล้ว พระองค์ก็ยังทรงให้ความสนพระทัยในงานพุทธศิลป์ด้วย

ศาลาวัดในเขตกรุงรัตนโกสินทร์ โดยจักรพร สุวรรณนคร เป็นบทความที่กล่าวถึงการศึกษาศาลาวัดบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองผดุงกรุงเกษม สามารถแบ่งรูปแบบได้ 5 ประเภทคือ ศาลาท่าน้ำหน้าวัด ศาลาสองหน้า ศาลาราย พลับพลาสูง และพลับพลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งแต่ละประเภทจะมีแนวคิดในการออกแบบเพื่อให้มีหน้าที่แตกต่างกันออกไป กล่าวโดยสรุป ศาลาเป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นตัวแทนของน้ำใจไมตรี ความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา สอดแทรกภูมิปัญญาไทยที่สั่งสมมาแต่โบราณ

พญาวสวัตตีมาร : จากลายลักษณ์สู่ลายเส้น โดยสหะโรจน์ กิตติมหาเจริญ เป็นบทความอธิบายการศึกษาภาพพญาวสวัตตีจากวรรณกรรมสู่ภาพจิตกรรม พบว่า การเขียนรูปนัันมาจากพุทธประวัติและวรรณกรรมในพุทธศาสนา และมาจากการสร้างสรรค์ของช่างเอง โดยมีจุดประสงค์คือ ให้เลื่อมใส่ในพระบารมีของพระพุทธเจ้าที่มีชัยเหนือมาร สื่อการสอนแกประชาชน และบันทึกทางสังคม

มหาชาติพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว : พุทธศิลป์แห่งปัญญาชนรุ่นใหม่ในต้นรัตนโกสินทร์ โดยอุมาวรรณ รุยาพร เป็นการแสดงถึงพระปรีชาของรัชกาลที่ 4 ในการพระราชนิพนธ์มหาชาติชาดกพระเวสสันดรชาดก การค้นคว้าข้อมูล อธิบายเรื่องราว การกระทำของตัวละคร เหตุการณ์ ธรรมเนียมปฎิบัติ พิธีกรรม ปรากฏการณ์ธรรมชาติ พุทธปรัชญา และยังมีความโดดเด่นในเชิงวรรณศิลป์อีกด้วย

อุปมาในมหาชาติกลอนเทศน์ สำนวนเจ้าพระยาพระคลัง (หน) : ยอดแห่งพุทธศิลป์อันตระการ โดยศิริพร เศรษฐพฤทธิ์ เป็นบทความที่แสดงถึงอัจริยภาพความเป็นปราชญ์ทางภาษาของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ในการสร้างสรรค์ภาพพจน์อุปมาขึ้นใหม่ผสมกับขนบธรรมเนียมดั่งเดิมในพระคัมภีร์ แสดงถึงความคมคายความเป็นเอกในเชิงพุทธวรรณศิลป์ ขยายจินตภาพและเร้าอารมณ์สะเทือนใจกับผู้อ่านและผู้ฟังธรรม นับว่าเป็นความโดดเด่นอย่างยิ่ง

หากผู้ใดสนใจงานศิลป์ไทยโดยเฉพาะงานพุทธศิลป์ ผมเต็มใจแนะนำให้อ่านวารสารไทยศึกษาเล่มนี้ ราคาเพียง 100 บาท หาได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬา และหากติดใจก็สามารถหาอ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ ซึ่งปัจจุบันก็หาอ่านไม่ยากเช่นกันครับ

รูป ปกวารสารไทยศึกษา สถาบันไทยคดีศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีที่ 5 ฉบับที่ 2

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รักการอ่าน



ความเห็น (0)