กายเรา ใจเรา

ย่อความเรื่องแม้กายป่วย…......แต่ใจไม่ป่วย

จาหนังสือสุขภาพจิต โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

ผู้แต่งอำนวยวศินอมร

ผู้ย่อความนางสาวลภัสรดาบัวศรี

ชีวิตคนเรานั้น มีส่วนสำคัญคือกายกับใจรวมกันเข้าเป็นตัวเรา ถ้าร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาพที่ปกติ ชีวิตจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและมีความสุข แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่ร่างกายของเราจะไม่เจ็บป่วย ไม่ทรุดโทรม เพราะลักษณะของสังขารคือสิ่งที่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างมารวมกัน ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ มาประชุมกันซึ่งธาตุแต่ละอย่างก็เปลี่ยนแปลงไม่เที่ยงแท้แน่นอน และเป็นธรรมดาที่ร่างกายของเราต้องแปรเปลี่ยน หรือป่วยไข้ ไม่สบายไปตามเหตุและปัจจัยที่เกื้อหนุนทั้งจากภายในตัวเราและภายนอกตัวเราด้วย

เมื่อกายป่วยจิตใจก็พลอยไม่สบาย หงุดหงิด ทุกข์กังวลใจไปต่างๆ นานา เครียดทำให้ร่างกายที่เจ็บป่วยนิ่งอ่อนแอลง ภูมิต้านทานของร่างกายแย่ลง พระองค์เคยพบคนที่ร่างกายเจ็บป่วย และตรัสสอนว่า ให้ทำในใจ คือตั้งใจไว้ว่าแม้ร่างกายเราจะป่วย แต่ใจของเราจะไม่ป่วยตามการตั้งใจอย่างนี้เรียกว่าการภาวนาโดยเอาสติผูกใจไว้ไม่ให้ตกอยู่ในอำนาจครอบงำของความแปรเปลี่ยนทางร่างกาย เมื่อใจมีสติตลอดเวลาก็เท่ากับมีพลังอำนาจเหนือความเจ็บป่วยนั้นได้

การผูกใจด้วยสติ ก็คือเอาจิตของเราไปผูกไว้กับสิ่งที่ดีงามผูกยึดไว้ด้วยหลักธรรม ด้วยธรรมชาติของจิตชอบปรับปรุงแต่ง เมื่อกายไม่สบายจิตก็ปรุงแต่งตามความไม่สบายนั้น ทำให้ยิ่งเพิ่มอาการเจ็บป่วยมากขึ้น ฉะนั้นเราจะต้องรักษารากฐานของชีวิตไว้ด้วยการรักษาจิตใจให้เข้มแข็งมีสตินั้นเอง ส่วนการรักษาโรคทางกายก็เป็นหน้าที่ของแพทย์ ซึ่งเราต้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติโดยเคร่งครัด

การรักษาจิตขณะกายป่วยนั้น คือการรักษาสติ เพราะสติเปรียบเหมือนเชือกผูกมัดจิตให้อยู่นิ่งกับที่ได้ ธรรมชาติของจิตมันดิ้นรน ชอบปรุงแต่ง คิดฟุ้งซ่านวุ่นวายไปกับอารมณ์ต่างๆ ที่มากระทบจิตอยู่ตลอดเวลาจิตที่เปรียบเหมือนลิงซึ่งมักไม่อยู่นิ่งต้องกระโดดไปมาอยู่ไม่สุข พระพุทธองค์ทรงสอนว่าการจักการลิง(จิต)ให้อยู่นิ่งต้องเอาเชือก(สติ) ผูกยึดไว้กับหลักที่ดี คือ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งตรัสไว้ถูกต้องดีแล้วสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง

การรักษาจิตด้วยสติ ก็คือเอาสติผูกไว้กับอารมณ์ที่ดีงามอยู่กับความเห็นถูก หรือการผูกจิตไว้กับคำว่า "พุทโธ" คำพุทโธเป็นคำที่ดีงามเพราะเป็นนามของพระพุทธเจ้า เมื่อเอามาเป็นสิ่งให้ใจยึดเหนี่ยวแล้วจิตใจก็จะไม่ฟุ้งซ่านวิตกกังวล จิตใจจะผ่องใส เบิกบานเพราะพระนามของพระพุทธเจ้าเป็นนามบริสุทธิ์ เป็นพระนามที่แสดงถึงปัญญา ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นการภาวนาเพื่อส่งเสริมให้กำลังใจตนเอง ทำจิตใจของเราให้เข้มแข็งอดทน อยู่อย่างมีสติและแน่วแน่ อยู่กับคำว่า "แม้กายป่วย แต่ใจไม่ป่วยตาม" การภาวนาเช่นนี้จะทำให้จิตใจดีขึ้น มีปกติผ่องใสขึ้น การชนะใจตนเอง เอาชนะความเจ็บป่วยได้อยู่กับความจริงได้อย่างเป็นธรรมดา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แม้กายป่วยแต่ใจไม่ป่วย



ความเห็น (0)