ดีเอสไอ แจง"ธัมมชโย" ต้องเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก การคืนเงินให้สหกรณ์ไม่มีผลต่อสำนวน

ดีเอสไอ แจง"ธัมมชโย" ต้องเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก การคืนเงินให้สหกรณ์ไม่มีผลต่อสำนวน

พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะพนักงานสอบสวนคดียักยอก ฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กล่าวถึงกรณีที่ศาลแพ่งนัดไกล่เกลี่ยระหว่างสหกรณ์กับวันพระธรรมกายในวันนี้(16 มี.ค.) ว่าไม่มีผลกับการดำเนินคดีของดีเอสไอ โดยในคดียักยอก และฉ้อโกงเป็นคดีที่สามารถยอมความได้ ยกเว้นคดีฉ้อโกงประชาชนไม่สามารถยอมความได้ โดยการสอบสวนของดีเอสไอมีทั้งในส่วนคดียักยอก ฉ้อโกง และฉ้อโกงประชาชน ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนโดยต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อชี้เจตนาให้ชัดว่ามีส่วนรู้เห็นจึงจะสามารถสั่งฟ้องได้ แต่หากรวบรวมหลักฐานแล้วไม่สามารถชี้ชัดถึงเจตนา ดีเอสไอก็ต้องสั่งไม่ฟ้อง โดยสัปดาห์นี้จะเร่งสอบปากคำเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เกี่ยวกับพ.ร.บ.สหกรณ์และการออกมติต่างๆ ความถึงการเร่งติดตามทรัพย์เพื่อยึดและอายัดมาเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกที่ได้รับความเสียหาย

ด้านนางเพ็ญรวี มาแสง นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ กรมบังคับคดี เปิดเผยการนัดฟังคำร้องขอฟื้นฟูกิจการที่ศาลล้มละลายในวันที่ 20 มี.ค.นี้ว่า กรมบังคับคดีเตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว เบื้องต้นมี 3 แนวทาง คือ 1.กรณีศาลสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผน กรมบังคับคดีจะเข้าไปอำนวยความยุติธรรมตามขั้นตอน โดยเจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอชำระหนี้ต่อกรมบังคับคดีภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่ง จากนั้นเจ้าหนี้ ลูกหนี้และผู้ทำแผนสามารถขอตรวจและโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นได้ภายใน 14 วัน ผู้ทำแผนต้องส่งแผนฟื้นฟูกิจการให้สำนักงานฟื้นฟูกิจการกรมบังคดีภายใน 3 เดือน นอกจากนี้กรมบังคับคดีจะเป็นผู้จัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูและให้ที่ประชุมมีมติก่อนรายงานไปยังศาลพิจารณาอีกครั้ง 2.กรณีศาลสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแต่ไม่ตั้งผู้ทำแผน กรณีดังกล่าว กรมบังคับคดีจะจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อให้เลือกผู้เข้ามาทำแผน โดยเจ้าหนี้ตามบัญชีรายชื่อที่เสนอต่อศาลตามคำร้องต้องยื่นคำขอแสดงความประสงค์ในการประชุมเจ้าหนี้ มติจะยึดตามเจ้าหนี้ฝ่ายที่มีจำนวนหนี้ข้างมาก เมื่อได้มติแล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเป็นผู้รายงานผลการประชุมต่อศาล

นางเพ็ญรวี กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ 3 หากศาลสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ จะเป็นผลให้เจ้าหนี้สหกรณ์ฯสามารถฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งและล้มละลายเองได้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอความชัดเจนที่ศาลจะมีคำสั่งในวันที่ 20 มี.ค.นี้ก่อนจึงจะทราบกระบวนการที่ต้องดำเนินการต่อไป รวมถึงระยะเวลาและจำนวนเงินที่เจ้าหนี้จะได้รับคืนซึ่งขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแผนว่าจะกำหนดไว้อย่างไร กรมบังคับคดีไม่มีหน้าที่กำหนดแต่มีหน้าที่เพียงกำกับการเขียนแผนให้ตรงเวลาเท่านั้น โดยในวันที่ 20 มี.ค.นี้ หลังศาลมีคำสั่งแล้วกระทรวงยุติธรรมจะแถลงความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางช่วยเหลือประชาชนอีกครั้ง

ทางด้าน นายฐปณวัชร์ สระสม ทนายที่ปรึกษากฎหมายสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ โดยมีนายพงศ์ศักดิ์ ฐิติวรรณ พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ เพื่อยื่นหนังสือแจ้งเรื่องการประสงค์ไม่ดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญากับวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย หลังมีการไกล่เกลี่ยคืนเงินจากศิษย์วัดพระธรรมกายเป็นเงิน 684 ล้านบาท โดยเห็นว่าสหกรณ์ได้รับการชดใช้เงินแล้ว จึงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับทั้งวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยอีก ไม่ว่าในส่วนของคดีแพ่งหรือคดีอาญา ทั้งนี้ยืนยันว่าสหกรณ์ในฐานะเป็นผู้เสียหายเมื่อได้รับการคืนเงินก็จะนำเงินไปรวบรวมไว้สำหรับเยียวยาความเดือดร้อนของสมาชิก ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในส่วนที่ยอมความได้ยอมความกันไป อย่างไรก็ตาม การที่สหกรณ์ไม่ติดใจดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยถือเป็นการดำเนินการที่อยู่ในขอบข่ายอำนาจของคณะกรรมการ

ทั้งนี้ หลังยื่นหนังสือให้ดีเอสไอทีมทนายสหกรณ์ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เพื่อแสดงความประสงค์ไม่ดำเนินคดีแพ่งและอาญากับวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยเช่นกัน

ด้านพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า การยื่นหนังสือไม่ประสงค์เอาผิดกับพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายของสหกรณ์ไม่มีผลต่อการสอบสอนดำเนินคดีของดีเอสไอขณะนี้ เพราะดีเอสไอยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหากับพระธัมมชโยเป็นเพียงการออกหมายเรียกเพื่อเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ซึ่งยืนยันว่าพระธัมมชโยยังต้องเข้าให้ปากคำกับดีเอสไอตามกำหนดนัดในวันที่ 26 มี.ค.นี้

ขณะที่พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า หากคดีใดที่สามารถยอมความได้ก็ให้ยอมความ แต่คดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่ไม่หยุดยั้ง



ความเห็น (0)