ทำๆไปเหอะ

เมื่อ ครูทางจิตวิญญาณคนหนึ่ง ชวนให้ฝึกนำพาตัวเองออกจากกล่องความคิด ด้วยคำว่า "just do it"......เมื่อถึงสถานการณ์หนึ่งที่รู้ล่วงหน้าว่าต้องทำอะไรตามที่มีคนมอบหมาย....กลับเป็นเรื่องยากที่จะกระทำตามคำว่า....จนกระทั่งมีเสียงๆหนึ่งผุดขึ้นมาก่อนหน้า....ทำๆไปเหอะ คิดมากไปทำไม..... "just do it" ...จึงเกิดขึ้น...แล้วความอัศจรรย์บางอย่างก็เกิดขึ้นกับคนๆนั้น

ก่อนลงมือทำๆไปนั้น เชื่อได้เลยว่ามีเสียงแผ่วๆกระซิบบอกตัวเองอยู่....เสียงที่สะท้อนให้สัมผัส ความคิดคำนี้ "กลัว" แล้วติดข้องกับมัน...จนทำให้เชียวชาญมาตลอดกับการทำอะไรที่มีคนสั่ง...หรือ แม้กระทั่งสั่งตัวเอง...มุดกล่องความคิดที่ติดป้ายไว้ด้วยคำว่า "กลัว"

ในระหว่างที่ลงมือทำๆไปตามคำ "Just do it" ........เชื่อได้เช่นกันว่า ทำๆไปทั้งๆที่คำว่ากลัวยังติดเกาะในความคิด....เมื่อเริ่มต้นลงมือทำ แวบหนึ่งก็จะสัมผัสความกลัวแล้วเกิดคำสั่งรั้งให้ชะงัก

แต่เมื่อได้ลงมือทำแล้ว ตราบที่การทำสิ่งนั้นๆยังไม่สิ้นสุดลง...กลับปรากฏว่า...มีเสียงใหม่ๆดังขึ้น.....เอ๊ะ เราทำได้...เอ๊ะ จะไปยังไงต่อ....เอ๊ะ เมื่อไรจะหมดเวลา....อื้อหือ อีกนานไหม....อะฮ้า สนุก....อะฮ้า สบายจัง....โอ๊ย เบื่อๆ...บลาๆๆๆ

เมื่อทำๆไปจนเวลาที่มีให้ทำสิ่งนั้นหมดลง...กลับปรากฏว่าปีนหลุดออกจากกล่องความคิดชื่อ "กลัว" ได้

กลายกลับเป็นการจดจ่ออยู่กับปัจจุบันที่กำลัง "ทำ" รับรู้ว่าพลังชีวิตเพิ่มพูน

จับต้องความคิดติดบ่วง "ความกลัว" ได้ทัน

สัมผัสความรู้สึกแท้ๆของตัวเองได้ว่าที่แท้มันยังสดใส เปล่งพลังหล่อเลี้ยงชีวิตอยู่เงียบๆ

ความมหัศจรรย์แห่งคำว่า "just do it" อยู่ตรงนี้เอง

ดังนั้น เมื่อถึงเวลาทำสิ่งใดที่ไม่ใช่เรื่องทำชั่ว สร้างเวร สร้างกรรม เบียดเบียนใคร ทำไปเถิด ไม่จำเป็นต้องคิด ไม่จำเป็นต้องวางแผน ไม่จำเป็นต้องมีคนให้คำตอบว่าทำไปทำไม ไม่จำเป็นต้องเจอคำตอบว่าใครได้ ใครเสีย ตัวเราได้อะไร

ระหว่างทำเพียงแต่รับรู้ว่าสิ่งที่กำลังทำนั้นไม่ใช่การทำความชั่ว ทำแล้วจะมีบางอย่างที่ทำให้ใจตื่นรออยู่เป็นรางวัลให้ตัวเรา เป็นรางวัลที่เราเองก็ไม่สามารถตีค่าล่วงหน้าได้

ฝึกพาตัวมุดกล่องความคิดเพียงแค่นี้ก็พอแล้ว ปล่อยให้สมองนำทางพาจิตในตัวเรา แล้วจะพบความมหัศจรรย์ของจิตที่เปล่งพลังอันบริสุทธิ์ออกมาดูแลปกป้อง นำพาตัวเราไปสู่ที่รักชอบ

ระหว่างทางอาจจะรู้สึกเหมือนอยู่ในปล่องที่มองไม่เห็นอะไร แล้วชะงัก อยากจะหวนกลับมาจับต้องเปิดกล่องความกลัวอีก ก็ให้ฝึกทำไปๆซ้ำๆบ่อยๆ ใช้ "่Just do it" นำทาง ไม่พะวงเวลา ไม่นานจะรู้สึกเหมือนมีแสงเรืองๆส่องขึ้นนำทาง เห็นแล้วให้เดินตามแสงนั้นไป แล้วจะพบความมหัศจรรย์

ความมหัศจรรย์ที่ว่าคือ การได้สัมผัสความรู้สึกที่อยู่ข้างในแบบแตะต้องได้จริงๆ ไม่ใช่แค่รับรู้และออกปากเปล่งเสียงบอกตัวเองอย่างที่เคยคุ้น

ต่อมาความเข้าใจความรู้สึกภายในก็จะบังเกิด แตะต้องความกลัวได้อย่างไม่กลัวอีกต่อไป มองความกลัวได้อย่างวางเฉย มองความกลัวเป็นทูตที่มาบอกต่อเรื่องราวในอดีตที่ติดข้องเกาะติดอยู่อย่าง ไม่รู้ตัว ไม่รู้สึก ไม่สามารถสัมผัสถึง และยังคงให้ความสำคัญ

เมื่อถึงจุดที่ความเข้าใจบังเกิด ปมขมวดบางอย่างที่ซ่อนเร้นจนทำให้อัดอั้น เหนื่อยอ่อน ร้อนใจ หงุดหงิดจะคลี่คลาย นำพาให้หลุดบ่วงที่หลงเวียนว่ายอยู่ในคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆ บ่วงแห่งการวิพากษ์ตัวเอง ตำหนิตัวเอง ลงโทษตัวเอง ที่ความหลงนำพาให้เก็บมาใส่ตัว ใส่ความคิด และเกิดมุมมองใหม่กับชีวิต มองออกไปนอกตัวเห็นโลกในมุมใหม่

ขอบคุณครู ขอบคุณกัลยาณมิตรที่ร่วมฝึกทุกท่านสำหรับเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน ขอบคุณที่ทำให้เข้าถึงความเข้าใจนี้

"ชีวิตมีแค่นี้เอง
ตื่นขึ้นบริโภคอาหารและน้ำเพื่อให้ร่างกายดำรงอยู่จนสิ้นอายุขัย
นอนหลับเพื่อให้ร่างกายได้พัก เพื่อผ่อนเวลาแห่งการดำรงอยู่อย่างปกติให้เนิ่นนาน

สวมใส่เสื้อผ้าเพื่อประคองร่างกายให้อบอุ่น เป็นปกติ
ใช้บ้านเป็นที่พัก หลบลม ฝน ความหนาวเย็น เพื่อร่างกายจะได้ดำรงอยู่อย่างเป็นปกติ
อยู่ร่วมกับเพื่อนมนุษย์ในครอบครัว ในองค์กร ในสังคม เพื่อฝึกฝนการควบคุมจิตที่วิ่งวุ่น ให้ชีวิตดำรงอยู่ไปได้อย่างมีพลัง ตราบจนหมดอายุขัย"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน MJ learn



ความเห็น (0)