การปรับเปลี่ยนบทบาทนักส่งเสริมการเกษตร จากผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นผู้จัดการความรู้
เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 49 ทีมงานนักส่งเสริมการเกษตรที่ได้นำการวิจัย PAR ไปดำเนินร่วมกับชาวบ้าน ได้จัดเวทีเพื่อมานำเสนอผลการปฏิบัติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร

CKO คนใหม่ให้ความสนใจและยินดีสนับสนุนการเรียนรู้
งานนี้มีการนำเสนอผลความก้าวหน้าจำนวน 8 ตำบล ซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติกิจกรรม หลังจากการนำเสนอแล้ว คุณศิริวรรณ หวังดี ได้สรุปบทเรียนว่า "นักส่งเสริมการเกษตร ได้เรียนรู้อะไร" จากการนำงานวิจัย PAR ลงไปปฏิบัติในงานส่งเสริมการเกษตร ซึ่งก็สรุปได้ดังนี้
- การใช้ KM เป็นเครื่องมือในกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีได้
- การปรับเปลี่ยนบทบาทนักส่งเสริมการเกษตร จากผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นผู้จัดการความรู้
- การบูรณาการงานที่ทำ กับต่างหน่วยงาน ได้ในจุดเดียวกันนี้ (งานวิจัย)
- ได้รู้วิธีการที่จะใช้เครื่องมือในการทำงานส่งเสริมการเกษตรร่วมกับชุมชน (การเก็บข้อมูล-การวิเคราะห์ข้อมูล-การสรุป)
- เมื่อเรียนรู้ KM จึงได้รู้ว่าชุมชนนั้นมีภูมิปัญญามากมายที่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้/ปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรได้
- เรียนรู้วิธีการนำให้ชาวบ้านทำวิจัยอาหารปลอดภัยนั้น หากเริ่มด้วยความปลอดภัยของผลผลิตนั้นชาวบ้านจะไม่เห็นความสำคัญ แต่ควรเริ่มต้นด้วยการแจงขั้นตอนการผลิต แล้วนำด้วยปัญหาเพื่อการลดต้นทุน แล้วจึงชักนำเข้าสู่ประเด็นการลดการใช้สารเคมี
- ได้องค์ความรู้ในการตั้งโจทย์วิจัย ว่าในการตั้งโจทย์นั้น เมื่อได้ได้ปัญหาแล้ว ควรตั้งคำถามวิจัยต่อไปว่า "หาก......จะทำการผลิต......ให้มีความปลอดภัยแล้ว เราจะต้องทำอย่างไรบ้าง? เมื่อชาวบ้านเห็นกระบวนการทั้งหมดว่าควรทำอะไรบ้าง จากนั้นจึงจะกำหนดชื่อการวิจัยด้วยคำถามว่า ...แล้วสิ่งที่เราจะดำเนินการเพื่อให้ผลผลิตเราปลอดภัยเหล่านี้ เราจะเรียกว่าอะไร เป็นต้น
- เรียนรู้วิธีการนำให้ชาวบ้านทำวิจัยอาหารปลอดภัยนั้น หากเริ่มด้วยความปลอดภัยของผลผลิตนั้นชาวบ้านจะไม่เห็นความสำคัญ แต่ควรเริ่มต้นด้วยการแจงขั้นตอนการผลิต แล้วนำด้วยปัญหาเพื่อการลดต้นทุน แล้วจึงชักนำเข้าสู่ประเด็นการลดการใช้สารเคมี
เป็นส่วนหนึ่งของบทเรียนที่ได้จากกิจกรรมนี้ในวันนี้ คงอีก 2-3 เดือน คงจะได้สรุปภาพรวมหลังกิจกรรม PAR วงแรกหมุนไปได้ครบรอบกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ

ทีมงานจากกรมส่งเสริมฯ นำโดย ผอ.ธุวนันท์ ร่วม ลปรร.
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก
น้องสิงห์ป่าสัก
ชอบบทเรียนที่สรุปว่า ในการตั้งโจทย์นั้น เมื่อได้ปัญหาแล้ว ควรตั้งคำถามวิจัยต่อไปว่า "หาก......จะทำการผลิต......ให้มีความปลอดภัยแล้ว เราจะต้องทำอย่างไรบ้าง? เมื่อชาวบ้านเห็นกระบวนการทั้งหมดว่าควรทำอะไรบ้าง จากนั้นจึงจะกำหนดชื่อการวิจัยด้วยคำถามว่า ...แล้วสิ่งที่เราจะดำเนินการเพื่อให้ผลผลิตเราปลอดภัยเหล่านี้ เราจะเรียกว่าอะไร พี่จะได้นำไปปรับใช้ C&D กับเครื่องมือโครงงานอาชีพที่พี่ใช้ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้อาชีพชาวบ้านอยู่ครับ ...ขอบคุณมากๆ
เรียน ครูนงเมืองคอน