วันนี้ มีคำพูดที่ติดหูเรื่อง  การศึกษาพิเศษ  จึงเกิดความสนใจขึ้นมา...จริงแล้ว...อาจเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นมากกว่า เมื่อได้อ่านจดหมายข่าว  ถักทอสายใยแห่งความรู้ ฉบับที่ 20 ประจำเดือนกันยายน-ตุลาคม 2549 ซึ่งฉบับนี้มี Theme ว่า  KM ในโรงเรียน หน้าที่ 9 หัวข้อ พบนวัตกรรมใหม่  เป็นตัวอย่างของ  " โรงเรียนปรียาโชติ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ โรงเรียนที่ให้โอกาสเด็กพิเศษ     (ออทิสติก -Autistic Disorder, L.D. - Learning Disabilities, เด็กดาวน์ - Down Syndrome ฯลฯ) มีการเปิดการเรียนการสอนแบบเรียนร่วม    ปัจจุบันมีนักเรียนที่เป็นเด็กพิเศษ จำนวน 45 คน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ 1 2 คน"   

          ดังนั้นด้วยความอยากรู้ว่า  เด็กพิเศษ (Special Child) คือเด็กลักษณะอย่างไร?    ทำไมเรียกว่าเด็กพิเศษ?    เด็กกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างไร?   จะยากตรงไหน!!!!  ก็สืบค้นทางอินเทอร์เน็ตซะหน่อย....ก็ได้ความว่า

           “เด็กพิเศษ เริ่มได้รับความสนใจ และการดูแลช่วยเหลืออย่างจริงจัง มาเมื่อไม่นานนี้ ทั้งๆ ที่เด็กกลุ่มนี้มีมานานแล้ว เมื่อกล่าวถึงเด็กพิเศษ แต่ละคนก็มักมีความเข้าใจที่แตกต่างกันไป บางคนนึกถึงเด็กที่มีความสามารถพิเศษ บางคนนึกถึงเด็กที่มีความบกพร่อง เด็กพิเศษ มาจากคำเต็มว่า เด็กที่มีความต้องการพิเศษหมายถึงเด็กกลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพิ่มเติมจากวิธีการตามปกติ ทั้งในด้าน การใช้ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ และการเข้าสังคม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพของเขาเอง โดยออกแบบการดูแล ช่วยเหลือเด็ก ตามลักษณะความจำเป็น และความต้องการของเด็กแต่ละคน เด็กพิเศษ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

1.       เด็กที่มีความสามารถพิเศษ  แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อยคือ

  •   เด็กที่มีระดับสติปัญญาสูง คือ กลุ่มเด็กที่มี ระดับสติปัญญา (IQ)ตั้งแต่ 130 ขึ้นไป
  •  เด็กที่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้าน อาจไม่ใช่เด็กที่มีระดับสตปัญญาสูง แต่มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้านที่โดดเด่นกว่าคนอื่นในวัยเดียวกัน อาจเป็นด้าน คณิตศาสตร์ - ตรรกศาสตร์ การใช้ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา การแสดง ฯลฯ
  •   เด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์

2. เด็กที่มีความบกพร่อง

            มีการแบ่งหลายแบบ ในที่นี้จะยึดตามแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการ ที่แบ่งออกเป็น 9 กลุ่ม ดังนี้

  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการสื่อสาร
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย และการเคลื่อนไหว
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางอารมณ์ และพฤติกรรม
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา (Intellectual Deficiency)
  • เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disabilities)
  • เด็กออทิสติก (รวมถึงความบกพร่องของพัฒนาการแบบรอบด้านอื่นๆ - PDDs)
  • เด็กที่มีความพิการซ้อน

3.เด็กยากจนและด้อยโอกาส

อ้างอิงจาก http://www.happyhomeclinic.com/  

          เมื่อพบคำตอบ ก็ถามตัวเองว่า ในประเทศไทยเรามีเด็กพิเศษกลุ่มไหนมากกว่ากัน  แล้วมีแบบสอบถามในการตรวจสอบว่า ลูก หลาน เราเป็นเด็กที่อยู่ในกลุ่มนี้หรือไม่ แล้วเราจะดูแลเขาอย่างไร...กลายเป็นเจ้าหนูจำไมซะแล้ว...เอ้า!!! ชาว G2K เฉลยกันหน่อย