Within Tokyo ตอนที่ 2 เที่ยว ​Nikko เมืองมรดกโลก Tokyo Sky Tree และร้านซูชิสายพาน

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เที่ยว Nikko เมืองมรดกโลก Tokyo Sky Tree และ ร้านซูชิสายพานแสนอร่อย

ตื่นแต่เช้าประมาณ ตี 5 เพื่อลงไปเตรียมอาหารให้สมาชิก ไม่มีใครในห้องอาหารเลยคงเพราะเช้าตรู่อยู่ กินอาหารเช้าและกาแฟเสร็จก็ล้างจาน และขึ้นมาเตรียมตัวเพือไปยัง สถานี Tobu ซื้อตั๋วรถไฟจาก สถานี Tobu ไป Nikko จากที่ทำการบ้านมาเราควรจะไปซื้อ pass ก่อน ที่ Tobu sightseeing อยู่ที่สถานี Asakusa เราสามารถไปซื้อ world heritage pass ที่นั่นได้ โดยร้านจะเปิด 7.45 ถึง 17.00 น. ซึ่งถ้ามีเวลาควรจะแวะซื้อ pass เตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนเลย โดยจะเป็น 2 day pass ราคา 2670 เยน ใช้ได้คือรถไฟ ไปกลับ 1 รอบ กับรถบัสสาย 2C เป็นสายสำหรับ world heritage เท่านั้น บัตรใช้ได้ 2 วัน นังบัสได้ไม่อั้น ส่วนของรถไฟถือผ่านช่องพิเศษได้เลย ส่วนรถบัสก็แค่ถือโชว์บัตรตอนลง

แต่เราไปกันเช้ามาก ร้านที่ขาย pass ยังไม่เปิด ก็เลยซื้อตั๋วไป Nikko ราคา 1360 เยนต่อคน เด็กราคา 680 เยน ได้รถเที่ยว 7.10 น. ก็รีบไปรอที่ชานชาลาเลยค่ะ อย่าลืมไปยืนรอที่เป็นสีฟ้านะคะ เพราะว่าเป็นโบกี้ทีจะไป Nikko นั่นเอง

บรรยากาศในรถไฟไป Nikko อันที่จริงเบาะนี้เค้านั่งกัน 2 คนค่ะ พอดีว่ารถค่อนข้างว่าง เด็กก็เลยรวบซะ

นั่งนานๆ ก็เลยเป็นแบบนี้

ระหว่างทางก็มีวิวสวยๆ ให้ดู

ภาพถ่ายผ่านกระจกรถไฟก็เลยมีเงาสะท้อนติดมาด้วย...

ถึงแล้วค่ะ สถานี Nikko แดดดีมากเลย อันที่จริงที่ตัดสินใจมา Nikko กันวันนี้เพราะพยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้หิมะจะตกที่นี่ แล้วเด็กก็อยากเห็นหิมะครั้งแรกในชีวิต...เอิ่ม มาถึงก็เจอแดดค่ะ จ้าเลย นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าเชื่อพยากรณ์อากาศให้มากนัก...อะไรจะเจอก็จะได้เจอเองนั่นแหละ ไม่เป็นไรค่ะ เจอแดดแต่ก็ยังคงหนาวมากๆ

ไปถึง Nikko ประมาณ 9.30 น. แล้วก็เข้าไปใน Tourist information center ซื้อ Bus pass ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยนค่ะ ได้ตั๋ว Bus มา หน้าตาแบบนี้

จากนั้นก็ไปรอรถบัสที่หน้าสถานี สักพักรถก็มา ที่รถจะเขียนไว้ว่า World heritage bus ค่ะ ก็จะเป็นรถบัสสาย 2C จะขึ้นลงสถานีไหนก็ได้ กี่ครั้งก็ได้ค่ะ รถบัสที่นี่ขึ้นตรงกลาง ตอนลงก็โชว์บัตรทองให้คนขับดู และส่งยิ้มไปด้วยค่ะ

นั่งรถบัสลงป้าย 83 คือวัด Rinnoji ค่าเข้าคนละ 400 เยน เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของ Nikko สร้างโดยพระรูปหนึ่งที่นำศาสนาพุทธมาเผยแผ่ที่ Nikko ด้านหน้าปิดปรับปรุงอยู่ คาดว่าจะเสร็จปี 2020 ด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์ ชมได้แต่ถ่ายรูปไม่ได้และเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน มีคนบรรยายแต่เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ไม่เข้าใจเลย ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์โดยปกติจะมีพระพุทธรูปสามองค์ แต่ตอนนี้อัญเชิญไว้ด้านข้าง และหนึ่งองค์ตอนนี้เหลือแต่แท่น ถูกส่งไปบูรณะอยู่ที่โตเกียว ทั้งสามองค์นี้เป็นครอบครัวเดียวกัน เจ้าแม่กวนอิมพันมือเป็นพ่อ องค์ที่เหลืออยู่นี่เป็นลูก ด้านในห้ามถ่ายรูป ก็เลยถ่ายกันแต่ข้างนอกค่ะ

ซื้อตั๋วตรงนี้

ถ่ายรูปจากด้านหน้าวัด

จากชมพระพุทธรูปแล้วก็เดินไปยังห้องถัดไปเป็นรูปปั้นต่างๆ มีทั้งรูปปั้นนก ม้า มีตารางวันเกิดด้วยว่าตรงกับรูปปั้นองค์ไหน เดินรอบแล้วก็ขึ้นบันไดไปชมการบูรณะ ไม่ค่อยมีอะไรมาก

ก่อนเข้าไปก็จะต้องล้างปาก ล้างมือตามธรรมเนียม

เดินวนไปมาจนออกมายังทางออกด้านข้าง วิวด้านนอกสวยงามค่ะ

หิมะที่ยังหลงเหลืออยู่ เด็กตื่นเต้นใหญ่

ถ่ายรูปด้านหน้าวัดอีกซักนิด

ต่อด้วยศาลเจ้า เดินไปได้เลยใกล้กันนิดเดียว อากาศหนาวเย็น และมีลมเย็นๆ เป็นพัก เดินตามคนไปเรื่อยๆ วิวข้างทางก็จะเป็นแบบนี้

จนถึง Toshogu Shrine หรือศาลเจ้าโทโชกุ เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในการรำลึกถึงโชกุน เป็นสุสาน (ฮวงซุ้ย) ของโตกุกาว่า อิเอยาสุ โชกุนคนแรก ตามธรรมเนียมค่ะ จะต้องเห็นโทริอิก่อนเลย

ที่ศาลเจ้านี้จะมีมุมมหาชินก็คือรูปแกะสลักลิง 3 ตัว เดินผ่านประตูโทริอิที่เป็นไม้สีน้ำตาลเข้าไปก็จะเจอที่ซื้อตั๋วเข้าศาลเจ้า ค่าตั๋วคนละ 1300 เยน เด็ก 650 เยน เดินเข้าไปด้านข้างจะมีเจดีย์สีแดงนี่อยู่ด้านซ้ายมือ

ด้านในยังมีหิมะอยู่บนพื้นแบบบางเบา

เดินต่อเข้าไปมองหามุมมหาชนที่ใครๆ ต้องมาถ่ายรูปคือถ่ายกับลิง 3 ตัวที่ปิดตา ปิดหู ปิดปาก หมายถึง ไม่ดูสิ่งชั่ว ไม่ฟังสิ่งชั่ว ไม่พูดสิ่งชั่ว

อันนี้เป็นความรู้ที่ค้นจาก blog ของคนในอินเตอร์เนต ต้องขอบคุณมากมากเลยนะคะ (เคยได้ยินว่าเป็นการเล่นคำภาษาญี่ปุ่นค่ะ คิคาซารุ(ไม่ฟัง 聞かざる kikazaru) อิวาซารุ(ไม่พูด言わざるiwazaru) มิซารุ(ไม่ดู見ざるmizaru) แผลงไปเป็นซารุ(猿saru)ที่แปลว่าลิงค่ะ //ด้วยความรู้ภาษาญี่ปุ่นอันงอกง่อย ผิดถูกอย่างไรขออภัยด้วยค่ะ -/\-)

นอกจากลิงสามตัวนี้ยังมีลิงตัวอื่นๆอีก เช่น แม่ลิงกับลูกลิง แม่ลิงมองออกไปไกลๆ ยังอนาคตของลูกลิง และลูกลิงก็เงยหน้ามองแม่ลิงด้วยความชื่นชม แล้วยังมีลิงอกหัก ลิงปลอบใจเพื่อน ลิงจะแต่งงานอีกมากมาย

ส่วนอันนี้ เป็น ลิง 2 ตัว...

อันที่จริงเป็นภาพแกะสลักอยู่นผนังแบบนี้ค่ะ

ร้านจำหน่วยเครื่องรางต่างๆ มีเครื่องรางโชคดี เครื่องรางเรียนเก่ง ฯลฯ ทายซิว่าเด็กได้เครื่องรางอะไรมา

มีกล่องเครื่องรางวางอยู่ เด็กชายคงจะสงสัย ขอดูนิ้ดนึง


สวยงามสมเป็นมรดกโลกมากเลย

ด้านในยังมีเสาโทริอิ อยู่อีกชั้นนึง

เดินผ่านเข้าไปเลยค่ะ

จุดถัดไปคือชมสุสานของโชกุนโตกุกาว่า อิเอยาสุ (โชกุนคนแรก) ตอนเดินผ่านประตูที่มี เนมุริเนโกะ

Nemuri Neko 眠り猫(แปลว่า แมวหลับ) ตรงทางเข้าจะมีที่เก็บตั๋ว ส่งตั๋วให้เค้าดึงหางตั๋วก่อนเข้าไป ผ่านแมวหลับแล้วก็ขึ้นบันไดยาวเหยียดเลยค่ะ

กำลังทำพิธีเคารพสุสานกันอยู่ค่ะ

ถัดมาก็ไปชมหอมังกรร้อง(鳴龍) มีป้ายติดไว้ด้วยว่า “อย่าส่งเสียงดัง ไม่งั้นจะไม่ได้ยินเสียงมังกรร้อง" (ข้อมูลจากอินเตอร์เนต) ด้านในห้ามถ่ายรูปตามเคยค่ะ มีคนบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่นเหมือนเคย ฟังไม่เข้าใจ

ออกมาแล้วก็ส่งไปรษณียบัตรถึงตัวเองที่เมืองไทยซะหน่อย หน้าศาลเจ้ามีร้านขายของที่ระลึก และก็มีไปรษณียบัตรพร้อมสแตมป์ขายด้วยค่ะ ไม่แพง เขียนแล้วส่งเลย

ถึงเวลาอาหารกลางวันก็กินแถวๆ นั้น เป็นพวกแฮมเบอร์เกอร์ พอประทังไปได้ค่ะ ท้องอิ่มแล้วก็เที่ยวกันต่อ เดินไปเที่ยวต่อที่วัดไทยูอิน Taiyuin 大猷院 ค่าเข้า 550 แต่ถ้าเข้ารวมกับรินโนจิซื้อตั๋วรวม 900 เยน เด็ก 450 เยน วัดนี้มีสุสานของโตกุกาว่า อิเอมิสึ โชนคนที่สาม เป็นสมบัติชาติแห่งหนึ่ง ด้านในถ่ายรูปไม่ได้ มีโกฐิของโชกุนอยู่ด้านในสุด เดินดูความงามรอบๆ วัดได้ วัดนี้เลยค่ะ

ท่าประจำของสองคนนี้ เขาไปไหนก็จะทำท่านี้ตลอด เป็นท่าบริหารยามปวดขา

ก่อนเข้าไปก็เอาตั๋วไปแสดงก่อน แล้วก็เดินเข้าไปตามทางเดิน ผ่านซุ้มประตู และก็ตามธรรมเนียม ต้องล้างมือ ล้างปากก่อน

เดินต่อไปอีกค่ะ ยังไม่ถึงตัววัดเลย

ต้องเดินผ่านประตูเข้าไปอีกค่ะ

ก็ยังต้องเดินผ่านเข้าไปอีก

เดินเข้าไปก็จะเป็นทางเดินรอบๆ วัด มีหิมะบนพื้น บรรยากาศเงียบสงบ เงียบมากมาก นักท่องเที่ยวก็มีไม่มาก เดินเข้าไปกันต่อเลยค่ะ

ด้านในห้ามถ่ายรูป ก็เลยไหว้พระ แล้วก็ชมความงามในบรรยากาศเก่าแก่และเงียบสงบกันซักพัก จากนั้นก็เดินออกมาด้านนอก เป็นทางเดินยาวๆ ไปยังสุสาน

นี่เป็นสุสานของโชกุนค่ะ

จากที่นี่ไปต่อที่ศาลเจ้าฟูจาราซัน หรือ Futarasan Shrine 二荒山神社 ค่าเข้า 200 yen ศาลเจ้าฟูจาราซันเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพสามองค์คือ Okuninushi, Tagorihime, Ajisukitakahikone (ด้านในมีจุดที่บอกว่าจุดนี้อยู่ใกล้เทพที่สุดด้วย) มีดาบสองเล่มที่เป็นสมบัติชาติด้วยค่ะ มีศาลเทพแห่งปัญญา ป้าย 3 อันปักอยู่ในน้ำ เขียนว่า น้ำคืนวัยเยาว์ น้ำแห่งปัญญา น้ำพุสาเก ส่วนที่มีแท่งๆ เหมือนเล่นเกม มีห่วง 3 ห่วง บอกว่า ถ้าโดยลงแม้แต่ห่วงเดียว โชคดีจะเข้ามา ไปโยนกันแล้ว เข้าคนละ 1 ห่วง

ทางเข้าก็จะมีโทริอิ เป็นสัญลักษณ์

เดินเข้าไปด้านในเจอที่ขายตั๋ว ก็ซื้อตั๋วเลยค่ะ จากนั้นชมด้านในกัน บางส่วนยังทำการซ่อมแซมอยู่ บรรยากาศด้านในเป็นแบบนี้ค่ะ

จากวัดและศาลเจ้าบริเวณนั้นหมดแล้ว ก็กลับมาขึ้นรถบัสที่เดิมที่เราลง (บัสวิ่งเป็นวงกลม) เพื่อไปดูสะพานสีแดงอันนี้ จริงๆ แล้วมีค่าเข้าชมอีก ถ้าอยากจะเดินผ่านสะพาน แต่พวกเราก็คงไม่ต้องแล้วล่ะ ถ่ายรูปก็พอค่ะ

ได้เวลากลับกันแล้ว มายืนรอรถเมล์ที่ป้ายเดิม นั่งรถเมล์กลับไปที่สถานี Nikko บ๊าย บาย...

ขากลับซื้อตั๋วกลับเหมือนเดิม แต่ดันขึ้นรถผิดขบวนซื้อรถไฟธรรมดา แต่ดันไปขึ้น express ก็เลยต้องจ่ายเพิ่มอีก 2570 เยน แย่จัง... จากที่ Nikko กลับมาลงที่สถานี Tokyo Sky tree เพื่อขึ้นไปยังหอสูงอันดับ 1 ของโลก มีค่าเข้าชมอีกค่ะ ผู้ใหญ่ 2060 เยน เด็ก 930 เยน ต่อคิวยาวเหยียดเลยค่ะ พนักงานบอกว่ารอคิวประมาณ 50 นาที แต่อันที่จริงไวกว่านั้น

ฝูงชนที่รอคิวกันอยู่ค่ะ ไม่ได้ยินเสียงคนไทยเลย ไม่ค่อยเห็นฝรั่ง มีแต่ชาวญี่ปุ่นกันเองทั้งนั้นเลยค่ะ

วิวข้างบนก็เป็นแบบนี้ค่ะ

คนข้างบนเยอะมากกกก

ได้ของที่ระลึกจากที่นี่เป็นโมเดลโตเกียวสกายทรีค่ะ

ช้อปปิ้งของที่ระลึกกันใหญ่เลยค่ะ

บรรยากาศด้านล่างของห้าง ประดับประดาไฟสีสันสวยงามมากค่ะ

ขากลับที่พักแวะร้านซูชิสายพานย่านอาซากุสะ ซึ่งเราเจอโดยบังเอิญ ที่นี่ราคาเป็นมิตรอีกแล้วค่ะ จานละ 125 เยน + Tax (เอา 1.08 คูณ) คือจะมีเฮียคนนึงเป็นคนปั้นซูชิ จะเอาอะไรก็ชี้ที่เมนู แต่ถ้ามีเรียงบนสายพานก็หยิบได้เลย เค้าจะคิดราคาดูเป็นสีจาน จะมีรูปภาพบอกว่า จานชนิดไหน ราคาเท่าไหร่ อย่างพวกซูชิหน้าปลาไหลก็จะแพงหน่อย จานละ 500 เยน เป็นต้น ร้านนี้แนะนำเลยค่ะ อร่อยมาก จานละ 2 ชิ้น วันนี้พวกผู้ชายกินไปคนละ 9 จาน เรากินแค่ 3 จาน ก็จุกแล้ว ราคารวมทั้งหมด 3272 เยนเองค่ะมื้อนี้

แผนที่ร้านซูชิ ขอยืมภาพแผนที่ของ Edo-mae มาแป้ปค่ะ ถ้าเดินเข้าด้านหน้าวัดตรงที่เป็นโคมยักษ์ ให้เลี้ยวขวาแยกแรกเลย เดินตรงไปผ่านแยกที่มีห้องน้ำสาธารณะ ร้านจะอยู่ขวามือค่ะ

มีคนรีวิวร้านนี้ไว้ด้วยค่ะ เพิ่งอ่านเจอตอนกลับมาแล้วนี่แหละ http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2008/...

ยังไม่ได้เที่ยวโตเกียวเท่าไหร่เลยใช่มั๊ยคะ ยังค่ะยัง พรุ่งนี้ยังมีโตเกียวดีสนีย์แลนด์รออยู่อีก...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (0)