ผมโชคดีที่ได้มาอยู่ฝ่ายนิเทศงานบริหารและการจัดการที่มีทีมงานเข้มแข็งมาก เช่น อ.สุธีร์ เอกอินทร์ อ.นิวัตร นาคะเวช อ.ชัด บุญญา (จนชาวโรงเรียนเรียกกันติดปากว่า “สุธีร์ ชัด นิวัตร ธเนศ” ซึ่งต่อมาเราได้คิดค้นเทคนิคการระดมสมองโดยใช้บัตรขึ้นมาเราเลยเรียกกันเองว่า “เทคนิคสุชวนะ” ก็มาจากชื่อย่อของพวกเรา 4 คนนี่แหละ)
เราได้ไปเก็บเกี่ยวเทคนิคการบริหารจากวงการธุรกิจมาประยุกต์ใช้ ถือเป็นรุ่นแรกๆทีเดียว เราทำเอกสาร และไปเป็นวิทยากรบรรยายกันมากมาย เช่น เทคนิคคิวซีซี เทคนิคการวางแผนเป็นทีม(Team Planning) กิจกรรม 5 ส. กิจกรรม Walk Rally การบริหารเชิงระบบ ฯลฯ
พวกเราจะพูดเสมอว่า "การนิเทศที่ได้ผลดีต้องสามารถนิเทศผู้บริหารได้ เพราะจะเกิดการขับเคลื่อนได้รวดเร็วทั้งระบบ เราจึงยืนยันว่าควรมีฝ่ายนิเทศงานบริหารและการจัดการ โดย ศน.ฝ่ายนี้ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ประสบการณ์เชิงบริหาร มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหาร" ผู้ที่พูดประโยคนี้มากกว่าใครคือ คุณนิวัตร นาคะเวช (ปัจจุบันเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ)ซึ่งเป็นทีมงานเราคนหนึ่ง
โดยส่วนตัวนอกจากผมจะชอบเขียนบทความทางวิชาการ ไปเป็นวิทยากรบรรยายแล้ว ผมยังเขียนหนังสือตีพิมพ์ในสำนักพิมพ์ต่างๆอีกหลายเล่ม (ไม่ได้คิดหวังเรื่องเงินทองอะไร เจตนาเพื่อเผยแพร่แนวคิดตัวเองเท่านั้น จึงส่งให้โรงพิมพ์เขาพิมพ์และจำหน่ายเอง ไม่ไปยุ่งเรื่องการตลาดใดใด) หนังสือที่มีคนกล่าวถึงมาก เช่น โลกในใจของบุญถึง เด็กชายปลายสวน เจาะปัญหาพัฒนาโรงเรียน แนวทางการนิเทศประชาธิปไตยในโรงเรียน การจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดีในโรงเรียน การจัดทำผลงานวิชาการของผู้บริหารและผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษา จี้ใจได้แง่คิด จี้ใจได้สาระ สี่ปีที่เรือนราชมนู ศัพท์ปฏิรูปการศึกษาที่ควรรู้ ฯลฯ สำนักพิมพ์ที่พิมพ์ เช่น ไทยวัฒนาพานิช วัฒนาพานิช สำนักพิมพ์ดอกหญ้า องค์การค้าของคุรุสภา สำนักพิมพ์การศาสนา เพชรเกษมการพิมพ์ เป็นต้น
กลวิธีที่ผมใช้ในการเขียนคือ พยายามเขียนอะไรที่ง่ายต่อการปฎิบัติ ไม่ยึดติดรูปแบบและทฤษฎีมากเกินไป แต่เป็นการประยุกต์ทฤษฎีมาเสนอแนะเป็นแนวปฏิบัติมากกว่า โดยพยายามใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่กินใจ และเป็นธรรมชาติ
โดยจะสังเกตจากการเป็นวิทยากรบรรยายของตนเองว่า ถ้าพูดอย่างไรแล้วคนพอใจ ก็จะเขียนเหมือนอย่างที่พูด และเมื่อได้ศึกษาค้นคว้า ได้ตรวจสอบจากประสบการณ์ และสภาพที่เป็นจริงมาเพียงพอแล้ว ก็จะลงมือเขียนด้วยความมั่นใจ และมีใจกว้างพร้อมจะรับการประเมิน
เพราะผมถือว่า เสียงสะท้อนจะเป็นผลดีช่วยให้เราได้พัฒนาผลงานให้ดีมากยิ่งขึ้น
ประสบการณ์การเป็นศึกษานิเทศก์ของผม (ตอนที่ 5)
พยายามเขียนอะไรที่ง่ายต่อการปฎิบัติ ไม่ยึดติดรูปแบบ ใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่กินใจ และเป็นธรรมชาติ โดยจะสังเกตจากการเป็นวิทยากรบรรยายของตนเองว่า ถ้าพูดอย่างไรแล้วคนพอใจ ก็จะเขียนเหมือนอย่างที่พูด
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
บาวจบ · 8 พ.ย. 2549
นาย ศราวุธ จ้อน อยู่เกษม · 8 พ.ย. 2549
ป้องโทน · 8 พ.ย. 2549
บาวจบ · 8 พ.ย. 2549
นายบอน@kalasin · 8 พ.ย. 2549