Knowledge Process

บันทึกอนุทิน รายวิชา การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้

โดย นางสาวมณฑนา เพ็งกลาง รหัสนักศึกษา 57D0103113 สาขาหลักสูตรและการสอน

เรื่อง Knowledge Process

วันที่บันทึก24สิงหาคม พ.ศ. 2557

ได้เรียนรู้อะไรในวันนี้

Knowledge Processการค้นหาความรู้ ต้องดูจากองค์กรมีความรู้อย่างไร รูปแบบใด อยู่ที่ใคร ความรู้อะไรที่องค์กรต้องมี โดยการใช้ Knowledge Mapping คือวิธีการค้นหาความรู้และจัดระบบความรู้ ความรู้อยู่ที่ตัวบุคคลที่จะนำมาจัดการ สิ่งที่จะทำให้องค์กรสำเร็จคือ Man Moneyการทำ KMต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะทำเรื่องอะไร มีรูปแบบและวิธีการอย่างไร การสร้างและแสวงหาความรู้ คือ ใช้ Knowledge Mapping เป็นเครื่องมือจะทำให้รู้ว่าไม่มีความรู้ที่จำเป็นต้องมี ทำได้โดยสร้างความรู้จากความรู้เดิมโดยการแลกเปลี่ยนหรือนำจากภายนอกเข้าไปในองค์กร รู้ว่ามีความรู้อย่างไร ดึงความรู้มารวบรวมจัดทำให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ความรู้ที่จำเป็นควรได้รับการส่งเสริม ถ้าความรู้ไหนไม่จำเป็นให้หยุดไว้ก่อน การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ คือ การจัดหมวดหมู่ ทำสารบัญแยกประเภท ค้นหาได้สะดวก การประมวลและกลั่นกรองความรู้ จัดทำเอกสารให้ได้มาตรฐาน ใช้รูปแบบเดียวกันทั้งองค์กร การเข้าถึงความรู้ คือ การป้อนความรู้ การให้โอกาสใช้ความรู้ การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือ ต้องมีการแตกขยายความรู้ จัดทำเอกสาร จัดทำฐานข้อมูล โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ จะช่วยให้เข้าถึงความรู้ได้ง่ายและรวดเร็ว ใช้ได้ดีกับ Explicit Knowledgeเท่านั้น แต่หัวใจของ KMคือ Tacit Knowledgeกระบวนการ Socializationแต่บุคคลสามารถเรียนรู้จาก Tacitเป็น Explicit ได้ การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับทิศทางหรือค่านิยมขององค์กร วัตถุประสงค์หลักของ KMคือ การเรียนรู้ของบุคคลและการนำความรู้นั้นไปใช้ ตัดสินใจ แก้ปัญหา ปรับปรุงองค์กร แต่ถ้าขาดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับทิศทางก็ไม่มีความหมายใด ๆ ปัจจัยที่ทำให้เกิด KMประสบความสำเร็จ คือ Leardership and Strategy ผู้นำต้องเข้าใจ เข้าถึงและตระหนักถึงประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับจาก KMสื่อสารและผลักดันให้มี KMในองค์กร กำหนดทิศทางและกลยุทธ์ของ KMให้ชัดเจน สรุปคือ KMเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการ Culture วัฒนธรรมองค์กร กิจกรรมทางด้าน KMเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมขององค์กรโดยตรง สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรบรรลุผลสำเร็จใน KMคือ นวัตกรรมในการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ระหว่างบุคคลในองค์กร Technologyระบบอินเตอร์เน็ต อินทราเน็ต ระบบฐานข้อมูลที่ทันสมัย Measurementsองค์กรไม่สามารถทราบสถานะที่แท้จริงได้ถ้าไม่มีการวัดผล Intrastructureที่จับต้องได้ คือ สถานที่ เครื่องมือ ที่จับต้องไม่ได้ คือ โครงสร้างของหน่วยงาน ระบบงาน

Story telling เป็นกระบวนการสื่อสารความรู้ ประสบการณ์ระหว่างบุคคล กลุ่มบุคคล แบบไม่เป็นทางการ โดยใช้เทคนิคการกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจ Story telling กับ KMแปลงจาก Tacit Knowledge เป็น Explicit Knowledgeยกระดับคุณภาพประสบการณ์ของรายบุคคล คุณลักษณะของ Story tellingที่ควรคำนึงถึง คือ ไม่มีลักษณะเป็น panaceaไม่ปรุงแต่งหรือเสริมจินตนาการ ต้องเป็นประสบการณ์ที่มีอายุไม่นานเกิน ควรเป็น Best Practiceเชิงบวก ผู้ฟังต้องตั้งใจฟังและตั้งคำถาม แสดงถึงความสนใจ มีความเป็นกัลยาณมิตร

รู้แล้วคิดอย่างไร คิดอะไรต่อ

การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในองค์กร มีทั้งการสร้างความรู้ใหม่และความรู้เดิม ซึ่งสามารถนำความรู้จากข้างนอกมาใช้ในองค์กรได้ หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรได้ และการจัดทำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้งานจำเป็นที่จะต้องจัดให้เป็นหมวดหมู่ ทำเอกสารให้ได้มาตรฐาน สำหรับคนที่มีความรู้อยู่แล้ว ต้องแตกขยายความรู้ให้ผู้อื่น แต่ก่อนที่จะนำความรู้สู่องค์กร ผู้นำต้องเข้าใจในความหมายของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง

การเขียน Story Telling เป็นการเขียนเรื่องราวที่มาจากการปฏิบัติที่เป็นเลิศ การเล่าเรื่องราว หรือการสร้างแรงบันดาลใจที่เกิดความสำเร็จ

จะนำไปปรับประยุกต์ใช้อย่างไร

การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในห้องเรียน ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลแล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้เป็นการขยายความรู้ในห้องเรียน และเรื่องการเขียน Story Telling ให้นักเรียนได้เขียนเล่าเรื่องประสบการณ์ที่น่าสนใจของตนเองและแบ่งปันเรื่องราวกับเพื่อนในห้อง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าเร้าพลัง



ความเห็น (0)