เมื่อสุขภาพไม่สมบูรณ์

ชายขอบ
  ทำไมมนุษย์ต้องพยายามให้มีสุขภาพสมบูรณ์เพื่อมีพลังไว้ต่อสู้เหรอ และมีสุขภาพสมบูรณ์เพื่อแสวงหาและใช้ประโยชน์จากความร่ำรวยกันจริง ๆ เหรอ   

     ตั้งแต่ปี 2543 ผมได้จดบันทึกคำกล่าวของ เฮอราคลิตุส (Heraclitus) ที่ได้อ่านพบจากปกหลังของวารสารการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านสุขภาพ ซึ่งบันทึกไว้ดังนี้

“เมื่อสุขภาพไม่สมบูรณ์
ความปราดเปรื่องจะถูกบดบัง
วัฒนธรรมไม่อาจแสดงออก
มนุษย์ไร้กำลังต่อสู้
ความร่ำรวยไร้ประโยชน์
และปัญญานำไปใช้ไม่ได้”

     จริง ๆ ตอนนั้นผมบันทึกเพิ่มเติมไว้นิดนึงด้วยว่าเห็นด้วยและชอบใจในข้อสรุปนี้ แต่มาถึงตอนนี้ ผมกลับมีคำถามขึ้นว่า ทำไมมนุษย์ต้องพยายามให้มีสุขภาพสมบูรณ์เพื่อมีพลังไว้ต่อสู้เหรอ และมีสุขภาพสมบูรณ์เพื่อแสวงหาและใช้ประโยชน์จากความร่ำรวยกันจริง ๆ เหรอ ที่บันทึกวันนี้เพราะเกิดคำถามอย่างนี้ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน

คำสำคัญ (Tags)#คุณลิขิต#สุขภาพ#บันทึก#การถ่ายทอดความรู้#บันทึกประจำวัน#บันทึกเล่มเก่า

หมายเลขบันทึก: 57807, เขียน: 07 Nov 2006 @ 23:32 () , แก้ไข, 19 Mar 2015 @ 08:31 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (12)

 หากแม้สุขภาพกายไม่สมบูรณ์ แต่หากคุณมี จิตที่แรงกล้า มีความเชื่อ และศรัทธาต่อ สิ่งใด พลัง และความปราดเปรื่องก้อจะมาอย่างเต็มเปี่ยม    

   และคิดว่าใช่ ที่มนุษย์ พยามมีสุขภาพที่สมบูรณ์ เพื่อไว้ในการต่อสู้ แต่จะต่อสู้กับอะไรละ  บ้างก้อต่อสู้ต่ออุดมการณ์ที่จะให้เกิดสิ่งดี  บ้างก็ต่อสู้เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองตามกิเลสที่ก่อเกิด  แล้วเราจะทำอย่างไรให้คนต่อสู้เพื่อก่อเกิดสิ่งดี ต่อตัวเอง และ สังคม ให้อยู่อย่างสุขสงบ

 

  • "สุขภาพไม่ใช่สิ่งที่คนเราให้ความสำคัญสูงสุด (Ultimate value) หรือ สิ่งที่เราต้องการเป็นสิ่งสุดท้าย (the end in itself)
  • มันเป็นเพียงเครื่องมือไปนำสู่สิ่งที่เราให้ความสำคัญ เท่านั้น"
  • Prof. LW Green แห่ง Precede/Proceed Model ได้กล่าวเน้นไว้บ่อยมาก ตรงตามกับ กฎบัตรออตตาวา

เพียงแต่ว่าสิ่งที่เราแต่ละคนให้ความสำคัญนั้นคืออะไร

  • ความสุขแบบพอเพียง
  • ครอบครัวและสังคมที่สมัครสมานสามัคคี 
  • อิสรภาพ
  • การได้รับการศึกษาสูงๆ
  • ความเท่าเทียมกันในสังคม
  • การได้รับความเคารพ
  • ชื่อเสียง
  • ความสงบสุข
  • การได้ปฏิบัตตนตามพระศาสดาของตน
  • การเป็นที่ยอมรับของสังคม
  • ความร่ำรวย ฯลฯ

ก็คล้ายๆกับความคิดเห็นคุณก้ามปูแหละค่ะ 

มัทคิดว่า คุณชายของมีคำตอบในใจอยู่แล้วใช่ไม๊ค่ะ

: )

-----------------------------------------------

แต่มีจุดนึงที่ติดใจมาเสมอ และต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นค่ะ 

ช่วงหลังๆที่ ความหมายของคำว่า สุขภาพมันกว้างเหลือเกิน ครอบคลุมด้าน สังคม สุขภาพจิต และ จิตวิญญาณด้วย เลยเริ่มงงๆว่าแล้วมันจะไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่ต้องการได้ไง

มาลองช่วยกันนึกดูเล่นๆว่ามีกรณีไหนไม๊ีที่

คนมีสุขภาพดีแล้ว (ในความหมายแบบองค์รวม ทั้งทางกาย จิต จิตวิญญาณ) แต่ยังไม่ได้รับสิ่งที่เห็นว่ามีค่าในชีวิต คือ ยังมีอะไรที่ต้องการอีก? 

 

 

 

 

 

 

หากกายป่วยแต่ใจไม่ป่วยชีวิตก็พอจะมีสุขและคงเหลือพลังไว้ขับเคลื่อน...เห็นด้วยกับคุณมัทนาว่าเราเพียงใช้สุขภาพไว้เพื่อเป็นเครื่องมือในการนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า..และก็นิ่งๆ..ขบคิดกับคำกล่าวของเฮอราคลิตุสผสมผสานกันกับประเด็นแห่งคำถามของชายขอบ..เพราะตอนนี้ก็เหมือนเผชิญกับสภาวะแห่งการค้นหาสัจจะแห่งคำกล่าวนั้นอยู่พอดี..การเจอว่ากำลังป่วยกำลังไม่สบายที่รุนแรงสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือการต่อสู้ด้านในว่าเราจะสามารถประคองร่างนี้ทำกิจกรรมสิ่งที่มุ่งหวังตั้งใจไปจนสำเร็จได้หรือไม่...สภาพความเจ็บป่วยและความทรมานที่จะพึงมีทั้งในภาวะนี้และต่อไปในอนาคตเราจะรับมือกับมันได้อย่างไรมีวิธีหลีกเลี่ยงได้หรือไม่..หากเราอดทนหรือรับมือกับความทุกข์ทรมานทางสังขารไม่ไหวแล้วเราจะทำอย่างไร..นี่เป็นเหมือนคำถามที่มุ่งเข้ามาหาตัวเองก่อนที่จะนึกคิดมาได้ในสัจจธรรมตามธรรมชาติว่า ชีวิตไม่มีอะไรที่แน่นอน ทุกข์จากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสมบัติติดมาตั้งแต่ที่มีการเกิดมิได้เป็นทุกข์ที่createมาให้แต่เราเท่านั้น แต่เวลาเจออาการเจ็บปวดทีไรเผลอคิดทุกข์ว่า"นี่แหละของฉัน".เสียทุกที.เลยขอสรุปว่าเราพึงมีสุขภาพที่ดีทั้งทางกายและจิตใจรวมถึงจิตวิญญาณเอาไว้ต่อสู้กับอะไร?น่าเป็นการต่อสู้กับการลดละอัตตา ความเห็นแก่ตัว..ทั้งของตัวเราเองและผู้ที่เกี่ยวข้องน่ะคะ

คุณก้ามปู ครับ

     ผมเชื่ออย่างนั้นเช่นกันครับ
     แต่ผมมองเพิ่มอีกนิดนึงนะครับว่า สุขภาพของใครคนใด ๆ เป็นคน ๆ ไป ย่อมเชื่อมสัมพันธ์กันในทุก ๆ มิติ จนเป็นเนื้อเดียวกันกับชีวิต ที่เรียกตามทฤษฏีในปัจจุบันเรียกว่าเป็นองค์รวม ตรงไหนที่ได้รับผลจนไม่สมบูรณ์หรือขาดความสมบูรณ์ไปแม้ชั่วคราว ก็จะส่งผลต่อคำว่าสุขภาพทั้งระบบ นี่แหละครับที่ผมได้เรียนรู้จากชาวบ้านเมื่อถามถึงนิยามของสุขภาพของท่าน ว่าเขาหมายถึงอะไร อสม.ที่ป่าพะยอมท่านหนึ่งตอบผมอย่างรวดเร็วเลยว่า หมายถึง "ชีวิต" ท่านต่อให้อีกว่า เพราะหากเมื่อเราตาย สุขภาพของเราก็มลายไปด้วยพร้อมสังขาร...
     ชั่วการมีชีวิตหนึ่ง ๆ ใช่จะนานและใช่จะแน่นอน น่าจะช่วยกันก่อเกิดสิ่งดี ต่อตัวเอง และ สังคม ให้อยู่อย่างสุขสงบ กันดีกว่าอย่างที่คุณก้ามปูว่าไว้นะครับ

คุณหมอมัทนา ครับ

     ผมตอบ คห.คุณก้ามปูไปเสร็จแล้วกลับมาตั้งใจอ่าน คห.คุณหมอ เลยทำให้ต้องย้อนกลับไปอ่าน คห.ที่ให้ไว้ตะกี้อีกครั้งครับ หากผมจะเชื่อว่า "สุขภาพ" ก็คือ "ชีวิต" อย่างที่ อสม.ท่านเชื่อแล้วผมยกว่า ฉะนั้นที่ว่า "ชีวิตหรือสุขภาพ ก็จะเป็นเพียงเครื่องมือไปนำสู่สิ่งที่เราให้ความสำคัญ" และสิ่งสำคัญนั้นคืออะไร มีเรื่องเล่าต่ออีกครับ

     เมื่อค่ำของเมื่อวานผมไปนั่งพูดคุยแบบพี่ ๆ น้อง ๆ กับ พี่นิพัฒน์ ประธานสภาคนพิการทุกประเภท จว.พัทลุง พี่ท่านบอกผมว่า (น้ำตาเอ่อ ๆ ...ด้วย) "ผมเพิ่งพบว่า ความสุขที่แท้จริงคืออะไร ก็ตอนที่ได้ไปพบและช่วยเหลือคนพิการด้วยกันให้ลุกขึ้นมาสู้กับชะตาชีวิตตัวเองนี่แหละ"

     เรื่องนี้ที่คุณหมอทิ้งท้ายไว้ ผมตอบเป็นเรื่องที่เล่าข้างต้นนะครับ ส่วนผมเองนั้นได้พบก่อนหน้าพี่นิพัฒน์ แล้ว จึงได้ไปชักชวนพี่นิพัฒน์และเพื่อน ๆ ออกมาทำงานแบบจิตอาสา อย่างที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันครับ

คุณ - TwentyAngle - ครับ

     ยินดีมาก ๆ เลยครับที่เข้ามา ลปรร.กัน ทั้ง 3 คห.ล้วนทรงคุณค่า คราก่อนที่หาย ๆ ไป ส่วนหนึ่งก็เพราะดูแล้ว มีแต่ คห.ที่ช่วยเพิ่มความลุ่มหลง หลงไหล ผมชอบ คห.แบบนี้ที่ต่อยอดความรู้กัน (ยิ้ม ๆ) นั่นก็เป็นสุขภาพด้วยนะครับ สุขภาพระดับจิตวิญญาณที่ไม่ดี เพราะเรื่องจะชอบไม่ชอบก็ยังเลือก (ฮิๆๆ)
     เห็นด้วยว่า ชีวิตไม่มีอะไรที่แน่นอน ทุกข์จากการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสมบัติติดมาตั้งแต่ที่มีการเกิด แต่ผมมองอย่างนี้นะครับว่าอย่าคิดต่อสู้กับอะไรเลยดีกว่า แสวงหาสุขร่วมกันที่เป็นแบบไม่มีใครทุกข์ดีกว่า ทำเท่าที่ทำได้ครับ ไม่ทุกข์ด้วย 
     ยิ้ม ๆ อีกสักที ก่อนกล่าวคำว่าสวัสดีนะครับ

ขอบคุณค่ะที่ตามมาตอบ : )

เห็นด้วยทุกอย่างค่ะ และเพราะเห็นด้วยนี่แหละค่ะ เลยทำให้คิดว่า...

ถ้าสุขภาพ (แบบองค์รวม) ก็คือ ชีวิต (ที่มีความหมาย)

ถ้างั้นประโยคที่ว่า สุขภาพไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่เราต้องการก็คงไม่ถูกต้องนักใช่ไม๊ค่ะ

เพราะกรณีพี่นิพัฒน์นี่ก็ถือว่าเป็นคนที่สุขภาพดีคนหนึ่งในนิยามองค์รวม

แล้วถ้าเราสุขภาพดีในนิยามนี้แล้ว ยังมีอะไรที่เราให้ความสำคัญมากกว่านี้อีกหรือ?

สิ่งที่เราแต่ละคนให้ความสำคัญต่างๆที่เคยยกตัวอย่างไป ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเติมเต็มสุขภาพ(ชีวิต)มากกว่า ที่จะเป็นจุดหมายต่อยอดออกไป

นี่แหละค่ะที่งง

แต่เคยสรุปกับตัวเองว่า อย่าคิดมากเลย นิยามนี้เค้าบัญญัติมาเพราะมองในมุมกลับกันมากกว่า ว่า ถึงแม้ร่างกายไม่สมบูรณ์ แต่ ใจ กับ จิต ดี ก็แปลว่าสุขภาพดี : )

 

 

 

 

  • มีคำกล่าวบอกว่า โลกนี้ สังคมนี้ จะดีและมีความสงบสุขก็ด้วยสมองและฝีมือมนุษย์ ที่คิดเก่ง ทำเก่ง และคิดดีทำดี
  • เมื่อใดที่เรามีสุขภาพแข็งแรง เราจะมีพลังเหลือเฟือในการที่จะคิดและพัฒนา ดังนั้นคนเราจึงอยากมีสุขภาพที่ดี ในทางตรงข้ามสุขภาพที่ไม่ดีย่อมบั่นทอนพลังความคิด ทั้งนี้ก็เพื่อตัวเองค่ะ
ขอขอบคุณ คุณชายขอบ และคุณมัทนามากคะ
      ที่ช่วย ลห ต่อยอดความคิด ประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมด ทำให้นึกถึงเหตุการณ์เหตุการณ์หนึ่งที่เราทีมเยี่ยมบ้าน ไปเยี่ยมบ้านผู้พิการรายหนึ่ง
ท่านพิการจากอุบัติเหตุจราจร กระดูกต้นคอหัก นอนกับที่ แต่ท่านก็มีกำลังใจที่เข้มแข็ง สู้ ที่จะรักษาทุกวิธีจนวันนี้ท่านนั่งได้  ย่างก้าวได้  มีกำลังใจเต็มเปี่ยม สุขภาพจิตดีเยี่ยมมากท่านบอกว่าท้อทำไม ท้อแล้วได้อะไร สู้สิ ท่านต้องหาย 90 %  เล่นเอาทีมเยี่ยมบ้านได้กำลังใจกลับมาอย่างเต็มเปี่ยมพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหา ต่างๆ (เราพูดกันว่าแล้วเราละ ทำไมต้องท้อกันด้วย เมื่อเกิดปัญหา มีอีกคนบอกว่าที่เครียดปัญหาที่บ้าน หายหมดแล้ว เหลือแต่กำลังใจกลับไป แก้ไขปัญหา) เช่นเดียวกับเราชาว goto Know ที่พร้อมที่สร้างสรรสิ่งดี เพื่อสังคม ที่สุขสงบใช่มั๋ยคะ

คุณพี่ ศุภลักษณ์ ครับ

     ขอบคุณนะครับที่แวะเข้ามาเสมอ ๆ เป็นกำลังใจดีครับ เอาเป็นว่าว่างแล้วผมจะออกเดินสายเยือน Blog พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ติดตามกันเสมอ ๆ นะครับ
     เมื่อก่อนตามอ่านทั้งหมด แล้วค่อย ๆ ลดลง ตามปริมาณบันทึกที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ มันแปรผกผันกันนะครับ

คุณหมอมัทนา ครับ

     สุขภาพน่าจะไม่ใช่สิ่งสุดท้ายนะครับ สำหรับผมมองว่าความสุขแท้ครับ เป็นสิ่งสุดท้าย ขอตอบ...แบบฟันธงนิ

คุณก้ามปู ครับ

     ไม่เป็นไรนะครับ นี่เป็นสัญญาณที่ดีของการต่อยอดความรู้กันนะครับ หลังจากที่เปิดประเด็นด้วยบันทึก... ผมชอบจังเลยครับสำหรับคำพูดของคนพิการรายนั้น น่าจะเป็นต้นแบบที่ดีได้เลยนะครับ "ท้อทำไม ท้อแล้วได้อะไร สู้สิ ท่านต้องหาย 90 %" แล้วตกลงใครไปให้กำลังใจใครกันแน่นี่ครับ แบบนี้สินะที่เป็น Win-Win to Happiness ว่าไหมครับ