ผศ. ปราณี จาติเกตุ

    ก่อนอื่นในฐานะเจ้าภาพขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาในงานพระราชทานเพลิง ผศ. ปราณี จาติเกตุ ในวันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม 2557 นี้ หรือมีส่วนร่วมในการตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาของ นร. พยาบาลด้วย มีสิ่งใดที่ขาดตกบกพร่อง ก็ขออภัย ในขณะที่มีสิ่งใดที่ชอบอกชอบใจ ก็ขอยกความดีทั้งหมดทั้งมวลให้แก่แม่ด้วย 

    เจ้าภาพขออนุญาตใช้บล็อคนี้ แทนการพิมพ์หนังสืองานศพ และเล่าเรื่องชีวิตของแม่ด้วยสไตล์ 20 Facts (พยายามจะไม่ให้เวิ่นเวอร์)

    1. แม่มีชื่อเล่นว่า อัง ที่แปลว่า แดง แต่เพื่อนๆ ที่บ้านเกิดคือ จังหวัดสวรรคโลก เรียกแม่ว่า เส็ง 
    2. พ่อแม่ของแม่เป็นคนไหหลำอพยพมาทำไม้อยู่เมืองไทย ก๋ง มีเมีย 2 คน คือเหนียน กับ แม่คนไทย เข้าใจว่าก๋งไปรับเหนียนมาอยู่เมืองไทย หลังจากก๋งมีเมียคนไทยแล้ว แม่เคยมีพี่ชายที่เกิดกับเหนียนคนหนึ่ง ฉลาดมาก มีคนเล่าว่าพี่ชายโดนแม่เมืองไทยวางยาก็เลยตายซะก่อนที่แม่จะเกิด 
    3. แม่ฟังภาษาไหหลำออก แต่พูดไม่ได้ 
    4. ตอนเด็กๆ ก๋งเลี้ยงแม่แบบติดดิน แม่มีเพื่อนๆ ที่เป็นลูกลูกจ้างพากันไปโดดน้ำยมตอนน้ำหลาก เชือดไก่ และทำอะไรอีกหลายอย่างที่โลดโผนโจนทะยาน 
    5. แม่ไม่เคยพาลูกไปสวรรคโลกเลย อาจจะเพราะมีความหลังที่เจ็บปวด ที่โดนเมียเมืองไทยของก๋ง โกงจนหมดตัวตอนที่ก๋งตาย แต่แม่ก็บอกว่าลูกหลานเขาไม่ได้ดีเลยกันสักคน 
    6. แม่เรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา ที่คนดังๆ สมัยก่อนอย่าง พลเอกสายหยุด เกิดผล ก็เรียนที่นั่นด้วย ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก๋งส่งแม่ไปเรียนที่แพร่ เพื่อหลบระเบิด (เมืองแพร่แห่ระเบิด เกิดขึ้นหลังแม่ไปอยู่แพร่แน่ๆ) หลังจากนั้นก็ส่งให้มาเรียนที่กรุงเทพฯ ถึงได้รู้จักพ่อมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลายที่ (สตรี) มหาพฤฒาราม
    7. ก๋งอยากให้แม่เรียนพยาบาล ซึ่งแม่ไม่ทำให้ก๋งผิดหวัง ได้เรียนพยาบาลที่ศิริราช สิ่งที่น่าผิดหวังมีอย่างเดียวคือ ตอนเรียนแม่ทำคะแนนได้สูงเท่าๆ หรือ สูงกว่านักเรียนแพทย์ศิริราช อาจารย์หมอบางคนถึงกับออกปากว่า คะแนนระดับนี้เรียนหมอก็ยังได้ แต่ด้วยความไม่ประสีประสา แม่ก็เรียนพยาบาลต่อไปจนจบ 
    8. แม่เป็นคนเรียนหนังสือเก่ง เป็นนักเรียนเหรียญทอง ได้ที่หนึ่งตลอดหลักสูตร ตอบคำถามวิชาสูติฯ ได้คะแนนเต็ม 100 สอบวิชา Anatomy ได้คะแนนสูงกว่าหมอ (คงเพราะเด็กๆ แม่เชือดไก่มาเยอะ) เป็นคนช่างสอนเพื่อนๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แม่ยังเป็นนักเรียนทุน สุวรรณภักดี อีก อาจจะเป็นด้วยเหตุนี้ที่แม่อยากให้ตั้งทุนสำหรับนักเรียนพยาบาลขึ้นหลังแม่จากไปแล้ว 
    9. แม่ทำงานที่ศิริราช ตั้งแต่เริ่ม จนเกษียณอายุ รวมเวลาราชการราวๆ 40 ปี เป็นทั้งพยาบาลห้องผ่าตัด ไปจนถึงหัวหน้าภาควิชาการพยาบาลรากฐาน ของคณะพยาบาลศาสตร์ มหิดล 
    10. ที่แม่ไปเป็นพยาบาลห้องผ่าตัดเพราะว่า แม่ต้องไปดูแลเหนียนที่เป็นอัมพาต นอนอยู่โรงพยาบาล แม่สำนึกในบุญคุณของศิริราช มากๆ ที่ให้ยาย (เหนียน) นอนที่ รพ. และให้เวลาแม่ได้ไปดูเหนี่ยนเป็นระยะๆ ทักษะในการดูแลคนไข้ของแม่จึงไม่ได้มาจากทฤษฎีที่เรียน แต่มาจากการเรียนรู้ และดัดแปลงจากประสบการณ์การดูแลเหนียนนี่แหละ  
    11. แม่ชอบคุยเรื่องคนจนให้ฟัง แม่สอนไม่ให้ดูถูกคนจน เวลาขึ้นวอร์ดสอน นร. พยาบาล แม่ก็ช่วยคนไข้บ้านนอกที่มาป่วยที่ศิริราช ซื้อของไปเยี่ยม คนไข้บางคนก็ถึงกับขอให้แม่ฝากลูกสาวเข้าเรียนผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งแม่ก็ช่วยทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักอะไรกันมาก่อน (ทุกวันนี้พี่เขาก็ยังทำงานที่ศิริราช)
    12. แม่เคยสอนวิชาจริยธรรม เป็น บรรณาธิการ หนังสือ กฎหมายกับการพยาบาล เล่มสีน้ำเงินเข้ม เมื่อนานมาแล้ว เพิ่งมารู้อีกที่ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า คนที่รู้จักกันได้ใช้หนังสือเล่มนี้ในการทำงานสัมมนาตอนเรียนพยาบาลปี 4 ที่สถาบันอื่นด้วย สิ่งที่ไม่รู้ว่าจะบังเอิญด้วยหรือเปล่าคือ ทั้งลูกชาย และลูกสะใภ้แม่ ก็สอนวิชาจริยธรรมให้คณะทันตแพทยศาสตร์ ในระดับ Post-grad ทั้งที่ มศว และ มช. (ฟังเหมือนเป็นคนดีทั้งแม่ทั้งลูก ทั้งลูกสะใภ้ ยังไงไม่รู้แฮะ)
    13. พยาบาลคนสุดท้ายที่แม่ได้สอน ก็คือตอนที่น้องเขามาเฝ้าแม่ตอนที่แม่ป่วยต้องผ่าตัดหัวใจปี 2548 น้องยังเรียนแค่ปี 2 ตอนนั้นพอรู้ว่าฐานะที่บ้านของน้องเป็นยังไงจากอาจารย์ที่คณะ ดีใจที่ได้ช่วยน้องให้เขามีรายได้เล็กๆ น้อยๆ จากการเฝ้าแม่
    14. ตอนก่อนเกษียณหลายปี แม่เป็นตัวตั้งตัวตีในการทำชมรมผู้สูงอายุ ให้คณะพยาบาลฯ ตอนนั้นแม่ทำกองทุนให้ชมรมฯ มีทุนเป็นล้านบาท ได้เอาดอกผลมาใช้ประโยชน์ได้ แต่หลังจากแม่ไม่ได้เป็นประธานชมรมฯ แล้ว ประธานคนหลังๆ ก็บอกสมาชิกว่า จะเก็บเงินไว้ทำไมเป็นล้านบาท เอามาใช้ดีกว่า แม่รู้เข้าก็เสียใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ตอนนี้ชมรมฯ ก็เลยต้องอาศัยงบฯ แผ่นดิน ซึ่งจะทำอะไรทีก็ยากเย็นเข็นใจ... ก็เลือกเส้นทางเดินแบบนี้เองนี่เนอะ
    15. แม่คงรู้ว่างบประมาณแผ่นดินใช้ยาก ก็เลยเป็นคนทำงานที่ทำงานด้วยการหาเงิน "นอกระบบ" มาทำงาน หนึ่งในวิธีหาเงินนอกระบบให้กับคณะที่แม่ทำคือการผลักดันการตั้ง สมาคมศิษย์เก่าพยาบาลศิริราช (ที่ส่งคนหลายคนเป็นคุณหญิงไปแล้ว) และชมรมผู้สูงอายุ
    16. เพื่อนแม่ ลูกศิษย์แม่รักแม่มากๆ หลายคนบอกว่าแม่เป็นคนเนี๊ยบ บางคนบอกว่าโดนหยิก แม่ไม่เคยด่านักเรียนเสียๆ หายๆ แต่สอนแบบสร้างคน ลูกศิษย์แม่จำสิ่งที่แม่สอนได้เสมอ (เขาว่างั้นนะ)
    17. จำได้ว่าแม่เคยพยายามร้องเพลง หนึ่งในร้อย แล้วก็จำได้ว่าไม่เคยได้ฟังแม่ร้องเลย (หุหุ)
    18. แม่รู้จักพ่อมาตั้งแต่เรียนที่สตรีมหาพฤฒาราม แม่ไม่ได้อยากแต่งงาน แต่ผู้ใหญ่ในโรงเรียนพยาบาลบอกว่าให้เห็นใจพ่อ แม่ก็เลยแต่งงานตอนอายุ 33 พ่ออายุ 35 กว่าจะมีลูก แม่ก็อายุ 35 ปีพอดี 
    19. เนื่องจากพ่อทำงานองค์การอนามัยโลก ปีๆ ได้เจอกับแม่เดือนนึง ทำให้ลูกชายของแม่คุ้นเคยกับแม่ โตมากับแม่ แต่แม่ก็มีวิธีสอนที่ไม่ทำให้ลูกชายของแม่กลายเป็นลูกสาว  แล้วก็รู้สึกเฉยๆ กับการแยกอยู่กับลูกสะใภ้ของแม่ (ใครที่ถามว่า "แล้วมึงแต่งงานทำไมวะ?" คงเข้าใจแล้วสินะ หุหุ)
    20. ตอนเด็กๆ แม่สอนเรื่องศาสนาด้วยการอ่านหนังสือ กฎแห่งกรรม ของ ท. เลียงพิบูลย์ ให้ฟังก่อนนอนแทนนิทานที่คนอื่นมักจะได้ฟัง แม่ยังสอนอีกว่า "พระอยู่ที่ใจ ไม่ได้อยู่ที่วัด" 

    จริงๆ แม่อยากให้ลูกเรียนหมอ หรือด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ แต่ลูกก็ไม่รักดี ไปเรียนจบ ป. เอก แทน ขอโทษด้วยนะแม่ ยังไงในภาษาอังกฤษ มันก็เรียกว่า Doctor เหมือนๆ กันนะแม่นะ  

    ลูกชายคนเดียวของแม่ รักแม่มากนะ แต่ก็เข้าใจได้ว่า "ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา ส่งกันหมื่นลี้ ก็ต้องจากกันอยู่ดี" ขอให้วิญญาณแม่ไปสู่สุคติ แล้วก็ถ้ามีโอกาส ก็ขออนุญาตเขากลับมาเป็นลูกเป็นแม่กันอีกนะแม่นะ (ขอน้ำตาซึม แพ็พ) 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผศ. ปราณี จาติเกตุ



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

พี่สาว JJ 2 ท่าน เรียนจบที่ มหาพฤฒารามครับ

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ