การเลี้ยงนกกรงหัวจุกกับผลสืบเนื่องต่อการพัฒนาชุมชน : กรณีศึกษาตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

นายคอลัฟต่วนบูละ

นักศึกษาหลักสูตร การบริหารการพัฒนาสังคม คณะพัฒนาสังคม

และสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

โทรศัพท์ :087-479-2091

E mail :[email protected]

คำสำคัญ : ผลสืบเนื่องต่อการพัฒนาชุมชน

บทคัดย่อ

          การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะของการลี้ยงนกกรงหัวจุก และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องและเพื่อศึกษาผลสืบเนื่องของการเลี้ยงนกกรงหัวจุกต่อการพัฒนาชุมชนในมิติต่างๆ ในเขตตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยใช้การศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผู้ศึกษาได้ทำการสัมภาษณ์เจาะลึกจากผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญจำนวนทั้งหมด 9 คน ผลการศึกษา พบว่า 1. ลักษณะการเลี้ยงนกกรงหัวจุกมีวัตถุประสงค์ของการเลี้ยงนกกรงหัวจุก 4 ประการ 1) เพื่อความสุข 2) เพื่อสร้างรายได้ 3) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน 4) เพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรม ซึ่งส่งผลทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม 2.ผลสืบเนื่องของการเลี้ยงนกกรงหัวจุกต่อการพัฒนาชุมชนมีดังนี้ 1) ด้านเศรษฐกิจ การเลี้ยงนกรงหัวจุกสามารถสร้างอาชีพให้แก่ผู้เลี้ยง ทำให้ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกมีรายได้จากการขายนก ส่งผลให้คุณภาพชีวิตในด้านเศรษฐกิจดีขึ้นจากเดิม2) ด้านสังคม การเลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นวัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนหรือระหว่างชุมชนอื่นๆ 3) ด้านวัฒนธรรมชุมชน การเลี้ยงนกกรงหัวจุกและกิจรรมเกี่ยวข้องนั้น ไม่ได้ทำเพื่อความสุขของพวกเขาเพียงอย่างเดียว เพราะวิธีการของการเลี้ยงนกนั้นจะสอนให้คนรู้จักการอนุรักษ์ในสิ่งที่ได้เรียนรู้มา

บทนำ

          ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีเลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นจำนวนมาก และสามารถสร้างรายได้จากการเลี้ยงนก และกิจการทางธุรกิจอื่นๆที่เชื่อมโยงกับการเลี้ยงและกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างสังเกตเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการขายอาหารนก การทำกรงนก การหาไม้มาขายเพื่อทำกรงนก รวมทั้งการขายอาหารและเครื่องดื่มเวลามีการแข่งขัน ส่วนเจ้าของนกยังมีรายได้จากรางวัลที่ได้จากการแข่งขันอีกหากได้รับชัยชนะ ผลของความนิยมที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้ลักษณะการเลี้ยงนกกรงหัวจุกของชาวบ้านตำบลเฉลิมได้ปรับเปลี่ยนจากอดีตที่เคยเลี้ยงเพื่อความสวยงามและความสบายใจไปสู่การเลี้ยงเพื่อการแข่งขัน อันนำไปสู่การเพิ่มราคาตัวนกในการซื้อขายด้วย การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะนอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับลักษณะของการประกอบการแล้ว ยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ทางสังคมอัน เป็นผลทำให้เกิดกิจกรรมที่ส่งเสริมความรักความสามัคคีในชุมชนและการเป็นเครือข่ายกับชุมชนอื่นๆ อีกด้วย

          จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นอาชีพอย่างหนึ่งที่สุจริต มีความเป็นอิสระ และสร้างสรรค์ และมีพัฒนาการที่เกิดขึ้นอย่างกลมกลืนกับวิถีการดำเนินชีวิตของคนในท้องถิ่นที่เน้นความเรียบง่าย อีกทั้งยังสามารถทำได้หลายระดับโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมากนัก จึงถือได้ว่าเป็นอาชีพอิสระอาชีพหนึ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน นอกจากนี้ ก็ยังเป็นกิจกรรมเชิงนันทนาการด้วย จึงทำให้ผู้เลี้ยงและผู้ที่นิยมในเสียงของนกมีความสุข การเลี้ยงนกกรงหัวจุกจึงกลายเป็นอาชีพที่ทรงคุณค่าและมีผลต่อสังคมในหลายด้าน เช่น ด้านวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาเป็นเวลานานและทรงมีคุณค่ากับชาวบ้านอย่างมากมาย ด้านเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับคนเลี้ยงและผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการเลี้ยง และด้านสังคมที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนหลายกลุ่มและยังอาจจะนำมาช่วยเสริมกิจกรรมเพื่อการพัฒนาสังคมได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการศึกษาอย่างจริงจังถึงบทบาทของกิจกรรมประเภทนี้ต่อการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะในชุมชนที่มีผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นจำนวนมาก อย่างเช่นในตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาสนี้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผู้ศึกษาสนใจอยากศึกษาเรื่องการเลี้ยงนกกรงกับผลสืบเนื่องต่อการพัฒนาชุมชนในเขตตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อค้นหาว่ากิจกรรมนี้จะมีส่วนอะไรบ้าง และอย่างไร ต่อการพัฒนาชุมชนของผู้เลี้ยง ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษาคาดว่าเป็นแนวทางในส่งเสริมการพัฒนาชุมชนด้วยการประยุกต์กิจกรรมการเลี้ยงนกกรงหัวจุกให้เอื้อต่อการพัฒนาในมิติบางมิติให้เกื้อกูลกัน

วัตถุประสงค์ขอการศึกษา

          1 เพื่อศึกษาลักษณะของการลี้ยงนกกรงหัวจุก และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

          2 เพื่อศึกษาผลสืบเนื่องของการเลี้ยงนกกรงหัวจุกต่อการพัฒนาชุมชนในมิติต่างๆ ในเขตตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

          1 ทำให้ทราบลักษณะของการเลี้ยงนกกรงหัวจุกและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องซึ่งเกิดขึ้นในชุมชน ที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส และในพื้นที่ใกล้เคียงที่เชื่อมโยงกับการเลี้ยงนกกรงหัวจุกในพื้นที่นี้

          2 ทำให้ทราบและเข้าใจถึงผลสืบเนื่องของการเลี้ยงนกกรงหัวจุกต่อการพัฒนาชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

          3 สามารถประยุกต์ในการพัฒนากิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการเลี้ยงนกกรงหัวจุกในการส่งเสริมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ศึกษา รวมทั้งพื้นที่อื่นๆที่มีบริบทใกล้เคียงกัน

วิธีการศึกษาและกรอบแนวคิดในการศึกษา

          กรอบแนวคิดในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนที่สำคัญคือ คือ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกับการเลี้ยงนกรงหัวจุก ซึ่งประกอบด้วยผู้เลี้ยงและผู้ทำธุรกิจนกกรงหัวจุก ส่วนที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน ซึ่งประกอบด้วยการพัฒนาชุมชนด้านต่างๆ ได้แก่ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านวัฒนธรรม

          กลุ่มเป้าหมายในการศึกษาครั้งนี้มี 3กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ ผู้ที่เลี้ยงนกกรงหัวจุก ผู้ที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนกกรงหัวจุก และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน ทั้งหมดเป็นผู้ที่อยู่อาศัย ทำธุรกิจ หรือมีบทบาทในการพัฒนาชุมชน

          การรวบรวมข้อมูลมี3วิธี ดังนี้1.การสัมภาษณ์แบบเจาะลึกใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างตายตัวเป็นแนวทางในการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญ ด้วยการสนทนาพูดคุยในลักษณะที่เป็นกันเอง และเป็นธรรมชาติมากที่สุด มีเพียงแนวทางการสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือช่วยให้ประเด็นการสัมภาษณ์อยู่ในกรอบที่ได้กำหนดไว้ และไม่ให้ออกนอกประเด็นมากเกินไป 2.การสังเกต ด้วยการสังเกตพฤติกรรมของคนที่เลี้ยงนกกรงหัวจุกคนที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นในชุมชนที่ศึกษา และชุมชนใกล้เคียง 3.การค้นคว้าข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นอกจากสองวิธีการข้างต้นแล้ว ผู้ศึกษายังรวบรวมขอมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นข้อมูลจากหนังสือ บทความวิชาการ รายงานการวิจัย และเว็บไซด์ ที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องและประเด็นที่ศึกษา

          วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาได้ทำการสัมภาษณ์เจาะลึก แล้วนำมาประมวลและวิเคราะห์โดยการทำความเข้าใจกับความหมายของแต่ละเรื่องและประเด็น หาความสอดคล้องของเนื้อหาในแต่ละประเด็นและหาความเชื่อมโยงระหว่างประเด็น โดยยึดหลักตรรกะเทียบเคียงกับแนวทฤษฎีและบริบทของพื้นที่ศึกษา ผลการศึกษาใช้วิธีการพรรณนาให้มีความครอบคลุมและมีเหตุผลเชิงตรรกะ

ผลการศึกษา

          ด้านข้อมูลพื้นฐานของผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ซึ่งคัดเลือกมาจากเลี้ยงนกกรงหัวจุก ผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนกกรงหัวจุก และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน ในเขตพื้นที่ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในหมู่ที่ 1 บ้านทำนบ 1 คน เป็นผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก หมู่ที่ 2 บ้านปาเซ มี 2 คน เป็นผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก และผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนกกรงหัวจุก หมู่ที่ 3 บ้านซีโป มี 1 คน เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน หมู่ที่ 4 บ้านกูจิงลือปะ 1 คน เป็นผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก หมู่ที่ 5 บ้านเฉลิม 2 คน เป็นผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนกรงหัวจุกและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน หมู่ที่ 6 บ้านสะโล 1 คน เป็นผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนกกรงหัวจุก และหมู่ที่ 7 บ้านบาโง 1 คน เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน โดยผู้ให้ข้อมูลส่วนส่วนหนึ่งและที่เหลือเป็นผู้นำท้องถิ่น

          ด้านลักษณะของการเลี้ยงนกกรงหัวจุก มีวัตถุประสงค์ หรือ เหตุผลของการเลี้ยง แตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งได้ 6 ประการ ดังต่อไปนี้

          1) เลี้ยงไว้เพื่อฟังผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกท่านหนึ่งเล่าว่า “เสียงของนกกรงหัวจุกทำให้เรามีความสุข และลดความเครียดจากเหตุการณ์ความไม่สงบได้ด้วย

          2) เลี้ยงไว้ประดับบ้าน ดังที่ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกท่านหนึ่งอธิบายว่า “...เลี้ยงไว้เพื่อประดับบ้าน ... เมื่อเห็นบ้านเพื่อนมีนก ทำให้ตัวเองอยากมีบ้าง เพราะดูแล้วนกกรงหัวจุกมีความสวยงาม ถ้ามีกรงสวยด้วย แล้วเอามาแขวนหน้าบ้านจะทำให้บ้านดูสวยขึ้น”

          3) เลี้ยงไว้สำหรับขาย ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกท่านหนึ่งเล่าว่า “เลี้ยงนกกรงหัวจุก 10 กว่าตัว มีทั้งนกตัวใหม่ๆและเก่าที่เพิ่งไปคัดเลือกได้มาจากจังหวัดปัตตานี จะเอามาเลี้ยงไว้ประมาณ 2-3 เดือน แล้วก็ขาย ... สามารถเป็นรายได้ให้แก่เขาในส่วนหนึ่งได้”

          4) เลี้ยงเป็นงานอดิเรก “เหตุผลที่เลี้ยงนกกรงหัวจุก เพราะชอบ นกกรงหัวจุกเมื่อได้เลี้ยงแล้วมันทำให้เรามีความสุข ... จะทำงานไม่ได้ถ้าไม่มีนกติดไปด้วย...”ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกท่านหนึ่งเล่าไว้อย่างน่าสนใจ

          5) เลี้ยงไว้สำหรับแข่งขัน ผู้เลี้ยงนกหัวจุกท่านหนึ่งเล่าว่า “ตั้งแต่เลี้ยงนกกรงหัวจุก มีคนรู้จักเยอะ” เพราะทุกครั้งที่มีกิจกรรมการแข่งขันนกกรงหัวจุก เขาจะพานกของเขาไปร่วมแข่ง “ ... แม้จะไม่ได้รางวัล แต่ก็ได้เพื่อน ... เราสามารถสร้างเครือข่ายของคนเลี้ยงนกด้วยกัน...”

          6) เลี้ยงไว้เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชน “นกกรงหัวจุกคือวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ... ไม่ใช่เพียงเฉพาะนกเท่านั้น แต่รวมถึงกรงนก อาหารนก นั้นเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น...”ผู้ให้ข้อมูลสำคัญรายหนึ่งอธิบาย

ด้านผลสืบเนื่องของการเลี้ยงนกกรงหัวจุกต่อการพัฒนาชุมชน ผลการวิเคราะห์สามารถนำเสนอดังต่อไปนี้

          1 ผลด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน

          การพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนเป็นมิติทีสำคัญมากของการพัฒนาชุมชนในยุคปัจจุบัน เพราะฐานะทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของสมาชิกชุมชนจะนำมาซึ่งการยกระดับคุณภาพชีวิตหลายด้าน ยิ่งถ้ากิจกรรมนั้นเกิดในชุมชน โดยใช้ฐานทางทรัพยากรและภูมิปัญญาชุมชนแล้ว ยิ่งเป็นการดี

          ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกท่านหนึ่งเล่าว่า “หลังจากที่ได้เลี้ยงนกกรงหัวจุกขาย มีคนมาขอซื้อในราคาแพงๆ เพิ่มมากขึ้น ... ผมซื้อตัวหนึ่ง 400 บาท แต่ต่อมาสามารถขายได้ในราคา 5000 บาท ... ขึ้นอยู่กับผลงานของนกด้วย”

          สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนกกรงหัวจุกในตำบลเฉลิมมีจำนวน 21รายมีทั้งผู้ที่ทำกรงนก ขายอาหารนก และขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงนก บางรายอาจจะทำมากกว่า 1 อย่างในเวลาเดียวกัน

          นายคูซาอิงเล่าว่า “การขายกล้วยและผลไม้ต่างๆ ถือว่าเป็นรายได้เสริมจากรายได้หลักซึ่งได้จากการทำสวนยาง ... แต่ทุกวันนี้เงินที่ได้จากการขายกล้วยและผลไม้นั้นก็สามารถส่งเงินให้ลูกเรียนได้”

          นายรอมมือลี เล่าว่า “การทำธุรกิจเกี่ยวกับนกกรงหัวจุก เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะมีคนเลี้ยงเพิ่มจำนวนอยู่เรื่อยๆ ... อีกสองปีข้างหน้าประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ... ผู้นิยมจากต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ จะมาซื้อด้วย เพราะกรงนกถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้เลี้ยงนกต้องมี จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่า เมื่อทำธุรกิจขายกรงนก ... จะขายไม่ออก...”

          2 ผลด้านการพัฒนาสังคม

          สำหรับผลสืบเนื่องต่อการพัฒนาชุมชนด้านการพัฒนาสังคม ผู้วิจัยเน้นศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกด้วยกัน และกับผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนกกรงหัวจุก ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด

          ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกท่านหนึ่ง เล่าว่า “ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกทุกคนจะรู้จักกันและจะมีความสัมพันธ์แน่นแฟน เพราะมีการพบปะทุกวัน บางคนมีการเยี่ยมเยียนถึงบ้าน โดยมีนกเป็นตัวเชื่อมที่สำคัญ เพราะการเลี้ยงนกกรงหัวจุกที่ดีนั้น จะต้องพามันไปซ้อมบ้านเพื่อนหรือร้านน้ำช้า...” วงของการพูดคุยของผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกไม่เพียงจะคุยเรื่องนกเพียงอย่างเดียว แต่จะมีการพูดเรื่องเหตุการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงสาเหตุและวิธีการแก้ปัญหา ถึงแม้จะเป็นแค่เสียงเล็กๆ ก็สามารถแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในการแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วย

          สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างผู้เลี้ยงนกกับผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนกกรงหัวจุกเป็นไปอย่างเกื้อกูลกัน เพราะ เมื่อมีนกก็ต้องมีกรงที่สวยงามและอาหารนกที่สมบูรณ์ ในการเลี้ยงนกกรงหัวจุกนั้นจะต้องอาศัยกรงนกเพื่อเอาไว้ใส่นก และมีอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับใส่ภายในกรงนก เช่น ถ้วยน้ำ ที่เสียบอาหาร และถ้วยอาบน้ำนก นอกจากนี้ยังต้องมีอาหารของนก และผู้เลี้ยงส่วนใหญ่จะมีผ้าคลุมกรงนกไว้สำหรับบังแดด หรือใช้คลุมกรงเวลานำนกเดินทางไปไกลๆ ที่น่าสนใจคือ ผ้าคลุมที่ใช้มักจะมีการประดับลวดลายและลูกปัด สีสันสวยงามด้วย ผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่เป็นผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกรายหนึ่ง เล่าว่า “กรงนก และอาหารนก ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของผู้เลี้ยง ดังนั้นผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนกกรงหัวจุกมีความสำคัญต่อผู้เลี้ยง สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนกกรงหัวจุกลูกค้าที่สำคัญของพวกเขาคือผู้เลี้ยงนก หากไม่มีผู้เลี้ยงนกธุรกิจของพวกเขาก็ไม่สามารถสร้างรายได้” ในขณะที่ผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนกกรงหัวจุกรายหนึ่ง เล่าว่า “โอกาสของการขยายตัวของธุรกิจนี้ มีปัจจัยหลักมาจากผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก”

         3 ผลด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

         การเลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของคนในพื้นที่นี้ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ การที่คนในชุมชนยังคงมีการเลี้ยงในปัจจุบัน โดยมีการพัฒนาการเลี้ยงให้ขยายตัวมากขึ้น มีการเพาะพันธุ์นก และมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงให้เหมาะกับภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ทั้งการมีกรงที่สวยงาม มีอุปกรณ์ประดับกรง และมีอาหารเสริมมาเลี้ยง แสดงให้เห็นความพยายามที่จะอนุรักษ์วัฒนธรรมอันทรงคุณค่านี้ไว้ให้คงอยู่กับคนชุมชนและพื้นที่นี้ตลอดไป ซึ่งการอนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่อาจจะจำเป็นต้องมีการปรับวิธีการ ตลอดจนค่านิยมของผู้เลี้ยงเป็นสำคัญด้วย ผู้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนท่านหนึ่งเล่าว่า “การเลี้ยงนกกรงหัวจุกผู้นำชุมชนควรส่งเสริมให้มีการเลี้ยงอย่างเป็นระบบ คือ การเลี้ยงเชิงอนุรักษ์ที่ไม่ไปทำลายทรัพยากรของชุมชน เพราะนกชนิดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนไปแล้ว ดังนั้นรัฐไม่ห้ามในการเลี้ยง แต่ต้องส่งเสริมการเลี้ยงให้ถูกวิธี” และอีกท่านหนึ่งเล่าว่า “ปัจจุบันผู้ที่มีความสามารถในการทำกรงนก มีไม่กี่คน หากคนรุ่นหลังไม่มีการเรียนรู้ ก็ไม่สามารถที่จะสืบทอดความรู้นี้ได้ เราคงอาจจะต้องซื้อกรงจากที่อื่นที่มีราคาสูงด้วยความจำเป็น...”

          ส่วนปัญหาของการเลี้ยงนกกรงหัวจุกในพื้นที่ศึกษา พบว่า เนื่องด้วยนกกรงหัวจุกเป็นสัตว์คุ้มครอง ตาม พ.ร.บ. สัตว์สงวน ทำให้ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกไม่สามารถเลี้ยงเป็นจำนวนมากได้ ทั้งๆที่นกกรงหัวจุกก็สามารถเพาะพันธ์ได้ง่าย ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกท่านหนึ่ง เล่าว่า “น่าแลกใจกับภาครัฐ ที่ยังคงกำหนดว่านกกรงหัวจุกยังคงเป็นสัตว์สวน ทั้งๆ ที่รางวัลการแข่งนกนั้น ก็เป็นรางวัลพระราชทาน...” อีกทั้งการเลี้ยงนกกรงหัวจุกยังเป็นข้อตกเถียงในประเด็นของศาสนาอิสลามของคนที่เลี้ยงและไม่เลี้ยงอีกด้วย

สรุปผลการศึกษา

          การศึกษาเรื่องการเลี้ยงนกกรงหัวจุกกับผลสืบเนื่องต่อการพัฒนาชุมชน กรณีศึกษาในตำบลเฉลิมอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส สามารถสรุป ดังต่อไปนี้

          ข้อมูลทั่วไป

          กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวนทั้งหมด 9 คน มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป มีสถานภาพสมรสและอยู่ด้วยกัน ระดับการศึกษาส่วนใหญ่จบต่ำกว่าปริญญาตรี และประกอบอาชีพการเกษตร โดยมีรายได้เฉลี่ยอยู่ระหว่างเดือนละ 5,000-10,000 บาท และมีความเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก จำนวน 3 คน ผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนกกรงหัวจุก จำนวน 3 คน และเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ จำนวน 3 คนผู้ให้ข้อมูลสำคัญเหล่านี้ใหญ่มีตำแหน่งทางสังคมต่างกัน ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกชุมชน มีส่วนน้อยผู้นำท้องถิ่น

           ลักษณะการเลี้ยงนกกรงหัวจุก

           ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกในตำบลเฉลิม มีจำนวนทั้งสิ้น 200 กว่าคน แต่ละคนจะเลี้ยงนกกรงหัวจุกตั้งแต่ 3 - 12 ตัว วัตถุประสงค์ของการเลี้ยงมี 4 ประการที่สำคัญ 1) เพื่อความเพลิดเพลิน และความสุนทรียะที่ทำให้เกิดความสุขในชีวิต 2) เพื่อสร้างได้รายได้แก่ตนเองและครอบครัว 3) เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนในชุมชนและระหว่างชุมชน และ 4) เพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรม สำหรับรูปแบบและวิธีการเลี้ยงนกกรงหัวจุกผู้เลี้ยง มีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ด้วยกัน คือ 1) การได้มาของพันธุ์นกกรงหัวจุก ซึ่งมี 3 วิธี ได้แก่ จากการซื้อขาย จากการเพาะพันธ์ และจากการแลกเปลี่ยน โดยวิธีแรกเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด 2) กรงสำหรับใส่นกกรงหัวจุก ที่มีหลายแบบตามศิลปะของพื้นที่นั้นๆ ให้เลือกใช้ 3) อาหารที่ใช้เลี้ยงนก มีทั้งอาหารธรรมชาติ ซึ่งนิยมใช้กันมาก ได้แก่ กล้วย ผลไม้ต่างๆ ตั๊กแตนและหนอนนก และอาหารสำเร็จรูป ซึ่งมักจะใช้เป็นอาหารเสริม

          ผลสืบเนื่องของการเลี้ยงนกกรงหัวจุกต่อการพัฒนาชุมชน

          การเลี้ยงนกกรงหัวจุกมีผลต่อการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ศึกษา ใน 3 มิติที่สำคัญ ดังนี้ต่อไปนี้

          1) ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งความสอดคล้องกับงานวิจัยของธัญญารัตน์สมเกสรและคณะ (2549) ที่ทำการศึกษาเรื่องนกกรงหัวจุกกับชาวควนรุย ที่พบว่า 1)การขยายตัวของการเลี้ยงนกกรงหัวจุกส่งผลให้เกิดอาชีพหลายอย่างที่ชาวบ้านบางกลุ่มทำอย่างจริงจังมากขึ้นได้แก่การเลี้ยงนกขายการทำกรงนกขายการเตรียมไม้และอุปกรณ์ต่างๆสำหรับทำกรงนกการตัดผ้าคลุมกรงนกการทำอุปกรณ์ประกอบกรงนก และการขายอาหารนกเป็นต้น 2) การจัดแข่งขันนกกรงหัวจุกในชุมชนทำให้เกิดอาชีพค้าขายขึ้นณสนามแข่งเสียง ทั้งแม่ค้าขายอาหารขายน้ำดื่มขายอาหารนกขายอุปกรณ์การเลี้ยงนก3) ทุกวันผู้เลี้ยงนกส่วนใหญ่ต้องหิ้วกรงนกของตนมาที่ร้านน้ำชาเพื่อมาพูดคุยและให้นกได้ฝึกประชันเสียงกันซึ่งไม่เพียงเจ้าของร้านน้ำชาจะมีรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเท่านั้นแต่ชาวบ้านหลายรายยังมีรายได้จากการทำขนมส่งร้านน้ำชาหรือวางขายเองอีกด้วยนอกจากนี้งานวิจัยของมัลลิกา คณานุรักษ์ (2549) ซึ่งได้ทำการศึกษา เรื่อง “นกเขาชวา นกกรงหัวจุก : สัตว์ที่ชาวใต้นิยมเล่น” กล่าวว่านกกรงหัวจุกเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ทำรายได้แก่ผู้เลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์จำหน่าย แม้จะมีรายได้ไม่สูงเท่านกเขาชวาก็ตาม และยังทำรายได้แก่ผู้ประกอบอาชีพเสริม จากการประกอบอุปกรณ์เกี่ยวกับนกกรงหัวจุก ไม่ว่าจะเป็นกรง ผ้าคลุกรง คอนที่นกเกาะ ถ้วยแก้วสำหรับและใส่น้ำใส่อาหารให้นกกรงหัวจุก ล้วนมีโอกาสเพิ่มรายได้ดี จนช่างไม้ ช่างเฟอร์นเจอร์ หลายคน เปลี่ยนอาชีพมาหัดทำกรงนกกรงหัวจุก ช่างตัดเสื้อผ้าก็เปลี่ยนมาตัดผ้าคลุมกรงนกกรงหัวจุกแทน ในส่วนของกิจกรรมการแข่งนกจะช่วยให้การซื้อขายนกกรงหัวจุกและอุปกรณ์เกี่ยวกับนกกรงหัวจุก ยา และอาหารนก มีโอกาสจำหน่ายได้มากและมีราคาดีขึ้น อันเป็นการเพิ่มรายได้แก่คนในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องด้วย

          2) ด้านสังคม ซึ่งมีสอดคล้องกับงานวิจัยของธัญญารัตน์สมเกสร และคณะ (2549) ที่ทำการศึกษาการเลี้ยงนกกรงหัวจุกของชาวควนรุย ที่อธิบายว่า การเลี้ยงนกทำให้เกิดเวทีประชาคมของหมู่บ้านโดยไม่ต้องมีการนัดหมายเวทีประชาคมดังกล่าวก็คือร้านน้ำชา ซึ่งเป็นสถานที่ชาวบ้านจะนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน อันเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านรับรู้สถานการณ์และปัญหาต่างๆ และพัฒนาไปสู่การเสริมสร้างพลังในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และช่วยเหลือสังคมส่วนรวม

          3) ด้านวัฒนธรรมชุมชน ซึ่งมีความสอดคล้อกับงานวิจัยของจิรพันธุ์ สุขปาละ (2538) ที่ศึกษาเรื่อง “การเลี้ยงนกเขาชวาและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง กรณีศึกษาจากอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา” ที่พบว่า วัฒนธรรมด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงนกเขาชวา ได้สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของผู้เลี้ยงนกเขาและผู้เกี่ยวข้องอยู่กับนกเขาชวาในอำเภอจะนะ ได้อย่างชัดเจน วัฒนธรรมบางอย่างเป็นวัฒนธรรมร่วมของผู้เลี้ยงนกเขาชวาในอำเภอจะนะและในพื้นที่อื่นๆ เช่น วัฒนธรรมทางด้านความสุนทรีย์ วัฒนธรรมทางด้านการแข่งขันนกเขาชวาเสียง วัฒนธรรมทางด้านภาษา และวัฒนธรรมทางด้านความเชื่อ แต่วัฒนธรรมทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมทางด้านสังคมเป็นวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นรูปแบบวิถีชีวิตซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของชาวอำเภอจะนะได้ดีที่สุด เพราะวัฒนธรรมทางด้านสังคมสะท้อนให้เห็นบทบาทของผู้มีอาชีพเลี้ยงนกเขาชวาที่มีระบบความสัมพันธ์ต่อบุคคลอื่นๆ ในสังคม และวัฒนธรรมทางด้านเศรษฐกิจก็มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวอำเภอจะนะที่กลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญของอำเภอ การอนุรักษ์และพัฒนาจนกลายเป็นจุดเด่น ทำให้อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ

          ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมการเลี้ยงนกกรงหัวจุกที่เชื่อมโยงการพัฒนาชุมชน

          - ควรส่งเสริมให้ผู้เลี้ยงจัดตั้งเป็นกลุ่ม หรือชมรมอย่างจริงจัง รวมทั้งสร้างเป็นเครือข่าย เพื่อให้เกิดกิจกรรมต่างๆเกี่ยวกับการเลี้ยงนกกรงหัวจุก โดยผู้นำท้องถิ่นควรสนับสนุนในด้านงบประมาณเพื่อทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง และนำกิจกรรมของการเลี้ยงนกกรงหัวจุกมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป

           - ภาครัฐควรพิจารณาให้การเลี้ยงนกกรงหัวจุกถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันขัดกับพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์สงวน ทั้งนี้เพราะในปัจจุบันนกชนิดนี้สมารถขยายพันธ์ได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องนำลูกนกจากป่ามาเลี้ยงอีกต่อไป และในโอกาสที่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนจะเปิดความร่วมมือในด้านต่างๆ ภายประชาคมอาเซียน ในปี 2558 นี้ ธุรกิจการเลี้ยงนกกรงหัวจุกน่าจะเติบโตขึ้น และมีการซื้อขายระหว่างคนชาติต่างๆในอาเซียนกันมากขึ้น หากได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐจริงจังและไม่ขัดกับกฎหมายก็จะทำให้ธุรกิจการเลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นธุรกิจฐานวัฒนธรรมที่มีความก้าวหน้า เกิดการสร้างอาชีพ และการกระจายรายไปสู่คนในชุมชน โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อีกทางหนึ่งด้วย

บรรณานุกรม

          จิรพันธุ์ สุขปาละ. (2543). “การเลี้ยงนกเขาชวาและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง : ศึกษาจากอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา”. ปริญญานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา.
          ธัญญารัตน์สมเกสรและคณะ. 2550. นกกรงหัวจุกกับชาวควนรุย :จากกรงแขวนชายคาถึงลานแข่งเสียง. วิจัยเอกสารโรงเรียนควนรุย
          มัลลิกา คณานุรักษ์. 2549. นกกเขาชวา นกกรงหัวจุก : สัตว์ที่ชาวใต้นิยมเล่น. ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. มหาวิทยาลัยสงลานครินร์ วิทยาเขตปัตตานี