แม่ผู้ไม่เคยมีรอยยิ้ม

ใกล้ถึงวันแม่แล้ว กระแสตื่นตัวทางสังคมเดี๋ยวนี้มีมาโดยผ่านทางโซเชียลเน็ตเวริค ข้าพเจ้าก็ตื่นตัวเหมือนคนอื่นแต่ในฐานะแม่ที่รอลูกมากราบ อิจฉาลึก ๆ กับคนที่ยังมีแม่ให้กราบ ก็เลยคิดถึงแม่ขึ้นมา ความเป็นจริงทุก วินาทีที่นึกถึงไม่ใช่เฉพาะเทศกาล

 "แม่ผู้ไม่เคยมีรอยยิ้ม" มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ตลอดเวลาที่อยู่กับแม่ในแววตามีแต่ความเศร้าสร้อย ขมขื่น  แม่เกิดมาในครอบครัวชนบท มีพี่น้องหลายคน มีที่ดินทำกินเยอะ มีอาชีพทำนา เลี้ยงวัว หมู ไก่ เป็ด ปลูกผัก ตามประสาครอบครัวชนบท แม่เป็นพี่คนโตภาระรับผิดชอบทั้งหลายจึงตกลงที่ลูกสาว  ทั้งงานในบ้านและนอกบ้าน ตายายรักลูกชายมากกว่า แม่ได้เรียนหนังสือแค่ ป. 2 พออ่านออกเขียนได้แม่เล่าว่าไม่ค่อยได้ไปโรงเรียนถ้าจะไปก็ต้องหาบไข่เป็ดไปขาย และมักจะไปสายเป็นประจำ ขาดเรียนบ่อย จนเลิกไปโรงเรียนในที่สุด ตาเป็นครูหมอยารักษาคนป่วย ผึเข้า ที่บ้านจึงมีแขกเหรื่อเยอะต้องหุงหาอาหารวันละมาก ๆ ยายมักจะเจ้าอารมณ์และมาลงที่แม่ตลอดแม้กระทั่งตอนแม่แก่ข้าพเจ้ายังเห็นแม่งอนกับยายบ่อย ๆ ชีวิตวัยสาวของแม่ไม่เคยละเว้นจากการทำงานหนักเลย จนแม่มาแต่งงานกับพ่อซึ่งเป็นชาวตลาดแม่หวังจะหลุดพ้นจาการทำงานภาคเกษตรที่เหน็ดเหนื่อยหลังแต่งงานจึงย้ายมาอยู่กับพ่อที่ตัวเมืองเพื่อมาค้าขาย ประกอบกับตาไม่ชอบพ่อเนื่องจากเป็นพวกเสือ มีอดีตที่ไม่ดีนักแต่อาศัยกับมีพรรคพวกดีจึงได้แต่งงานกับแม่ตามระบบการคลุมถุงชนสมัยก่อน กว่าแม่จะได้แต่งงานอายุปาเข้าไป 30 ด้วยความหวังที่คิดว่าการเข้ามาใช้ชีวิตค้าขายในเมืองและความสุขจากการสร้างครอบครัวจะหลุดพ้นจากอดีตที่ยากลำบากได้กลับไม่เป็นไปตามที่คิด ด้วยความเป็นคนขยันและมีสมบัติเงินทองติดตัวไม่น้อยจากน้ำพักน้ำแรงแม่ลงทุนค้าขายมะพร้าวแห้ง ผลไม้อย่างไม่เกียจคร้าน  ในขณะที่พ่อกลับไม่ช่วยอะไรเอาแต่เล่นการพนัน เลี้ยงลูกน้อง ลูกคนแรกของแม่ออกมาพิการเนื่องจากการขาดการติดต่อฝากท้องกับหมอทั้งที่อยู่ในตัวเมือง เพราะห่วงแต่เรื่องปากท้อง พี่ชายคนโตติดเชื้อหัดเยอรมันตั้งแต่ในท้องออกมาพิการแขนขาลีบ หัวโต เคลื่อนไหวร่างกายและช่วยตัวเองไม่ได้ ภาระได้เพิ่มมาหาแม่อีกครั้ง ความเหนื่อยล้าในฐานะผู้นำครอบครัว ทำให้แม่กลายเป็นคนขี้บ่นและเกิดการทะเลาะกับคนไม่เอาไหนแบบพ่อบ่อยครั้งแม่จึงถูกทำร้ายร่างกาย ชีวิตครอบครัวแม่พังลงอีกครั้งแต่แม่ก็เลือกที่จะอยู่กับพ่อไม่กล้าบากหน้ากลับไปบ้านตายายด้วยความทรนง ด้วยความกลัวจะถูกซ้ำเติม อย่างไรก็ตามแม่มีลูก  ๆ ตามมาอีก 4 คน อายุห่างกัน 2 ปี ยกเว้นข้าพเจ้า ที่ห่างจากพี่คนสุดท้าย 5 ปี ช่วงชีวิตที่มีลูกมากคงไม่ต้องพูดถึงความเหน็ดเหนื่อยที่แม่จะได้รับทั้งกาย ใจ และการถูกกระทำจากพ่อผู้ไม่เอาไหนเลย อย่างไรก็ตามชีวิตแม่และลูก ๆก็ดำเนินต่อไปได้ จนข้าพเจ้ามีอายุ เกือบเต็ม 2 ขวบ พ่อก็มาตายจากไปจากการกระทำของพ่อเองในอดีตการแก้แค้นของศัตรู พ่อโดนจ่อยิงระยะเผาขนในวันที่ข้าพเจ้าร้องไห้ขอร้องไม่ให้พ่ออกจากบ้านแต่ลางบอกเหตุก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย นับแต่นั้นเป็นต้นมาถึงพ่อจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยตอนมีชีวิตแต่พ่อก็ยังช่วยอยู่กับบ้านกับลูกคนโตที่พิการได้ ชีวิตแม่ทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสอีกครั้งการค้าขายอย่างเดียวไม่ทำำให้แม่คล่องตัวอีกแล้วเพราะไม่กล้าทิ้งลุก ๆไปซื้อของไกล ๆ การหาอาชีพรับจ้างโดยใช้แรงงานเข้าแลกและการประหยัดทุกวิถีทางคือสิ่งที่แม่จะช่วยได้  ในซอยเดียวกันพวกเรายากจนที่สุด แต่เป็นบ้านที่เรียนหนังสือเก่งที่สุดเพราะพวกเราจะอาศัยเวลาพักเที่ยงเลี่ยงจาการซื้อขนมเข้าห้องสมุดในสมัยนั้นจำได้ว่าได้เงินไปโรงเรียน 5 บาท ต้องแบ่งกับพี่ชายที่อยู่ ป. 6 บางวันพี่ชายใช้เงินหมดข้าพเจ้าก็อดกินขนม แต่เรามีข้าวฟรีกินก็ไม่ทำให้ลำบากมากนัก ก่อนที่ข้าพเจ้าจะเข้า ป. 1 ไม่กี่เดือน พี่ชายคนโตป่วยหนักและจากเราไปในที่สุด แม่ไม่ร้องไห้เลยแต่จำได้ว่าข้าพเจ้าร้องไห้แทบตาย พี่สาวคนโตโชคดีบวกกับเป็นคนเรียนเก่ง เรียบร้อย ได้เรียนหนังสือต่อ ในขณะที่พี่สาวคนที่ 2 ได้รับการปฏิเสธจากแม่เนื่องจากต้องการให้น้องซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวได้เรียนจำได้ว่าพี่คนรองเสียใจมากมายคิดว่าแม่ไม่รักตามประสาลูกคนกลาง แต่ปรากฎว่าพี่ชายจบหกแล้วกลับไม่เรียนต่อ อ้างว่าตอนเรียนประถมยังลำบากขนาดหนักถ้าเรียนมัธยมต่อคงไม่ต้องพูดถึงต่อไป พี่ชายเลือกที่จะเดินหน้ายึดอาชีพหาปลาออกทะเล กับเรืออวนแถวบ้าน ช่วงนี้จึงเท่ากับว่าแม่มีคนช่วยแบ่งเบาภาระไปสองคน พี่สาวคนโตจบมอปลายแล้วเข้ากรุงเทพ เรียนบ้างทำงานบ้างจนจบแม่ส่งเสียบ้างสมัยนั้นเดือนละสองพันบาทถ้าจำไม่ผิด บางครั้งก็ให้เงินก้อนเป็นหมื่นก็มีแม่จดไว้ทุกบาททุกสตางค์ ส่วนข้าพเจ้าการเรียนก็อยู่ในระดับดีอาศัยทุนจากโรงเรียนบ้าง ทำงานเสาร์อาทิตย์ ห่อข้าวไปโรงเรียนและใช้เทคนิคการเข้าห้องสมุดเพราะไม่มีค่าขนมอีกตามเคยแต่หนังสือที่ชอบอ่านเป็นพวกวรรณกรรมไม่ใช่พวกหนังสือเรียนสักเท่าไหร่  พอมอปลายก็ใช้เงินจากกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และเรียนต่อในระดับ ปวส. ตอนนี้พี่สาวเริ่มช่วยส่งเสียให้เรียน แต่ชีวิตแม่ยังทำงานหนักเหมือนเดิมช่วงนี้แม่หลีกเลี่ยงการทำงานรับจ้างแล้วแต่หันมาขุดหอยเสียบ ขายเป็นรายแรกของแถวบ้านเนื่องจากกว่าจะได้สักตัวต้องใช้ความอดทนตากแดด  ตากน้ำเค็ม แต่ก็เป็นอาชีพที่ทำรายได้เลี้ยงตัวให้แม่ได้ ช่วงข้าพเจ้าเข้ามหาลัยปีที่3 แม่เกิดป่วยและเข้าโรงพยาบาบ  ผ่าตัด ก้อนเนื้อ หมอบอกว่ามีเนื้อร้ายนิดหน่อยหมอตัดทิ้งไปแล้ว แต่คนไข้ต้องไปตรวจสุขภาพด้วย แม่ไปตรวจสุขภาพหลังผ่าตัดที่โรงบาลใกล้บ้านปกติหมอบอกไม่เป็นไรแล้วยายไม่ต้องมาแล้วแผลเรียบร้อยดี แม่เลยไม่ไปตรวจ ความป่วยไข้ของแม่เริ่มมาปรากฎเนื้อตัวแม่เริ่มบวม หน้าตาคล้ำ หมอบอกแม่แพ้อาหารทะเลที่เป็นเมนูประจำบ้านเรามาทั้งชีวิต แม่เริ่มอาการไม่ดีมีเลือดออกเวลาถ่ายออกเยอะจนต้องใส่ผ้าอนามัย หมอบอกแม่เป็นริดสีดวง ช่วงนั้นข้าพเจ้าเรียนจบกลับมาทำงานในจังหวัดแต่อยู่อีกอำเภอซึ่งไกลบ้านเหมือนกันเริ่มรู้สึกไม่สบายใจถามแม่มีติ่งเนื้อยื่นจากทวารมั้ยแม่บอกไม่มีข้าพเจ้ารู้สึกใจไม่ดีเลยขอลางานพาแม่ไปโรงพยาบาลประจำจังหวัดหมอบอกแม่เป็นมะเร็ง ข้าพเจ้าใจแทบขาดแต่ต้องเข้มแข็ง หมอส่งตัวแม่อีกครั้งไปยังโรงพยาบาลใหญ่เตรียมตัวผ่าตัดและยกลำไส้ทางหน้าท้อง ช่วงนี้แม่เริ่มให้คีโม ร่างกายเริ่มรับไม่ไหว พี่สาวคนโตหน้าที่การงานกำลังไปได้ดีมีโอกาสไปต่างประเทศปีละหลายครั้ง พี่สาวคนรองก็เช่นกันหน้าที่การงานก้าวหน้าจากความพยายามของตัวเองที่อุตส่าห์เรียนผ่านระบบนอกโรงเรียนและกำลังจะใช้ชีวิตคู่ ข้าพเจ้าเรียนจบทำงานในหน่วยงานราชการที่แม่มีความใฝ่ฝันอยากให้ลูกสักคนรับราชการ  ด้วยร่างกายที่ไม่พร้อมขาดความแข็งแรง ขาดการบำรุงที่พวกเราทำให้แม่ได้สายไป  กำลังใจและลมหายใจเฮือกสุดท้ายของแม่สิ้นลงในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ ก่อนตายแม่ไม่ลืมเอาเงินเก็บที่มีมาสร้างบ้านใหม่ให้เราเพื่อรองรับลูกเขยลูกชายนายตำรวจใหญ่ ทิ้งเงินและที่ดินไว้บางส่วนให้พวกเรา วันแม่สิ้นใจพวกเราอยู่กัยพร้อมหน้าที่สุด วันแม่จากไปข้าพเจ้าไม่มีน้ำตาสักหยด  ปัจจุบันลูก ๆของแม่ประสบความสำเร็จ พี่สาว 2 คนมีเงินเป็นล้านมีรายได้เดือนละเป็นแสน ข้าพเจ้าสอบบรรจุเข้ารับราชการและดูแลบ้านที่แม่เคยสั่งเสียเอาไว้ พี่สาวและข้าพเจ้าจบปริญญาโท  ได้กินอิ่ม ได้นอนอุ่น มีรถขับ แต่ไม่มีแม่นั่งชูคอเป็นนางหงส์ อวดเพื่อนบ้านลูกบ้านนี้นี้ที่ลำบากที่สุด ที่ยากจนที่สุด ปัจจุบันประสบความสำเร็จที่สุดในซอย แม่จ๋าตอนนี้ไม่ว่าบ้านไหนที่ไม่ยอมรับการเลี้ยงลูกของแม่ ไม่มีบ้านไหนที่ไม่ชม แต่จะมีประโยชน์อันใดเมื่อแม่ไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้เคียงข้างความสำเร็จของพวกเรา วันที่หนูออกรถได้เอารูปปถ่ายแม่กับยายใส่กรอบไว้เหนือหัวในรถเพื่อความเป็นสิริมงคลและให้แม่ปกปักรักษาอยู่กับหนูตลอดไป 

"คนที่ยังมีแม่อย่าลืมทำดีกับแม่ให้มาก ๆ ก่อนที่จะไม่มีแม่ให้กราบเหมือนข้าพเจ้า"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรือใบไม้



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เป็นเรื่องเล่าที่ ให้คติ  ข้อคืด  สอนใจได้ดีมากๆๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะเป็นเรื่องจริงในชีวิตที่ลูกคนนี้ภูมิใจที่สุดค่ะ