ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กําหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ศ. ๒๕๕๗

pollution
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กําหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในบริเวณท้องที่ตําบลตลิ่งงาม ตําบลบ่อผุด ตําบลมะเร็ต ตําบลแม่น้ํา ตําบลหน้าเมือง ตําบลอ่างทอง ตําบลลิปะน้อย อําเภอเกาะสมุย

และตําบลเกาะพะงัน ตําบลบ้านใต้ ตําบลเกาะเต่า อําเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี  พ.ศ. ๒๕๕๗

(สำหรับดาวน์โหลดตัวบท  +++>>>>    http://download.asa.or.th/03media/04law/eqa/ma57.p...)

ชื่อเต็มๆ ยาวสักหน่อยตามหลักการเขียนกฏหมายที่สามารถบอกความชัดเจนได้ตั้งแต่ชื่อเรื่องนะครับ 

ประกาศฯ ฉบับนี้ ได้ปถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑ ตอนพิเศษ ๙๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ 

โดยมีผลบังคับใช้มีกําหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป (นั่นคือเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

- ขอบเขต ครอบคลุมพื้นที่เกาะจำนวน 42 เกาะ ในอำเภอเกาะสมุย และอำเภอเกาะพะงัน และพื้นที่น่านน้ำบางส่วน ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

มาตรการมีทั้งสิ้น 13 ข้อ ข้อ 1-2 กำหนดคำนิยาม กำหนดขอบเขต

- ข้อ 3-4 เรื่องการห้าม

-ข้อ 5-7 การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

-ข้อ 8-12 บทเฉพาะกาล

-ข้อ 13 กำหนดระยะเวลาการใช้บังคับประกาศ

    พื้นที่บริเวณน่านน้ำ ของเกาะสมุย เกาะพะงัน (บริเวณที่ 1) และเกาะเต่า (บริเวณที่ 7 (2) )

• ห้าม 12 เรื่อง

• เรื่องที่ห้ามแบบไม่มีข้อยกเว้น 3 เรื่อง คือ

    1. การทำเหมืองแร่

    2. การเคลื่อนย้ายหินที่มีอยู่ตามธรรมชาติในทะเลโดยใช้เครื่องจักรหรือเครื่องทุ่นแรง

    3. การกระทำ หรือการประกอบกิจการใดๆ ที่เป็นการทำลาย ทำให้เสียหาย หรืออาจเป็นอันตราย ตลอดจนส่งผลกระทบต่อหญ้าทะเล

•  การห้ามที่มีข้อยกเว้นเล็กน้อย

  - การขุดเจาะ ผลิตน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ และการถ่ายเทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตในทะเลขึ้นมาเป็นสถานีขนถ่ายหรือสถานีกระจายน้ำมัน ทั้งนี้ ไม่รวมการขนส่งระบบท่อ การขนส่งทางเรือ การขนส่งทางรถยนต์ผ่านเรือข้ามฟากเพื่อการโดยสารและการขนส่ง ไปยังบริเวณ เกาะ พื้นที่ 2-7(1)

• การห้ามที่มีข้อยกเว้น เป็นกิจการสาธารณูปโภคของรัฐที่มีความจำเป็นตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นชอบ หรือเป็นการกระทำเพื่อการศึกษาวิจัยทางวิชาการของทางราชการที่มีหน้าที่

   - การกระทำหรือประกอบกิจการใดๆ ในแนวปะการังที่อาจเป็นอันตรายหรือมีผลกระทบต่อเต่าทะเล ปลาสวยงาม หรือทำให้หอยมือเสือ กัลปังหา ปะการัง ซากปะการังหรือหินปะการังถูกทำลายหรือเสียหาย

• การห้ามที่มีข้อยกเว้น เรื่องการจับหรือครอบครองปลาสวยงาม ตามที่กำหนดในบัญชีท้ายประกาศ จำนวน 95 ชนิด และปลิงทะเล

    1. การจับหรือครอบครองของทางราชการ เพื่อการศึกษาวิจัย การเพาะพันธุ์ การเพาะเลี้ยง หรือเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ทั้งนี้ต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากอธิบดีกรมประมงหรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วแต่กรณี

    2. การครอบครองเพื่อการจำหน่ายปลาสวยงามของทางราชการ ที่ได้จากการเพาะพันธุ์หรือการเพาะเลี้ยงที่ได้รับอนุญาตตาม 1

    3. การครอบครองของทางภาคเอกชนเพื่อการเพาะเลี้ยง การจำหน่วย โดยได้รับหนังสืออนุญาตจาก 1

    4. การครอบครองของทางภาคเอกชนเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ

• การห้ามที่ ยกเว้นหากเป็นการดำเนินการโดยส่วนราชการ และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ

 - การขุด การถมทะเล

• การห้ามที่มีข้อยกเว้น ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่

  1. การขุดลอกร่องน้ำ การปรับหรือปิดกั้น ปากคลอง ปากน้ำ เว้นแต่เป็นการดำเนินการเพื่อการระบายน้ำ การดำเนินการเพื่อป้องกันน้ำท่วม หรือ เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ทั้งนี้ ต้องไม่เปลี่ยนแปลงหรือทำลายสภาพนิเวศเดิม

  2. การล่วงล้ำลำน้ำ ยกเว้นกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำ การดำเนินการเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง อาคารและการล่วงล้ำลำน้ำที่ได้รับอนุญาตตามความในกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย

  3. การเล่นสกู๊ตเตอร์ การเล่นเจ็ตสกี การเล่นสกีน้ำ หรือการเล่นเรือลากทุกชนิด เว้นแต่ในพื้นที่ที่คณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่กำหนด

• การห้ามที่ ยกเว้นหากผ่านเกณฑ์

  1. การปล่อยทิ้งมลพิษลงสู่ทะเล เว้นแต่ได้ผ่านการบำบัดตามมาตรฐานของทางราชการ

  2. ทำการประมงภายในระยะ 3,000 เมตร จากแนวชายฝั่งทะเล ที่ใช้เครื่องมือประมงประเภทอวนลาก อวนรุน อวนล้อมทุกประเภททุกขนาดที่ใช้ประกอบกับเรือยนต์ เครื่องมือประมงทุกชนิดที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องมือประมงประเภทลอบปูตาห่างน้อยกว่า 2.5 นิ้ว เว้นแต่ทำการประมงหมึก


พื้นที่บนแผ่นดินนับจากแนวชายฝั่งทะเลเข้าไปในแผ่นดินของทั้ง 42 เกาะ บริเวณ 2 – 7(1 )

• การห้ามที่ไม่มีข้อยกเว้น

 1. การทำเหมืองแร่

 2. การทำสนามกอล์ฟ

•  การห้ามที่มีข้อยกเว้นเป็นนโยบายของรัฐตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ทั้งนี้พื้นที่และการก่อสร้างจะต้องไม่ขัดกับมาตรการที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ และต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด

 - การสร้างสนามบินพาณิชย์

การห้ามที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่

  1. การกระทำใดๆ ที่เป็นการเปลี่ยนสภาพธรรมชาติของพื้นที่พรุ และพื้นที่ป่าชายเลย เว้นแต่การดำเนินงานของทางราชการที่มีหน้าที่เพื่อการวิจัยทางวิชาการ การคุ้มครอง การฟื้นฟู และการเพาะพันธุ์พืชและสัตว์น้ำ

  2. การกระทำหรือกิจกรรมใดๆ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพทางกายภาพของหาดไปจากเดิม เช่น การขุด การถม การปรับเปลี่ยนพื้นที่ การเคลื่อนย้ายหินที่มีอยู่ตามธรรมชาติ หรือทำให้เสียทัศยภาพบริเวณหาด ยกเว้นป้ายเตือนของทางราชการ การสร้างท่าเทียบเรือ การดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาความปลอกภัยทางทะเลและชายหาด การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง

• การ ห้ามที่มีข้อยกเว้น เป็นการดำเนินการของทางราชการ

  1. การถมปรับพื้นที่ หรือปิดกั้น ซึ่งทำให้แหล่งน้ำสาธารณะในแผ่นดินตื้นเขิน เปลี่ยนทิศทาง หรือทำให้น้ำในแหล่งน้ำนั้นไม่อาจไหลไปได้ตามปกติ เว้นแต่เป็นการกระทำของทางราชการเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ ต้องไม่เปลี่ยนแปลงหรือทำลายสภาพนิเวศเดิม

 2. การเก็บ หา นำออกไป หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายต่อเต่าทะเลและไข่เต่าทะเล ในบริเวณที่ 7 (เกาะเต่า) เว้นแต่เป็นการดำเนินการของทางราชการเพื่อการศึกษาวิจัย การเพาะพันธุ์ การเพาะเลี้ยง

  3. การบุกรุก แผ้วถาง หรือก่อสร้างใดๆ ในบริเวณพื้นที่ป่าตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ เว้นแต่เป็นการกระทำของทางราชการเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครอง และดูแลรักษาป่า การศึกษา ค้นคว้าและวิจัยที่ไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางธรณีสัณฐานหรือทำลายระบบนิเวศของพื้นที่ป่า

  4. การกระทำใดๆ ที่เปลี่ยนแปลงสภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติในบริเวณที่ได้รับการประกาศเป็นแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พฤศจิการยน 2532 เว้นแต่ การจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกโดยส่วนราชการ เพื่อประโยชน์ด้านนันทนาการ การพักผ่อนหย่อนใจ โดยไม่ทำลายสภาพธรรมชาติ และต้องสอดคล้องกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม

• การห้าม ที่มีข้อยกเว้นผ่านเกณฑ์ หรือได้รับอนุญาต

  1. การปล่อยทิ้งมลพิษลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะในแผ่นดิน เว้นแต่ได้ผ่านการบำบัดตามมาตรฐานของทางราชการแล้ว

  2. การขุด ตัด กรวด ดิน ดินลูกรัง หรือทราย ในพื้นที่ที่มีความลาดชันเกินกว่าร้อยละ 35 เว้นแต่ การเกษตรกรรม และการขุด ตัก ที่เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการเพื่อการก่อสร้างโดยได้รับอนุญาตจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้วและไม่ขัดกับมาตรการอื่นๆ ในประกาศนี้



หลักเกณฑ์การก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารหรือดำเนินการที่เกี่ยวข้อง

• บริเวณที่ 2 พื้นที่บนแผ่นดินนับจากแนวชายฝั่งทะเลเข้าไปในแผ่นดินของเกาะสมุย เกาะแตน เกาะพะงัน ที่มีความสูงน้อยกว่า 80 เมตร

   1. เขื่อน หรือกำแพง ต้องไม่ปิดกั้นทางลงสู่ทะเลหรือหาด หรือพื้นที่สาธารณประโยชน์อื่น

   2. อาคารพาณิชย์ และโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ต้องติดตั้งบ่อดักไขมัน และระบบบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐานที่หน่วยงานราชการกำหนด ก่อนเชื่อมต่อลงสู่ทางระบายน้ำสาธารณะ

   3. กิจการที่นำบ้านพักอาศัย ตั้งแต่ 10 หลังขึ้นไป หรือกิจการที่นำห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว ตั้งแต่ 10 ห้องขึ้นไป ไปให้บริการเป็นสถานที่พักในลักษณะโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ต้องติดตั้งบ่อดักไขมันและระบบบำบัดน้ำเสียตามมาตรฐานที่หน่วยงานราชการกำหนด ก่อนเชื่อมต่อลงสู่ทางระบายน้ำสาธารณะ

    4. โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม และอาคารอยู่อาศัยรวมตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ต้องมีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ว่างที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองกำหนดไว้ โดยมีพันธุ์ไม้ยืนต้นที่เป็นไม้ท้องถิ่นเป็นองค์ประกอบหลัก

• บริเวณที่ 3 (1) และ 3 พื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 80-140 เมตร ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และ พื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเกินกว่า 80 เมตรขึ้นไป ในพื้นที่เกาะแตน อนุญาตเฉพาะอาคารอยู่อาศัยที่เป็นอาคารเดี่ยวที่มีความสูงไม่เกิน 6 เมตร ขนาดแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาตต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 100 ตารางวา ที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ดินที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร มีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ว่างนั้นโดยมีพันธุ์ไม้ยืนต้นที่เป็นไม้ท้องถิ่นเป็นองค์ประกอบหลัก รวมทั้งจัดให้มีการหน่วงน้ำ หรือท่อที่สามารถลดอัตราการระบายน้ำออกสู่สาธารณะ เพื่อป้องกันน้ำท่วมหรือน้ำหลาก และมีลักษณะหลังคาลาดชันตามแบบสถาปัตยกรรมไทย สถาปัตยกรรมเมืองร้อนชื้น หรือสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น พื้นที่หลังคาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่อาคาร และมีสีกลมกลืนธรรมชาติ เช่น สีอิฐ สีดินเผา สีน้ำตาล สีเทา สีเขียวใบไม้ เป็นต้น

 บริเวณที่ 3(2) พื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเกินกว่า 140 เมตรขึ้นไป ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน อนุญาตเฉพาะอาคารอยู่อาศัยที่เป็นอาคารเดี่ยว ความสูงไม่เกิน 6 เมตร ขนาดแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาตต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 100 ตารางวา พื้นที่อาคารคลุมดินต่อหลังสูงสุดไม่เกิน 90 ตารางเมตร ที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่ดินที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และมีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ว่างนั้น โดยมีไม้ยืนต้นที่เป็นไม้ท้องท้องถิ่นเป็นองค์ประกอบหลัก รวมทั้งจัดให้มีการหน่วงน้ำ หรือท่อที่สามารถลดอัตราการระบายน้ำออกสู่สาธารณะ เพื่อป้องกันน้ำท่วมหรือน้ำหลาก และมีลักษณะหลังคาลาดชันตามแบบสถาปัตยกรรมไทย สถาปัตยกรรมเมืองร้อนชื้น หรือสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น พื้นที่หลังคาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่อาคาร และมีสีกลมกลืนธรรมชาติ เช่น สีอิฐ สีดินเผา สีน้ำตาล สีเทา สีเขียวใบไม้ เป็นต้น

• รงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรต้องติดบ่อดักไขมันและระบบบำบัดน้ำเสีย

• บริเวณที่ 4 5 6 เกาะเล็กๆ ไปดูในรายละเอียดกันเองนะครับ

• บริเวณที่ 6 ห้ามการก่อสร้างอาคารทุกชนิดทุกประเภท ยกเว้นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อประโยชน์หรือความปลอดภัยในการเดินเรือ

• เกาะกงทรายแดง เกาะกง เกาะกงนุ้ย เกาะกงริ้น เกาะราใหญ่ เกาะหลัก เกาะทะลุ เกาะเจดมูล เกาะพึง เกาะกงออก เกาะนาเทียน เกาะฟานน้อย เกาะราหิน เกาะราเทียน และเกาะอื้นๆ ที่อยู่ภายในน่านน้ำบริเวณที่ 1 ยกเว้น ใน 4 - 7


หลักเกณฑ์การก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารหรือดำเนินการที่เกี่ยวข้องบริเวณเกาะเต่า

• เขื่อน หรือกำแพงต้องไม่ปิดกั้นทางลงสู่ทะเลหรือหาดหรือพืนที่สาธารณประโยชน์อื่น

• พื้นที่ที่สูงไม่เกิน 80 เมตร อาคารต้องห่างจากแนวชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า 10 เมตร สูงไม่เกิน 6 เมตร ที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร พื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ว่าง มีไม้ยืนต้นที่เป็นไม่ท้องถิ่นเป็นหลัก หลังคาตามแบบสถาปัตยกรรมไทย เมืองร้อนชื้น หรือพื้นถิ่น พื้นที่หลังคาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่อาคาร สีกลมกลืนกับธรรมชาติ

• พื้นที่ที่สูง 80 เมตรขึ้นไป มีได้เฉพาะอาคารเดี่ยว สูงไม่เกิน 6 เมตร ที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร พื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ว่าง มีไม้ยืนต้นที่เป็นไม่ท้องถิ่นเป็นหลัก หลังคาตามแบบสถาปัตยกรรมไทย เมืองร้อนชื้น หรือพื้นถิ่น พื้นที่หลังคาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่อาคาร สีกลมกลืนกับธรรมชาติ

• อาคารพาณิชย์ และโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ต้องติดตั้งบ่อดักไขมันและระบบบำบัดน้ำเสีย

• กิจการที่นำบ้านพักอาศัย ห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว ตั้งแต่ 10 ห้องขึ้นไปให้บริการเป็นสถานที่พัก ต้องติดตั้งบ่อดักไขมันและระบบบำบัดน้ำเสีย

ความลาดชัน

• พื้นที่บริเวณ 2 -4 ที่มีความลาดชันตั้งแต่ร้อยละ 35-50 มีได้เฉพาะอาคารเดี่ยวสูงไม่เกิน 6 เมตร ขนาดแปลงไม่น้อยกว่า 120 ตารางวา พื้นที่อาคารคลุมดินต่อหลังไม่เกิน 80 ตารางเมตร พื้นที่ว่างไม่น้อยกว่า 75 ของแปลงที่ยื่นขออนุญาต พื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ว่าง ไม้ถิ่น

• หากเป็นอาคารรัฐต้องมีการพิสูจน์ว่าจำเป็นและต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯระดับจังหวัด

 พื้นที่บริเวณ 2-4 และ 7(1) ที่มีความลาดชันเกินร้อยละ 50 ห้ามก่อสร้างดัดแปลงอาคารใดๆ

จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น(IEE)

• โรงแรม หรือสถานที่พักตากอากาศที่อยู่ห่างจากแนวชายฝั่งเกิน 50 เมตร ห้องพักตั้งแต่ 10-79 ห้อง หรือมีพื้นที่ใช้สอยของทุกอาคารรวมกันตั้งแต่ 500 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 4,000 ตารางเมตร

• โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่มีจำนวนเตียงสำหรับผู้ป่วยค้างคืนตั้งแต่ 10 เตียง ถึง 29 เตียง

• การจัดสรรที่ดิน ที่มีจำนวนที่ดินแปลงย่อยไม่ถึง 500 แปลง หรือไม่เกิน 100 ไร่

• ท่าเทียบเรีอ 100 ตันกรอส ไม่ถึง 500 ตันกรอส 

•โ รงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการคัดแยกหรือฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในชุมชนไม่เกิน 50 ตันต่อวัน


จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)

• โรงแรมที่อยู่ห่างจากแนวชายฝั่งทะเลไม่เกิน 50 เมตร

• ทางหลวง สูงกว่า 150 เมตรจากระดับน้ำทะเล หรือลาดชันเกินร้อยละ 35 ยาวตั้งแต่ 1000 เมตรขึ้นไป

• ทางหรือถนนส่วนบุคคลขนาดมากกว่า 2 ช่องจราจร ยาว 1500 เมตร

• โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการคัดแยกขยะหรือฝังกลบ เกิน 50 ตันต่อวัน</p><p>

คณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด

• ผู้ว่าราชการจังหวัด ประธาน</p><p>• นายอำเภอเกาะสมุย นายอำเภอเกาะพะงัน

• ผู้แทนส่วนราชการประจำจังหวัดที่มีอำนาจหน้าที่ในจังหวัด หรือรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนอปท ในพื้นที่

• ผู้ทรงคุณวุฒิด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในพื้นที่ไม่เกินสามคน

• ผู้แทนองค์กรภาคเอกชน กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม การประมง หรือการท่องเที่ยว ไม่เกิน 6 คน

• ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ ส่งรายงานผลต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ปีละครั้ง


คณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่ ให้มี 3 ชุด (ชุดเกาะเต่า ,ชุดเกาะพงัน,ชุดเกาะสมุย) 

• นายอำเภอในพื้นที่ ประธาน

• นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหรือผู้แทน

• นายกเทศมนตรีในพื้นที่หรือผู้แทน

• กำนันในพื้นที่หรือผู้แทน

• ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ไม่เกิน 2 คน

• ผู้แทนองค์การภาคเอกชนที่มีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว การประมง หรืออุตสาหกรรมในพื้นที่ไม่เกิน 3 คน

• ผู้แทนส่วนราชการประจำอำเภอหรือรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง

• ปลัดอำเภอในพื้นที่เป็นกรรมการและเลขานุการ ส่งรายงานผลต่อคณะกรรมการระดับจังหวัดทุก 6 เดือน

อำนาจหน้าที่ คณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

• กำหนดจุด และทำทุ่นจอดเรือสำหรับการจอดเรือ เพื่อกิจกรรมดำน้ำดูประการัง เพื่อมิให้มีการทอดสมอเรือส่งผลกระทบต่อแนวปะการังและหญ้าทะเล

• กำหนดเขตควบคุมการใช้ประโยชน์พื้นที่ในทะเล ขนาด และประเภทของเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำ

• กำหนดให้มีการจัดระเบียบชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว

• กำหนดให้มีการฟื้นฟูและบำรุงรักษาพื้นทีป่าพรุและป่าชายเลน

• กำหนดให้มีการปรับปรุง ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำสาธารณะที่ก่อสร้าง เพื่อระบายน้ำป้องกันน้ำท่วม และมีการปรับปรุง

กำหนดให้มีการบำรุงรักษา และฟื้นฟูระบบนิเวศป่าให้มีความสมบูรณ์

=========>>>>>>>>>>

        จากประกาศใช้กฎหมาย ในระยะเร่ิ่มแรกนี้มีผลกระทบต่อโครงการต่างๆ ที่จะดำเนินการในพื้นที่ ซึ่งกฎหมายนั้นไม่มีมาตรการป้องกันหรือไม่มีข้อละเว้นไว้ในการบังคับใช้กฎหมาย  หากพิจารณาแล้ว ผลกระทบนั้น ผู้ที่จะดำเนินกิจการนั้นจะต้องรับภาระไว้เอง โดยปริยาย ได้แก่

        ๑. ตามข้อ  ๕ ของประกาศฯ นี้ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่จะทําการก่อสร้างอาคาร หรือดําเนินการ โครงการหรือประกอบกิจการในพื้นที่ตามข้อ ๒ นอกจากต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ใน ประกาศนี้แล้ว ให้จัดทําและเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE)หรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) แล้วแต่กรณี

          - ผู้จะดำเนินกิจการใดๆ ก็แล้วแต่ที่ถูกกำหนดให้จัดทํา IEE หรือ EIA แล้วแต่กรณีนั้น ก็ต้องถือปฏิบัติโดยทันที  แต่ ณ ปัจจุบันนี้ ในพื้นที่ยังไม่มีบริษัทที่ปรึกษาที่จะเข้ามาดำเนินการในพื้นที่  ผู้ประกอบการที่เป็นรายเล็กหากต้องจัดทำรายงาน IEE ก็ต้องหาบริษัทที่ปรึกษาจากต่างถิ่น ใกล้ที่สุดคือที่ภูเก็ต ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางของบริษัทเหล่านั้นเพิ่มขึ้นซึ่งก็หมายถึงต้นทุนที่ผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้รับไว้โดยปริยาย (อีกแล้ว)

          - แต่หากเป็นโครงการใหญ่ ที่ต้องทำ EIA ก็ไม่กระทบมากถึงแม้นว่าต้องใช้บริษัทที่ปรึกษาจาก กทม. ซึ่งก็ถือได้ว่าโครงการใหญ่มีศักยภาพเพียงพอที่อาจจะต้องดำเนินการแยู่แล้วตั้งแต่แรก

            - คณะคณะกรรมการผู้ชํานาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม(คชก.)  (รายละเอียดกดลิ้งเลยครับ +++>>>> http://www.onep.go.th/eia/images/6interest/neb_ann…เป็นคณะ คชก. ในระดับจังหวัดที่จะพิจารณารายงาน IEE ก็ยังอยู่ในระหว่างการแต่งตั้ง  แต่ข้อนี้ไม่ค่อยมีผลกระทบสักเท่าไรเพราะ การจัดทำรายงาน IEE ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งซึ่งเมื่อโครงการที่ได้จัดทำ IEE รายแรกๆ คงเสร็จพร้อมกับการแต่งตั้ง คชก.แล้วเสร็จทันที่จะสามารถพิจาณารายงาน IEE ได้

        ๒. ตามข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการกํากับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตามข้อ ๒ (พื้นที่ บริเวณที่ ๑-๗ )ให้แต่งตั้งคณะกรรมการกํากับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมขึ้น โดยแบ่งออกเป็น ๒ ระดับ คือ คณะกรรมการกํากับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด และคณะกรรมการกํากับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่ (อ่านรายละเอียดในตัวบทนะครับ) สำหรับข้อนี้ มีบางกิจการที่จะดำเนินการได้นั้น ต้องผ่านกรรมการชุดนี้ให้ความเห็นชอบเสียก่อนจึงสามารถดำเนินการได้  ซึ่่งปัจจุบัน กรรมการชุดนี้กำลังอยู่ระหว่งการดำเนินการจัดตั้งขึ้น  และระหว่างนี้หากมีโครงการบางโครงการที่เข้าข่ายต้องผ่านความเห็นชอบของกรรมการชุดนี้ จะส่งผลกระทบให้โครงการดังกล่าวต้องชะงักไปโดยปริยาย แน่นอนครับ

หากมีความคืบหน้า จะมารายงานเป็นระยะๆ นะครับ</p></p>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม

คำสำคัญ (Tags)#ประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมสุราษฎร์ธานี#พื้นที่คุ้มครองสุราษฎร์ธานี#พื้นที่คุ้มครองจังหวัดสุราษฎร์

หมายเลขบันทึก: 573623, เขียน: 01 Aug 2014 @ 11:02 (), แก้ไข: 02 Aug 2014 @ 06:51 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 2, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

I applaud your attempt to enlighten us.

But I have problems understanding the rules (of laws).

Perhaps, we can see a sort of "infographics" that explains in a common folk language?

Pollution
IP: xxx.0.221.49
เขียนเมื่อ 

Thanks for you comment sr.

Actually, we did not copy and paste but trying (may be not good enough) to simplify at some level.

Will try again for a better understanding.