ขอน้อมกราบท่านกัลยาณชนและท่านรัตมิตรทุกท่านของอีตาลุงเหมยอีกครั้งครับ                   วันนี้ขอนำเอาการบรรยายของท่านพุทธทาสภิกขุแห่งสวนโมกขพลารามมาคารวะแทนใจในเรื่อง " พ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบและบุตรที่ประเสริฐที่สุด มาเสนอท่านเป็นตอนต่อไปครับ......ท่านพุทธทาสได้วิสัชนาว่า........ตามหลักความจริงมีอยู่ว่า กิเลสเกิดขึ้นมาทีหนึ่ง มันเพิ่มความเคยชินไว้ทีหนึ่ง เกิดมาทีหนึ่งมันเพิ่มความเคยชินไว้ทีหนึ่ง ทีนี้มันเกิดหลายสิบครั้ง หลายร้อยครั้ง หลายพันครั้ง มันมีความเคยชินมาก มันก็เกิดง่าย กิเลสมันก็เกิดง่าย ..... ทีนี้ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีอะไรมายั่วกิเลส เราควบคุมไว้ได้ บังคับไว้ได้ ไม่ให้เกิดกิเลส ถ้าอย่างนี้กิเลสมันก็สูญเสียความเคยชินลงไปทีหนึ่ง ; เราทำให้กิเลสสูญเสียความเคยชินเรื่อย ๆ ไปจนมันไม่มีจะเกิด ..... นี่ จงประพฤติปฏิบัติสำรวมระวังไว้ให้ดี อย่าให้เกิดกิเลสทุกคราวที่มีอะไรมายั่วให้เกิดกิเลส ; แล้วเชื้อความเคยชินของกิเลสจะหมดไป , แล้วกิเลสก็เกิดไม่ได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ความโกรธ ถ้าเราโกรธมีอะไรมาทำให้โกรธ ก็โกรธ ; บางทีแกล้งโกรธ มันก็มีความเคยชินสำหรับจะโกรธ เขาเรียกว่า เชื้อสำหรับความโกรธนี้เพิ่มขึ้น โกรธอีกก็เพิ่มขึ้น โกรธอีกก็เพิ่มขึ้น จนมีความโกรธเป็นเจ้าเรือนมันก็ยากที่จะควบคุมความโกรธได้ ... ทีนี้ถ้าเราบังคับมันไว้ มีอะไรที่ควรจะโกรธมายั่วให้โกรธและควรจะโกรธ บังคับมันไว้ได้ ไม่โกรธ ; ความเคยชินสำหรับจะโกรธมันก็ลดลงไป เป็นลบหนึ่ง ๆ ๆ หลายสิบครั้ง หลายร้อยครั้งเข้า ก็ไม่มีความเคยชินสำหรับจะโกรธ คนนั้นก็โกรธไม่ได้ กิเลสอย่างอื่นก็เหมือนกัน ฉะนั้น พยายามที่จะควบคุมไว้ให้ได้อย่าให้ลุอำนาจแก่กิเลส อย่าให้มันเกิดขึ้นมา ไม่เท่าไรกิเลสทั้งหลายก็เบาบางไปจนสิ้นเชื้อ สิ้นความเคยชินที่จะเกิดก็กลายเป็นมนุษย์ที่ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์ คือความไม่มีกิเลสจะเกิดขึ้นสำหรับจะให้เป็นทุกข์ หรือมีความรู้

     ฉะนั้น เราคิดเสียให้ดีว่าทุก คนที่เกิดมานี้สำหรับจะ ได้สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้ คือความไม่มีทุกข์ ; ไม่ใช้ว่าเกิดมาเป็นนักเรียนไปเล่าเรียน เป็นนักศึกษาได้ปริญญายาวเป็นหาง แล้วมันจะหมดเรื่องกันเท่านั้น มันไม่แน่ คนมีปริญญายาวเป็นหางยาวอาจจะมีความทุกข์มากเท่ากับหางปริญญาของเขาก็ได้ มันต้องเอาที่ไม่มีความทุกข์ ต้องมีจิตใจปรกติ ไม่มีความทุกข์ มีจิตใจสูงอยู่เหนือกิเลสและความทุกข์จึงเรียกว่าเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ หรือเป็นยอดของความเป็นมนุษย์

       ........  ถูกแล้ว เราอุตส่าห์เรียนให้ได้รับความรู้ ให้ได้โอกาสที่จะสะดวกสบาย ในเรื่องการเป็นอยู่ในโลกนี้ มีเงินใช้ มีฐานะดี มีความสะดวกสบายดี ก็ต้องเรียนต่อไปสำหรับที่จะไม่มีกิเลส เป็นบุคคลที่ไม่มีความทุกข์ด้วยอำนาจของกิเลสอีกทีหนึ่ง ..... ถ้าจะพูดก็ต้องพูดว่า ได้ปริญญาของพระพุทธเจ้า ไม่เหมือนกับปริญญาที่เขามี และให้กันอยู่ในโลกนี้ ได้รับปริญญาของพระพุทธเจ้า ที่เขาเรียกกันว่า เป็นพระโสดาบัน เป็นพระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ เป็นต้น ถ้าไปถึงปริญญานั้น ชั้นนั้นแล้ว นั่นแหละจึงจะเรียกว่า ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ ..... ทีนี้เราก็มาคิดดูว่า มนุษย์ทุกคนเป็ดนอย่างนี้ ฉะนั้นเราช่วยกันทำให้เป็นอย่างนี้ ;ถ้าพ่อแม่ของเราไปไม่ถึง แก่เฒ่าตายไปเสียก่อน เราที่เป็นลูกหลานก็พยายามไปให้ถึง ให้ก้าวหน้าต่อไปจากบิดามารดา นี้เรียกว่า เชื่อฟังธรรมะ เชื่อฟังศาสนา เชื่อฟังพระพุทธเจ้า มันจึงได้ไกลออกไปในทางพระธรรม ถ้าได้รับปริญญาก็ได้รับปริญญาของพระพุทธเจ้า ..... นี้พูดให้ฟังง่าย ๆ มันลืมยากก ก็ต้องพูดอย่างนี้ ให้เด็ก ๆ ถึงเสียว่า เราเกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาทีหลังพ่อแม่ แล้วยอมรับว่า ถ้าพ่อแม่ทำอะไรไม่สำเร็จ เราก็จะทำต่อไปให้สำเร็จ : ถ้าพ่อแม่ยังไมมีฐานะดีในสังคมเราก็จะทำให้มีฐานะดีในสังคม ให้ตระกูลของเรามีฐานะดีในสังคม และเมื่อมีฐานะดีในทางสังคมแล้ว ก็จะทำให้มีฐานะสูงขึ้นไปในทางจิตวิญญาณ ในทางพระธรรม ในทางพระศาสนา ให้มีการบรรลุธรรมอันสูงสุดสืบต่อไป จนกว่าจะถึงที่สุดในทางฝ่ายพระธรรม  

..... นี้จะเรียกว่าเป็นบุตรที่ประเสริฐที่สุด เป็นบุตรเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หรือคำสั่งสอนของพระธรรม หรือเชื่อฟังกฎของธรรมชาติ ที่มีอยู่ว่า ... ทุกสิ่งต้องวิวัฒนาการไปในทางที่ดีที่สุด ให้ถึงระดับสูงสุดให้ได้จนได้ แล้วก็เชื่อฟังกฎของธรรมชาติ สำหรับจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดของมนุษย์ ตามที่กฎของธรรมชาติจะอำนวยให้ได้ คือ ถึงนิพพานนั้นเหมือนกัน ..... ถ้านับถือศาสนาอื่น เขาก็พูดอย่างอื่น ; เช่นถือศาสนาที่มีพระเจ้า เขาก็พูดว่า มนุษย์ จุดสูงสุดอยู่ที่ไปอยู่รวมกันกับพระเจ้า พวกที่มีพระเจ้าก็พูดอย่างนี้ เราไม่มีพระเจ้าแต่มีพระนิพพาน เราก็พูดอย่างนี้ : พูดว่า ...ไปรวมกันบรรลุนิพพาน นั้นเป็นจุดสูงสุดของมนุษย์ ... ฉะนั้น อุตส่าห์เรียนให้ประสบความสำเร็จในเรื่องธรรมดาสามัญอย่างชาวบ้าน ชาวโลก หรือ เรียน ปฏิบัติต่อไปให้ก้าวหน้าทางจิตใจ เป็นเรื่องทางจิต ทางวิญญาณ ให้บรรลุสถานะชั้นสูงสุดขอมนุษย์ อย่างนี้เรียกว่าบรรลุมรรคผลไปตามลำดับจนกว่าจะถึงพระนิพพาน ถ้าบิดามารดาไปถึงไม่ได้ เราพยายามสืบต่อไปให้ถึงให้ได้ อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องยากเกินไป สูงเกินไป เราอยากจะสนุกสนานเล่นหัวอยู่ที่นี่ เหมือนกับว่าเป็นวัวเป็นควายมันก็อยากจะนอนอยู่ในโคลนในตมกลางทุ่งนา ไม่อยากจะขึ้นอยู่บนปราสาทราชฐาน อย่างนี้มันก็ไม่ถูก เพราะเราไม่ใช่ควายไม่ใช่วัว ที่จะสมัครนอนกยู่กลางเลนกลางตม เราเป็นมนุษย์ สูงจากสัตว์เดรัจฉาน เพราะมีสติปัญญาพิเศษ จนสูงไปถึงไหนก็ได้ ฉะนั้นจึงอบรมไปในทางสูงสูดที่มนุษย์จะสูงได้ นี่เรียกว่าไม่เสียทีที่เกิดเป็นมนุษย์ และพบพระพุทธศาสนา ทำให้ไม่เสียทีที่เกิดมา เพราะเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระศาสนา ยอมรับกฎของธรรมชาติ ว่ามนุษย์ต้องมีวิวัฒนาการไปให้ถึงจุดที่สูงสุดให้จงได้ นี้ก็เคยเรียนกันมาแล้ว ..... เป็นอันว่า เชื่อฟังสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด ชนิดหนึ่งซึ่งเรียกว่า พระเจ้า ก็ได้ ซึ่งเรียกว่า กฎของธรรมชาติ ก็ได้ เรียกว่า พระธรรม ก็ได้ ที่มุ่งหมายต้องการให้ชีวิตทั้งหลายนี้ไปจนถึงจุดสูงสุด ระดับสูงสุด ตามที่มนุษย์จะเป็นไปได้ เราเรียกว่า การบรรลุมรรค ผล นิพพาน ..... ใครเชื่อฟังพระพุทธเจ้า ก็ทำได้อย่างนี้ ก็จะสมกับที่พระองค์ทรงตรัสว่า....ผู้ที่เชื่อฟัง , บุตรที่เชื่อฟัง , เป็นบุตรที่ประเสริฐที่สุด       

...... เมื่อเรารู้ว่า อุดมคติของความ เป็นมนุษย์อยู่ที่นี่แล้วก็พยายามกระทำ โดยใช้ธรรมะเครื่องช่วยให้ประสบความสำเร็จ ๔ อย่าง ๔ ประการ ที่เรียกว่า ฆราวาสธรรม หมายความว่า ฆราวาสทำได้ ธรรมะ ๔ อย่าง ๔ ประการ นั้นช่วยจำไว้ให้คล่องปากคล่องใจ คล่องเนื้อคล่องตัว คือประพฤติอยู่เป็นปรกติ ธรรมะ ๔ ประการนั้นคือ ..... สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ ให้จำเดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องจด ว่า สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ ในตำราเรียนก็มี ในนวโกวาท , หนังสือเรียนทั่วไปมันก็มี แต่ว่ามีอยู่ในหนังสือไมมีประโยชน์อะไร มาอยู่ในใจดีกว่า มาอยู่ที่เนื้อที่ตัว ที่ปฏิบัติกาย วาจา ใจ ดีกว่า , ดีกว่าอยู่ในหนังสือ เรียกว่า สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ ให้เป็นของขึ้นปาก คล่องปาก แล้วก็ คล่องใจ ให้จำได้ คล่องเนื้อคล่องตัว คือปฏิบัติอยู่ คล่องแคล่วเสมอ

              ท่านกัลยาณธรรมและท่านกัลยาณมิตรของอีตาลุงเหมยทุกท่านครับ มาเกือบจะถึงตอนสุดท้ายแล้ว ธรรมบรรยายของหลวงปู่ท่านพุทธทาสภิกขุแห่งสำนักสวนโมกขพลารามที่ได้คัดลอกมาน้อมกราบเรียนให้ทุกท่าน  จำเป็นจะต้องขอยุติลงคงไว้เท่านี้ก่อน เอาไว้โอกาสต่อไปก็จะน้อมบรรจงคัดลอกมาน้อมกราบเรียนท่านผู้ใฝ่ในธรรมทั้งหลายอีก ขอสัจธรรมจงตั้งมั่นในดวงจิตของทุกท่านทุกคนจงตลอดไป....เทอญ กราบสาธุครับ