วันนี้ (๒๓ ก.ค.๒๕๕๗) ช่วงสาย ๆ ฉันได้รับโทรศัพท์จากอี้ด
น้องสาวที่เราเคยทำงานร่วมกัน เมื่อปี ๒๕๓๖
เราจำภาพเหตุการณ์ครั้งเมื่อ ๒๑ กว่าปีนั้นได้ดี
เราทำงานการเจ้าหน้าที่ที่ สปอ.บางระกำ
สปจ.พิษณุโลก ด้วยกัน ต้อนนั้นฉันเพิ่งซี ๔
อี้ด ซี ๒ - ๓ เราทำงานร่วมกันเหมือนพี่กับน้อง
อี้ดมาหาฉันที่ห้อง บอกว่า...พาฟางลูกสาวมาสมัคร
เรียนที่ราชภัฏที่ฉันทำงานอยู่ อี้ดขึ้นมาหาฉันที่ห้อง
ทำงาน...นาน ๆ พวกเราถึงได้เจอกัน...อี้ดอายุุใกล้
เคียงกับฉัน เราทำงานแบบรู้ใจกัน ครั้งนั้น เราไม่มี
หัวหน้างาน ฉันต้องทำทุกอย่างเป็นหลักให้กับงาน
การเจ้าหน้าที่เสมือนฉันทำหน้าที่ รษก.หัวหน้างาน
การเจ้าหน้าที่ในตอนนั้น จนเป็นที่ไว้ใจของหัวหน้า
การประถมศึกษาอำเภอในสมัยนั้น...ฉันได้เรียนรู้งาน
การเจ้าหน้าที่ทุก ๆ เรื่อง ฉันสามารถ Create งานได้
ด้วยตัวของฉันเอง...เราทำงานกันแบบรู้ใจกัน เป็นพี่
เป็นน้องที่ดีและเอื้ออาทรต่อกันเสมอมา...
อี้ดเห็นฉัน เราพูดคุยสารทุกข์สุขดิบซึ่งกันและกัน
เล่าเรื่องราวที่ผ่านมาซึ่งพวกเราได้พบเจอ ปัญหา
อุปสรรคในการทำงานต่าง ๆ ...ฉันสังเกตจากคำพูด
ของอี้ดในเรื่องหนึ่ง นั่นคือ ยามที่เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่
มากขึ้น เราได้พบสัจธรรมของชีวิต เราได้ค้นพบด้วย
ตัวของพวกเราเอง...บางครั้ง ฉันเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ
ที่ฉันพาลพบมา น้ำตาก็พาลจะไหล...อี้ดบอกว่า...
ชอบคุยกับพี่บุษและพี่เป้า ๆ ก็เหมือนพี่บุษ...พอพูดถึง
ชีวิตการทำงานแล้ว น้ำตาพวกเราก็คลอเบ้าทุกคราว
เป็นประสบการณ์ที่บางคนอาจไม่เหมือนพวกเรา...
พวกเรา รุ่นนี้ เราคบกันด้วยใจ มีใจเท่าไรก็ให้หมดใจ
และเขาก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง...ซึ่งหาน้อง หาเพื่อน
แบบนี้ยากมาก ๆ ในสมัยนี้ ยิ่งคนที่จริงใจกับเราแล้ว
บอกได้เลยว่า "ยากมาก ๆ"...เราได้พูดคุยกันพักหนึ่ง
อี้ดก็ขอตัวไปรายงานตัวลูกสาว ซึ่งสนใจเรียนเอก
ภาษาอังกฤษ ซึ่ง ม. ได้รับนักศึกษาเพิ่มขึ้นโดยเรียก
อันดับที่สำรองขึ้นมาเพิ่มเติมอีก...
ทำให้ฉันได้ข้อคิดในการใช้ชีวิตที่ผ่านมาว่า...
การที่จะคบใครสักคนเป็นเพื่อนที่หาความจริงใจนั้น
ยากมาก ๆ เมื่อเจอกันสักคนแล้ว ดีก็ดีใจหาย
แต่ปัจจุบันก็ยากที่เจอมิตรที่ดีและจริงใจแบบนี้
ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้มาพบเจอมิตรที่ดีและจริงใจ
แบบนี้ ขอบคุณอี้ดมากที่เป็นมิตรแท้ที่ดีกับพี่บุษ
เสมอมา...
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗
