มหาภารตะ อิทธิพลเงียบ แต่ก็มีอยู่ในวรรณคดีไทย

มหาภารตะ

(สันสกฤตเขียน महाभारतम् อ่าน มะ-หา-ภา-ระ-ตัม/ महाभारत อ่าน มะ-หา-ภา-ระ-ตะ)

อิทธิพลในวรรณคดีไทย 

โดย ดร.วรเดช มีแสงรุทรกุล (เขียนไว้ตั้งแต่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013)

ความจริงแขกเองก็มีความเชื่อว่าเรื่องมหาภารตะฉบับเต็มนั้น ไม่เป็นมงคล จึงไม่มีการเก็บไว้ในบ้าน แต่จะเก็บไว้ในห้องสมุดเท่านั้น เพราะเรื่องมหาภารตะนั้นสอนให้พี่น้องแตกแยกกัน ส่วนเรื่องรามเกียรติ์ หรือรามายณะที่พี่น้องรักกันนั้นเขาจะเก็บไว้ในบ้านยกเว้นเรื่องภควัทคีตาที่ถือว่าเป็นคัมภีร์ทางศาสนาของฮินดี ที่เป็นที่นิยมแพร่หลาย และเรื่องของนางอุษา ที่ไทยเราเรียกว่า อนิรุทธ์ หรือ อุณรุท ก็จะเป็นที่แพร่หลายในอินเดียเช่นกันเพราะถือว่าเป็นเรื่องโรแมนติก ซึ่งแขกเขาก็นิยมเอาเรื่องพวกนี้เท่านั้นไปทำเป็นละครบทละคร

ชื่อเมืองทวารวดี ของอาณาจักรทวารวดีเอง ก็มีผู้สันนิษฐานว่า มีที่มาจากเมืองทวารกาของพระกฤษณะ เมื่อพระเจ้าอู่ทองมาตั้งเมืองอยุธยาขึ้นก็เสียดายชื่อเก่าจึงตั้งชื่อเมืองว่า กรุงทวารวดีศรีอยุธยา บ้าง อยุธยาศรีรามเทพนคร บ้างเพราะในอดีตเคยเป็นนครท่าเรือเดินทะเล ชื่อ อโยธยา หรือ อโยธยาศรีรามเทพนคร นครใหม่นี้ถูกขนานนามว่า กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา ซึ่งภายหลังมักเรียกว่า กรุงศรีอยุธยา ในปัจจุบัน

นครปฐมเป็นเมืองสำคัญ แต่โบราณและอาจจะเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาเพราะมีการขุดพบศิลปะสมัยทวารวดีที่นครปฐมจำนวนหนึ่ง พร้อมกับจารึก “เย ธรรมา” อักษรปัลลวะพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เป็นเรื่องมหาอัครสาวกเบื้องขวาและซ้ายคือ สารีบุตรและโมคคัลลานะ ขอบวชในพระพุทธศาสนา

นอกจากนี้มีการสร้างปฐมเจดีย์ขึ้นโดยมีตำนานเล่าเรื่องเกี่ยวกับพญากงพญาพาล ซึ่งอาจจะรับอิทธิพลมาจากเรื่องพระกฤษณะในเรื่องมหาภารตที่ฆ่าลุงของตนเอง (แต่ในเรื่องพญาพาลฆ่าพ่อของตนเอง) เพราะพญากงคือ ท้าวกังสะ และพญาพาล อาจจะมีนัยยะว่าเป็นพระกฤษณะ เพราะว่าพระกฤษณะมีชื่ออีกชื่อว่า บาลาชี และเรียกเพี้ยนเป็น พระยาพาลในที่สุด แต่เป็นความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าเท่านั้น

พอถึงสมัยรัตนโกสินทร์ คนไทยจะระลึกถึงอยุธยา มากกว่าอาณาจักร ทวาราวดี จึงยังคงนามของกรุงศรีอยุธยาไว้ในชื่อกรุงเทพว่า กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์ สังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีคำว่า มหินทร +อยุธยา เป็น มหินทรายุธยา ในชื่อกรุงเทพฯด้วย

มีนักวิชาการบางท่านสันนิษฐานว่า เสภาที่ขับในสมัยอยุธยาให้พระเจ้าแผ่นดินฟังไม่ใช่เรื่องขุนช้างขุนแผนซึ่งเป็นเรื่องแต่งใหม่สมัย ร. ๒ แต่เป็นเรื่องมหาภารตะ แต่เสภาเรื่องนั้นก็ได้สูญหายไปนานแล้ว ร.๒ จึงได้ร่วมกันกับรัตนกวีหลายท่านในสมัยนั้นช่วยกันแต่งเสภาขุนช้างขุนแผนขึ้นมาใช้ขับเสภาใหม่และกลายเป็นวรรณกรรมที่มาจากชีวิตชาวบ้านไทยมากกว่าชีวิตในราชสำนักไปในที่สุด (แม้จะมีเรื่องที่เกี่ยวกับราชสำนักบ้าง)

แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับเรื่องมหาภารตะที่เป็นตอนสำคัญบางตอนที่ได้แต่งขื้นใหม่ในสมัยหลังเช่น

เรื่องมหาภารตะ ที่ยังเหลือในไทยปัจจุบัน คือ

๑.มหาภารตะคำกลอน ของพระยาอุปกิตศิลปสาร

๒.อนิรุทธคำฉันท์ (เรื่องของนางอุษา)

๓.บทละครเรื่องอุณรุท (เรื่องของนางอุษา)

๔.อุษาบารส (เรื่องของนางอุษาสำนวนภาคเหนือ-ตอนต้นเรื่อง เพราะตอนท้ายเนื้อเรื่องคล้ายเรื่องรามเกียรติ์)

๕.กฤษณาสอนน้อง (เรื่องของจริยวัตรอันดีงาม นางเทราปที สหชายาของพวกปาณฑพ)

๖. เรื่องสาวิตรี (ของ ร.๖ เป็นเรื่องในมหาภารตะที่ฤษีมารฺกณฺเฑยะ(ผู้ที่พระศิวะเปลี่ยนชะตาชีวิตไม่ให้ตายในวัยเด็ก) เล่าให้ยุทฺธิษฺฐิระในป่าหลังแพ้สกา ว่าในอดีตเคยมีหญิงใดดีเท่านางกฤษณา(ที่มีอีกชื่อว่า นางเทราปที)อีกไหม?)

๗. เรื่องพระนลคำหลวง (เป็นเรื่องที่ฤาษีตรัสสอนพวกปาณฑพในป่าหลังแพ้สกา)

๘. เรื่องนารายณ์สิบปาง (ปางกฤษณาวตาร)

๙. เรื่องนางศกุนตลา (ของร.๖ เป็นบรรพบุรุษพวกจันทรวงศ์ ซึ่งเป็นต้นโคตรของพวกยาทพ ปาณฑพ และเการพ)

๑๐.เรื่อง พระกึดพระพาน (นิทานพื้นบ้านภาคอีสาน)

เรื่อง พระกึดพระพาน เป็นนิทานแทรกในตำนานอุรังคธาตุ พระธาตุพนม มีโครงเรื่องแบบเดียวกับเรื่องอุสาบารส กล่าวคือ พระกึดคือพระกฤษณะ ส่วนพระพานคือเจ้าพรุงพาณ พญายักษ์บิดานางอุษา รับกัน และบางก็ว่าเรื่องพระกึดพระพานนี้เป็นตำนานตำบลเมืองพาน เมืองอุดรธานี

๑๑. อิลราชคำฉันท์ (ของพระยาศรีสุนทรโวหาร(ผัน สาลักษณ) เรื่องนี้พระรามตรัสในเรื่องรามายณะอ้างสาเหตุปล่อยม้าอุปการ(พิธีอัศวเมธ) แต่เป็นเรื่องราวของการกำเนิดจันทรวงศ์

ซึ่งไม่แปลก เพราะในเรื่องมหาภารตก็มีเรื่องรามายณะเล่าแทรกไว้วนบรรพเรียกว่า ราโมปาขยาน

เป็นต้น

หมายเหตุ

จันทรวงศ์

น. วงศ์แห่งกษัตริย์เนื่องมาจากจันทร์ เป็นสายใหญ่ที่ ๒ แห่งราชวงศ์กษัตริย์ผู้ประถมแห่งวงศ์นี้ คือ พระโสม (ได้แก่พระจันทร์) โอรสพระฤษีอัตริ ชนกแห่งพระพุธ พระพุธมีมเหสีชื่ออิลา (ร่างโดนพระศิวะสาปให้เป็นสตรีของท้าวอิลราช) บุตรของท้าวอิกษฺวากุ กษัตริย์ในสุริยวงศ์ มีโอรสชื่อ ปุรูรพ ปุรูรพมีโอรสกับพระนางอุรวศี ชื่ออายุส ผู้มีโอรสชื่อนหุษอันเป็นบิดาของยยาติยยาติมีโอรสสองคน คือ ปุรุ และยทุ ฯ จากสองคนนี้ สกุลจันทรวงศ์จึงแยกออกสองสาขา สาขาทางปุรุเรียกว่า เปารพ สาขาทางยทุ เรียกว่า ยาทพ ทางยาทพ เกิดพระกฤษณะและพระพลราม (หรือพลเทพ) ทางเปารพเกิดพระทุษยันต์ผู้เป็นวีรบุรุษสามีแห่งนางศกุนตลาและชนก ของท้าวภรตะ ชั่วที่ ๙ จากท้าวภรตะถึงท้าวกุรุ และชั่วที่ ๑๔ จากท้าวกุรุถึงท้าวศานตนุ ผู้มีโอรสชื่อ วิจิตรวีรยะ และ วยาสลูกเลี้ยง วยาสได้แม่ม่ายคนผู้ชายาของวิจิตรวีรยะเป็นภริยามีโอรสสองคนชื่อธฤตราษฎร์ และปาณฑุสงคราม ระหว่างโอรสสองคนชื่อ ธฤตราษฏร์ และปาณฑุ เรียกว่า มหาภารตยุทธ์

ปล. ยยาติ บุตรของนหุษ (ฤาษีสาปนหุษให้เป็นงู) ลูกของ วิราชะ รานี แต่งกับ เทวยานี ธิดาของครุอสูร ศุกราจารย์ มีบุตรคือ ยทุ และตุรวสุ

แต่ ท้าวยยาติ แอบแต่งกับ ศรมิษฐา เพื่อนของ เทวยานี มีบุตรชายคือ ปุรุ ทำให้คุรุอสูร(พระศุกร์ในฐานะครูของยักษ์มาร) ศุกราจารย์ โกรธจึงสาปให้ ยยาติ แก่เกินวัยมาก ทำให้นางเทวยานีเดือดร้อนที่สามีแก่ใช้งานไม่ได้ จึงขอใหพระศุกร์ถอนคำสาป พระศุกร์จึงว่าสาปแล้วถอนไม่ได้ต้องให้ลูกคนใดของยยาติรับคำสาปไว้แทน

ยยาติเลยว่าถ้าลูกคนใดของเขารับสาปแทนจะให้เป็นรัชทายาท

ปรากฏว่า ยทุลูกนางเทวยานีไม่ยอม แต่ ปุรุ ลูกของนางศรมิษฐายอมรับคำสาปแทนพ่อ(สงสัยกลัวพ่อสาปแบบยทุ เพราะท้าวยยาติขอให้ยทุรับสาปแทนตนก่อน)

ท้าวยยาติ จึงให้พรให้ลูกหลาน ปุรุ มีแต่ความรุ่งเรือง ส่วนพวก ยทุให้มีแต่ความล่มจม แม้พระวิษณุจะอวตารมาเป็นพระกฤษณะในวงศ์ ยาทพ (ของท้าวยทุ)ทำให้พวกยาทพรุ่งเรืองอยู่ช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายเมืองทวารกาของพวกยาทพ ก็ล่มจนได้

เรื่อง อิลราชคำฉันท์ ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร(ผัน สาลักษณ)

อีทิสัง ฉันท์ ฯ ๒๐

เล็งไศลลำเนาพนัสดำบล

วิถีก็ทั่วธิราชธยล......... ถนัดพลัน

องค์อิศวรอุมาภิรมย์อรัญ

ชไมมเหศวร์ก็เหิมก็หรรษ์......... รโหฐาน

เราชะล่าละลาบละล้วงก็ปาน

ฉะนี้แหละจึงประจักษ์วิการ.......... วิกลเป็น

องค์อิลาก็คลาประณตพระเพ็ญ

สวัสดิ์ประสบพระัเนตรพระเห็น......... ก็กริ้วกราด

เหม่อิลาชะล่าไฉนประพาส

บกลัวบเกรงกระทำอุอาจ........... อหังการ์

เราแหละสาปและสรรฉะนี้แหละสา

กะใจละเจ้าแน่ะนางอิลา.............. จะทำไฉน ฯ

ปล. ท้าวอิลราช โดนสาปเป็นนางอิลา นั้นถูกสาปให้เป็นสตรีจริงมีลูกได้ ไม่ใช่แค่ชายแต่งเป็นหญิง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ปรัชญาชีวิตและการทำงานเพื่อสังคม



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

อ่านสามตอนแล้วค่ะ ชอบมาก ขอบคุณมากค่ะ